วันอังคารที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

 ซินแสชื่อดังแนะศาสตร์ฮวงจุ้ยเปลี่ยนชีวิต

"อาจารย์เมย์ แฮปปี้ฮวงจุ้ย" เปิดให้ความรู้โลกโซเชียล แนะศาสตร์วิชาฮวงจุ้ยปรับเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้น 

อาจารย์เมย์ ดร.ภารุดารัศมิ์ เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดังในการแก้ดวง เจ้าของบริษัท แฮปปี้ฮวงจุ้ย จำกัด ได้ให้ความรู้เรื่องศาสตร์ของฮวงจุ้ย ว่า ฮวงจุ้ย FUNGSHUI ฮวง หมายถึง ลม จุ้ย หมายถึง น้ำ คือ สภาวะแวดล้อม หรือการอยู่อาศัยที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม

ศาสตร์ของวิชาฮวงจุ้ย เป็นหลักการเดียวกับหลักการธรรมชาติที่เชื่อมโยงและอ้างอิงเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ด้วยทุกสิ่งในโลกรอบตัวล้วนแล้วมีพลังงานทั้งสิ้น วิชาฮวงจุ้ยจะว่าด้วยการดึงพลังที่มีอยู่รอบตัวที่มีจำนวนมากเหล่านั้น มาเสริมตัวผู้สนใจศึกษาและปฏิบัติตามหลักการ

อาจารย์เมย์ ดร.ภารุดารัศมิ์ เบญญจินดาพิศุทธ์ ซินแสฮวงจุ้ยแก้ดวง ยังได้ความรู้การจัดฮวงจุ้ย และอื่นๆ ลงในช่อง YoutTube และ TikTok เพื่อให้ผู้สนใจได้นำไปปรับใช้ที่บ้านของตนเอง และหากจัดฮวงจุ้ยดีแล้ว อาจารย์เมย์ยังแนะนำให้แขวนโมบายฮวงจุ้ย เพื่อเสริมดวงกระตุ้นสิ่งดีๆให้กับบ้านเรือน อีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้สนใจศึกษาเรียนรู้ศาสตร์วิชาฮวงจุ้ยตามแนวทางวิทยาศาสตร์ หรือท่านใดอยากจองคิวดูฮวงจุ้ยกับอาจารย์เมย์โดยตรง ก็สามารถเลือกได้ 2 ช่องทาง คือจองคิวดูฮวงจุ้ยออนไลน์ (ผ่านวีดีโอคอล) และจองคิวดูฮวงจุ้ยสถานที่จริง

สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 094-164 4661 หรือ facebook : https://www.facebook.com/Ajanmayfanclub youtube : https://www.youtube.com/@AjanMay

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

สันติภาพออนไลน์

"สมเด็จธงชัย" มอบนโยบาย "หมู่บ้านศีล 5 " เชิงรุก แนะใช้สำนักปฏิบัติธรรมขับเคลื่อนงาน 

 


ที่หอประชุมพุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช)  หรือ "สมเด็จธงชัย" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการ โครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา "หมู่บ้านรักษาศีล 5" เป็นประธานการประชุมเพื่อรับมอบนโยบายในการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา "หมู่บ้านรักษาศีล 5" ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 

พร้อมทั้งมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแต่งตั้ง คณะกรรมการบริหารกลาง และคณะกรรมการบริหารของแต่ละหน ในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวด้วย  

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวว่า นับตั้งแต่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้ดำเนินโครงการนี้มาตั้งแต่ต้นนั้น นับได้ว่าเป็นโครงการที่สามารถยังประโยชน์ต่อการสร้างสังคมให้มีความสุขด้วยหลักพุทธธรรม การดำรงชีวิต โดยนำหลักศีล 5 ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม และได้มีการพัฒนาโครงการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปี 2566 ได้มีการจัดทำระเบียบ ตั้งคณะกรรมการ โดยบูรณาการร่วมกันทั้งในส่วนของคณะสงฆ์ ภาครัฐ และภาคเอกชน เห็นควรกำหนดกรอบ ทิศทาง แนวนโยบาย และยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อน

