วันพุธที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2567

ช่างเชื่อมไทยฮอต!! ตลาดอุตสาหกรรมต่างประเทศ ทุ่มค่าจ้าง มีความต้องการสูง รมว.แรงงาน พิพัฒน์ มอบใบการันตีช่างฝีมือ ป้อนส่งโกอินเตอร์

วันที่ 30 มกราคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่แรงงานไทยที่ผ่านการฝึกอบรมและทดสอบฝีมือเพื่อคนหางาน พร้อมเยี่ยมชมการฝึกอบรมสาขาช่างเชื่อม ฟลักซ์คอร์ 3 จี ก่อนไปทำงานในอุตสาหกรรมอู่ต่อเรือ ประเทศเกาหลีใต้ โดยมี นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติในพิธี นายคมสันต์ ญาณวัฒนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นางสาวอรัญญา สกุลโกศล ประธานที่ปรึกษาสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย ผู้ประกอบการภาคเอกชน และหัวหน้าส่วนราชการหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดปทุมธานี ร่วมให้การต้อนรับ ณ สถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกำ จังหวัดปทุมธานี
 
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมให้แรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศนั้น ทักษะภาษาอังกฤษนับเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะต้องใช้ในการสื่อสารให้สามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง รวมถึงต้องใช้ติดต่อสื่อสารในการดำรงชีวิตประจำวัน  ดังนั้น ผู้ที่ผ่านการทดสอบทักษะฝีมือเพื่อไปทำงานต่างประเทศต้องได้รับการฝึกทักษะด้านภาษาควบคู่กันไปด้วย  ต้องขอชื่นชมผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งได้ทราบว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 120 คน เป็นผู้ที่ผ่านการทดสอบทักษะฝีมือเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ด้านงานเชื่อม รวมถึงผ่านการอบรมในด้านอื่น ๆ เพิ่มเติม อาทิ ผ่านการฝึกอบรมความรู้สัญญาณเครน (Rigger) การฝึกอบรมการขับรถบูมลิฟท์ เอ็กลิฟท์ การติดตั้งนั่งร้านแบบริงล็อค การเคลื่อนย้ายสิ่งของในที่สูง และความปลอดภัยในที่ทำงาน ทำให้เชื่อมั่นว่าผู้ที่ผ่านฝึกอบรมในครั้งนี้มีความรู้ ทักษะ และสามารถไปทำงานในต่างประเทศในฐานะแรงงานฝีมือ มีรายได้เลี้ยงตัวเองและส่งกลับมายังครอบครัว เพื่อนำรายได้เข้าสู่ประเทศต่อไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อไปว่า สถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกำ จังหวัดปทุมธานี  เป็นสถานทดสอบฝีมือคนหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นสถานทดสอบฝีมือจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยมีหน่วยงานในพื้นที่เป็นผู้อนุญาตคือ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 14 ปทุมธานี ซึ่งสถานทดสอบฝีมือ เคทีซี ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางาน ใน 4 สาขา ได้แก่ 1. สาขาช่างเชื่อม มีทั้ง ช่างเชื่อมไฟฟ้า ช่างเชื่อมประกอบโครงสร้าง ช่างประกอบท่อ ช่างเชื่อมเอ็กซเรย์ ช่างเชื่อมก๊าซ ช่างตัดโลหะ ช่างทำท่อส่งลมและโลหะแผ่นบาง และช่างหุ้มฉนวน 2. สาขาช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย ช่างไฟฟ้าอาคาร ช่างไฟฟ้าโรงงานหรือช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม และช่างทำความเย็นและปรับอากาศ 3. สาขาช่างยนต์ ประกอบด้วย ช่างเครื่องยนต์เบนซิน ช่างสีรถยนต์ พนักงานขับรถยนต์ และพนักงานควบคุมเครื่องจักรกลหนัก 4. สาขาช่างก่อสร้าง ประกอบด้วย ช่างเหล็กเสริมคอนกรีต ช่างไม้แบบ ช่างประปา (สุขภัณฑ์/เดินท่อ/ประกอบท่อ) ช่างปูกระเบื้อง ช่างฉาบปูน ช่างก่ออิฐ ช่างสีอาคาร ช่างประกอบนั่งร้าน และพนักงานให้สัญญาณเครน ซึ่งการทดสอบฝีมือดังกล่าวจะทำตามแบบที่นายจ้างกำหนด  
 
“ขอขอบคุณสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย และคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมด้านศักยภาพของแรงานไทยเพื่อไปทำงานในต่างประเทศและผู้เกี่ยวข้องที่ทำให้แรงงานไทยได้มีโอกาสไปทำงานในต่างประเทศ ช่วยให้มีงานทำ และมีรายได้กลับเข้าประเทศไทยด้วย” รมว.พิพัฒน์ กล่าว
ด้าน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานได้ร่วมกับสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย จัดตั้งสถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี ซึ่งที่นี้เป็นทั้งศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงานอีกด้วย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการพัฒนาศักยภาพของแรงงานก่อนจัดแรงงานไทยออกไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันสาขาช่างเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอุตสาหกรรมในต่างประเทศ ซึ่งยังต้องการแรงงานรุ่นใหม่เป็นจำนวนมากกระทรวงแรงงานจึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการให้แรงงานเหล่านี้ได้มา Up skill ให้สอดคล้องกับความต้องการของนายจ้าง เพื่อให้ได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ เกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศ ค่าจ้างเริ่มต้น 50,000 บาท ไปจนถึงหลักแสนบาทต่อเดือน
ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าฝึกอบรมหรือทดสอบมาตรฐานฝีมือสามารถติดต่อที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้ ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารการฝึกอบรมหรือทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานได้ที่ www.dsd.go.th เลือก สมัครฝึกอบรม หรือสมัครทดสอบมาตรฐานฝีมือ ทั้งนี้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 4

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ประสานความร่วมมือปราบปรามยาเสพติด สกัดกั้นสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์สู่แหล่งผลิต

         (31 มกราคม 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงปักกิ่ง ในเวลา 07.00 น. ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง วันพุธที่ 31 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2567 ณ กรุงปักกิ่ง และนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้วยเครื่องบินโดยสาร สายการบินแอร์ไชน่า เที่ยวบินที่ CA980 โดยมี นายจ้าว จงเฉิน รองเลขาธิการคณะกรรมาธิการควบคุมยาเสพติดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะ ให้การต้อนรับ
      ทั้งนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. มีกำหนดการเยือน ศูนย์ข่าวกรองและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด (Drug Intelligence & Forensic Center : DIFC) และหารือข้อราชการกับ นายหวัง เสี่ยวหง มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะหยิบยกประเด็นการควบคุมสารตั้งต้นในการผลิตยาเสพติด มิให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติดในพื้นที่ชายแดนของประเทศไทย
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ ระหว่าง วันพุธที่ 31 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนครั้งแรก นับตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง 
   โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกา ยน 2566 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ สำนักข่าวและสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ถึงนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