โครงการดังกล่าว ในเชิงคุณภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาทางด้านจิตใจให้มากขึ้น โดยยึดหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นหัวใจสำคัญ คือ หลักไตรสิกขา อันเป็นธรรมแห่งการพัฒนาชีวิตให้ประสบความสำเร็จตามหลักพระพุทธศาสนา คือ 1.อธิศีลสิกขา 2.อธิจิตตสิกขา 3.อธิปัญญาสิกขา  เพราะศีล สมาธิ ปัญญา เป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5  และต้องบูรณาการร่วมกับศิลปวัฒนธรรมอันเป็นอัตลักษณ์ของชุมชน ความเป็นตัวตนของชุมชน การประกอบสัมมาชีพ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อให้การพระพุทธศาสนาดำเนินควบคู่ไปกับศิลปวัฒนธรรมให้คงอยู่สืบไป ซึ่งจะยังประโยชน์ให้พุทธศาสนิกชน มีศีล มีธรรม มีสุข ได้อย่างมีรูปธรรม ทั้งนี้คณะกรรมการบริหารกลางต้องจัดทำแผนในการปฏิบัติ เพื่อความชัดเจน และนำสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ขณะที่คณะกรรมการประจำ ต้องออกตรวจการ และติดตามการดำเนินการ โดยกำหนดเป้าหมายในระยะเริ่มต้นปีงบฯ 2566 และรายงานผล สรุปผลการดำเนินโครงการในรอบปีที่ผ่านมา โดยให้ผู้แทนแต่ละภูมิภาคสรุปปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข  

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี กล่าวต่อไปว่า ในฐานะที่ตนได้รับมอบหมายเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการ  ขอเสนอแนะให้มีการทำงานเชิงรุก เพื่อให้สามารถทำงานกับชุมชนได้อย่างราบรื่น โดยเสนอให้ใช้สำนักปฏิบัติธรรมแต่ละจังหวัด เป็นศูนย์กลางในการดำเนินงานแต่ละภูมิภาค เพราะโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้องเพิ่มศักยภาพสู่สมาธิ และเพิ่มศักยภาพให้ประชาชนมีปัญญา ส่งผลให้สังคมมีปัญญา และสันติสุขจะเกิดขึ้น  และขอฝากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า โครงการนี้ต้องเชื่อมโยงกับภารกิจของพศ. ด้วย โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) แต่ละจังหวัด ต้องประเมินและสรุปการทำงานเพื่อวางแนวทางในการพัฒนาให้เดินหน้าต่อไป จะได้รู้ว่าปีต่อไปจะต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างไร ให้สอดคล้องกับสังคม 

สันติภาพออนไลน์

 ชลบุรี-ย้อนรอย "โครงการลานน้ำพุเต้นระบำ" ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา แลนด์มาร์กที่ถูกลืม

มีรายงานถึง "โครงการลานน้ำพุเต้นระบำ" ท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยา ที่เมืองพัทยาหวังสร้างเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่กลางลานท่าเรือท่องเที่ยว พบใช้ได้เพียงไม่กี่ปีก็ปล่อยพังจนผู้คนเริ่มหลงลืม

​จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายให้จัดระเบียบท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว และทวงคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังเป็นการปรับสภาพภูมิทัศน์เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ ในเดือน พ.ย.ปี 2560 


ซึ่งผู้บริหารสภาเมืองพัทยาในขณะนั้นได้อนุมัติงบประมาณกว่า 95 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงอาคารและพื้นที่ของท่าเทียบเรือใหม่ และปรับภูมิทัศน์โดยรอบในเนื้อที่กว่า 10 ไร่ ภายใต้งบประมาณกว่า 81 ล้านบาท

ซึ่งในจำนวนนี้มี "โครงการลานน้ำพุเต้นระบำ” ที่ออกแบบจัดสร้างไว้เพื่อสร้างสีสันและแลนด์มาร์กใหม่ทางการท่องเที่ยวของเมืองพัทยารวมอยู่ด้วย 


โครงการนี้ขณะถูกก่อสร้างมีคำชี้แจงว่าเป็นโครงการสร้างสีสรรค์ด้านการท่องเที่ยวด้วยการโชว์น้ำพุที่เต้นระบำพร้อมด้วยแสงและเสียงประกอบที่น่าตื่นตาตื่นใจ 

โดยระบบนี้จะเป็นการทำงานของระบบปั๊มน้ำไฮโดรลิกส์ใต้ฐานลานน้ำพุ ที่มีบ่อบรรจุน้ำขนาด 50-60 ลบ.ม. รวมทั้งไฟส่องสว่างแบบ LED ที่จะส่งน้ำพ่นออกทางปลายท่อที่จัดเรียงไว้ตามจังหวะของแสงและเสียงของดนตรี 


แต่พบว่าหลังก่อสร้างไม่นานก็มีการชำรุดอย่างต่อเนื่อง ด้วยเมืองพัทยาไม่มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการดูแลและซ่อมแซมระบบดังกล่าว จึงจำเป็นต้องประสานผู้รับจ้างที่มีความเชี่ยวชาญให้เข้ามาซ่อมแซมให้ 

สุดท้ายเมื่อหมดสัญญารับประกัน เมืองพัทยาก็ไม่ได้เปิดใช้ประโยชน์แต่อย่างใด โดยจะมีแค่ในในช่วง 1-2 ปีแรกเท่านั้นหลังสร้างเสร็จใหม่ๆที่จะมีการเปิดใช้งานบ้าง ปิดบ้าง ชำรุดบ้าง ก่อนจะถูกปล่อยทิ้งให้ผุพังไปแบบถาวร ทำลายความฝันที่วาดไว้อย่างสวยหรูว่าจะทำให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมืองพัทยา ซึ่งสุดท้ายโครงการนี้ก็ถูกผู้คนหลงลืมไป 

กระทั่งปัจจุบันพบว่ามีการปรับพื้นที่ลานท่าเรือบาลีฮายใหม่ให้เป็นลานอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่เปิดให้ประชาชนใช้งานทั้งการจอดรถและกิจกรรมสันทนาการ 

ขณะที่ล่าสุดพบว่าเมืองพัทยาได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำสีมาทาทับพื้นที่ของลานน้ำพุไว้เพื่อให้มีความแตกต่างกับสีของพื้นที่ทั้งหมดของท่าเรือ ด้วยพบว่าที่ผ่านมามักจะมีนักท่องเที่ยวสะดุดหรือหกล้มบ่อยครั้งจากแนวยกระดับเป็นวงกว้างของลานน้ำพุที่สูงกว่าลานท่าเรือประมาณ 10 ซม. 


จึงเป็นเหตุให้ "โครงการลานน้ำพุเต้นระบำ” ต้องถูกหลงลืมไปจากความทรงจำ รวมไปถึงงบประมาณที่ได้อุดหนุนลงไปจัดทำด้วยจำนวนนับแสนนับล้านบาท และนี่ก็ถือเป็นอีกโครงการหนึ่งที่ถูกใช้งานเพียงไม่นานแต่ไร้การบำรุงรักษาดูแล และสุดท้ายก็ต้องถูกปล่อยทิ้งร้างไว้และปล่อยให้ผุพังไปตามกาลเวลา เสียงบประมาณไป และผู้คนก็พากันหลงลืม

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

สันติภาพออนไลน์

 อบจ.พิษณุโลก ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (กรอ.กลุ่มจังหวัดฯ) ครั้งที่ 3/2566 

วันที่ 4 กรกฎาคม 2566 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มอบหมายให้ นายเชาวฤทธิ์ ฉายะกูล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดดภาคเหนือตอนล่าง 1 (กรอ.กลุ่มจังหวัดฯ) ครั้งที่ 3/2566 ณ ห้องประชุมมหาราช (Convention hall) ชั้น 2 อาคารศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก โดยมี นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 เป็นประธานในการประชุม และมีหัวหน้าส่วนราชการ หอการค้าจังหวัด และสภาอุตสาหกรรมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ประกอบด้วย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย เข้าร่วมประชุม 


โดยมีระเบียบวาระการประชุมที่สำคัญคือ การติดตามความคืบหน้าผลการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนภาคเอกชน ผู้บริหารท้องถิ่น และผู้แทนภาคเกษตรกร เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 (ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จังหวัดพิษณุโลก และมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์), การขับเคลื่อนพิษณุโลก เมืองใช้ประโยชน์จากขยะ (Phitsanulok the City of Recycling: PCOR 2023), ผลการดำเนินการเป็นเจ้าภาพร่วมโครงการยกระดับและพัฒนาขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยอุตสาหกรรม MICE ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง 1 ผ่านงาน LIMEC, การดำเนินการติดตามความคืบหน้า แนวทางการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจ LIMEC, ผลการพิจารณาข้อเสนอขอรับการสนับสนุนและผลักดันการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยในโรงพยาบาล ขนาด 60 เตียง (มาตรฐาน) โรงพยาบาลศรีสัชนาลัย, ผลการพิจารณาข้อเสนอการเร่งรัดการและสนับสนุนการดำเนินการโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายตาก-แม่สอด (Motorway) เพื่อพัฒนาเป็นทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองร่วมกับระบบรางตามร่างแผนแม่บท (MR-MAP) ของกระทรวงคมนาคม, แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ตามแผนปฏิบัติราชการกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และแนวทางการป้องกันอุทกภัยน้ำท่วมและแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนพื้นที่จังหวัดสุโขทัยและจังหวัดพิษณุโลก


รวมทั้งระเบียบวาระเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับ การติดตามความคืบหน้าเรื่องโลจิสติกส์ในภาคเหนือตอนล่าง สาย MR-MAP จำนวน 2 เส้นทาง ที่มีความสำคัญต่อจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง ประกอบด้วย 1. สาย (MR1) เหนือ-ใต้ (เส้นทางเชียงราย-นราธิวาส) ระยะทาง 2,237 กิโลเมตร  โดยช่วงที่ 4 กับ ช่วงที่ 5 เป็นช่วงที่ผ่านจังหวัดพิษณุโลก (จากเชียงใหม่-พิษณุโลก-นครสวรรค์) 2. สาย (MR4) แนวตะวันออก-ตะวันตก (เส้นทางตาก-นครพนม) ระยะทาง 872 กิโลเมตร รวมถึงการสนับสนุนภาคการขนส่งบนทางหลวงหมายเลข 12 ตามเส้นทางแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC).




วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

ชลบุรี-'ปริญ นุชเจริญ' นายกไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ป้ายแดง ขอบคุณทุกกำลังใจและแรงสนับสนุน ลั่นจะทำหน้าที่นำพาองค์กรให้ดีที่สุด

หลังจากงานสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรไลออนส์เขต 8-9 ภูมิภาคที่ 4 ภาค 310 C ปีบริหาร 2566-2567 โดยสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา เขต 9 สโมสรไลออนส์สากลภาค 310 C ภูมิภาคที่ 4 ได้แต่งตั้งให้ไลออน ปริญ นุชเจริญ ดำรงตำแหน่งนายกสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ปีบริหาร 2566-2567 นั้น

ไลออน ปริญ นุชเจริญ นายกสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา เปิดเผยว่า ต้องขอบคุณผู้หลัก ผู้ใหญ่ ผู้สนับสนุน และกำลังใจ.ตลอดจนครอบครัว ที่ผลักดันให้มาดำรงตำแหน่งนายกสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ปีบริหาร 2566-2567 


ทั้งนีั ตนเองจะทำหน้าที่พัฒนาองค์กรสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ให้ดีที่สุด ตามแนวทางของสโมสรไลออนส์สากลภาค 310 C ภูมิภาคที่ 4 ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลหนึ่งที่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งช่วยสาธารณะประโยชน์ต่อพื้นที่เมืองพัทยา และบริเวณใกล้เคียงต่อไป

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

สันติภาพ

ชลบุรี-เมืองพัทยาประชุมรักษาความปลอดภัยการจัดการแข่งขัน Pattaya Marathon 2023 พัทยามาราธอน ครั้งที่ 30 ประจำปี 2566 วันที่ 22-23 ก.ค.นี้ คาดปอดเหล็กทั่วโลกเข้าร่วมงานกว่า 1.2 หมื่นคน


วันที่ 3 ก.ค.66 ที่ห้องประชุม 251 ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานการประชุมรักษาความปลอดภัยการจัดการแข่งขัน Pattaya Marathon 2023 พัทยามาราธอน ครั้งที่ 30 ประจำปี 2566 โดยมีเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

สำหรับการแข่งขัน Pattaya Marathon 2023 พัทยามาราธอน ครั้งที่ 30 ประจำปี 2566 เมืองพัทยากำหนดจัดขึ้นวันที่ 22-23 ก.ค.นี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่มีชื่อเสียงที่เมืองพัทยาจัดขึ้นมาอย่างยาวนาน โดยในแต่ละปีมีนักวิ่งจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมาก จนกลายเป็นอีเว้นต์สำคัญประจำปี


ในที่ประชุมจึงประชุมวางแผนกำหนดเส้นทางและนำเสนอรูปแบบการรักษาความปลอดภัยและเส้นทางการจราจรให้กับเส้นทางวิ่งในแต่ละระยะ คือ มาราธอน ชาย-หญิง 42.195 กม. ฮาล์ฟมาราธอน ชาย-หญิง 21.100 กม. มินิมาราธอน ชาย-หญิง 10.550 กม. และแฟมิลีรัน 5 กม. ซึ่งในปีนี้คาดว่ามีเข้าร่วมงาน 12,000 คน

โดยขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางวิ่ง ในการอำนวยความสะดวก รวมทั้งหน่วยงานร่วมปฏิบัติ ซึ่งต้องสื่อสารให้เข้าใจ และเพื่อการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในเรื่องของเวลาการปิดการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ทั้งการแข่งขันมี 2 วัน โดยในวันเสาร์ที่ 22 ก.ค 66 จะเป็นการแข่งขันในระยะมินิมาราธอน 10 กม. และแฟมิลีรันระยะ 4.5 กม. เริ่มแข่งขันตั้งแต่เวลา 05.45-07.45 น. โดยสถานที่ปล่อยตัวและเส้นชัย อยู่ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา และในวันอาทิตย์ที่ 23 ก.ค. 66 จะเป็นการแข่งขันในระยะมาราธอน 42.195 กม. และฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. แข่งขันตั้งแต่เวลา 03.30-10.30 น. โดยสถานที่ปล่อยตัวและเส้นชัย อยู่ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยาเช่นกัน

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

สันติภาพออนไลน์

ชลบุรี-นายกพัทยาร่วมงานสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรไลออนส์เขต 8-9 ภูมิภาคที่ 4 ภาค 310 C ปีบริหาร 2566-2567 'ปริญ นุชเจริญ' นั่งนายกสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา 

ช่วงค่ำ วันที่ 2 ก.ค. 2566 ที่โรงแรมเอเชีย พัทยา จ.ชลบุรี ได้มีพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรไลออนส์เขต 8-9 ภูมิภาคที่ 4 ภาค 310 C ปีบริหาร 2566-2567 

ภายในพิธีได้รับเกียรติจากนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรไลออนส์ฯ กับผู้บริหารปีการบริหาร 2566-2567 

โดยมี ไลออนสุมาลี อุ่นพงศ์เจริญสุข ผู้ว่าการไลออนส์สากลภาค 310 C ปี บริหาร 2566-2567 เป็นประธานพิธี พร้อม ไลออนสมศักดิ์ โล่ห์วิสุทธิ์ อดีตกรรมการอำนวยการไออนส์สากล ปี 2004-2006 พร้อมทั้งคณะกรรมการบริหาร และ นายกไลออนส์ทุกๆสโมสร และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน

โดย สโมสรไลออนส์สากลภาค 310 C ภูมิภาคที่ 4 เขต 8 ประกอบด้วย สไมสรไลออนส์พัทยา, สโมสรไลออนส์ พัทยาตากสิน, สโสมรไลออนส์ พัทยาหนองปรือ และสโมสรไลออนส์ พัทยา โป่ง 

และเขต 9 สโมสรไลออนส์ชลบุรี, สไมสรไลออนส์ พัทยาพระตำหนัก, สโมสรไลออนส์พัทยาบางละมุง, สโมสรไลออนส์พัทยาสัตหีบ และสโมสรไลออนส์นาเกลือ พัทยา 

ทั้งนี้ สโมสรไลออนส์เป็นองค์กรการกุศลหนึ่งที่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งช่วยสาธารณะประโยชน์ต่อพื้นที่เมืองพัทยา และบริเวณใกล้เคียง

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ผู้ได้รับคัดเลือกในการทำหน้าที่เป็นผู้นำของสโมสรไลออนส์ นาเกลือ ในการทำงานสาธารณกุศล และนำพาองค์กรให้เป็นที่รู้จักต่อสังคม 

โดยได้คัดเลือกนายปริญ นุชเจริญ ดำรงตำแหน่ง นายกสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ปีการบริหาร 2566-2567 ซึ่งพบว่ามีแขกผู้มีเกียรตินำกระเช้าและช่อดอกไม้ร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

 ผู้ว่าฯ พิษณุโลก มอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร "เด็กดีศรีสยาม" ป.3 รร.เซนต์นิโกลาส

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 เวลา 13:30 น. ที่ห้องประชุมนนทรี ชั้น 2 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดพิษณุโลก ครั้งที่ 3 /2566 ในโอกาสนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้เป็น ประธานมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร "เด็กดีศรีสยาม"ให้กับเด็กหญิงวนิดา  เตือนวีระเดช ชั้นประถมปีที่ 3 แผนก English Programme โรงเรียนเซนต์นิโกลาส อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก 


โดยชมรมส่งเสริมวัฒนธรรมเด็กและเยาวชนต้นแบบ จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ความสามารถของเด็กและเยาวชน ในด้านการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม การกีฬา ดนตรี ความเป็นผู้นำความกตัญญูกตเวที ความซื่อสัตย์สุจริต ความเมตตากรุณาและเอื้ออาทร ความขยันหมั่นเพียร การปฏิบัติตนตามหลักคำสอนของศาสนา และคุณธรรมและจริยธรรมอื่นๆ ตลอดจนความเป็นจิตอาสา บำเพ็ญประโยชน์ต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติเด็กและเยาวชน ที่เป็นผู้ที่มีความประพฤติดี กิริยาวาจาสุภาพเรียบร้อยมีความตั้งใจเรียนมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย มีวินัยในตนเอง ปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด มีน้ำใจต่อเพื่อนๆ และคุณครูช่วยเหลืองานต่างๆของห้องเรียน และชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอ


วันเสาร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

ชลบุรี-สส.ก้าวไกล บูรณาการ อำเภอบางละมุง-ตร.พัทยา-ตร.ท่องเที่ยว และ ตม. ลงพื้นที่วอล์กกิ้งสตรีทพัทยา-ลานเอ็กซ์ไซต์ ร่วมบูรณาการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว

ค่ำวันที่ 1 ก.ค.66 ที่โครงการถนนคนเดินพัทยาใต้ Walking Street Pattaya จ.ชลบุรี นายยอดชาย พึ่งพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 9 จ.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ได้บูรณาการเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเอกชนลงพื้นที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว

โดยร่วมกับ นายภราดร ชัยนภาพร นายพิทักษ์พงษ์ อันศ์เนตร ปลัดอำเภอบางละมุง ผู้แทน นายพิสิษฐ สิริสวัสดินุกูล นายอำเภอบางละมุง พ.ต.อ.ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.เมืองพัทยา นายสุขราช กาลรา ประธานชุมชนวอล์กกิ้งสตรีท นางลำพึง (ลิซ่า) แฮมิลตัน ประธานชมรมผู้ประกอบการกลางคืนพัทยา 

พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวพัทยา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองชลบุรี และผู้เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันลงพื้นที่สร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว โดยเดินได้เดินเท้าพูดคุยผู้ประกอบการตามร้านต่างๆ เพื่อสอบถามข้อมูลภาพรวมสถานการณ์การท่องเที่ยว

ตลอดจนขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวในฐานะเจ้าบ้านที่ดี จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนผู้ประกอบการที่ลานอเนกประสงค์เอ็กซ์ไซต์ พัทยา ถนนเฉลิมพระเกียรติพัทยาสายสาม เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/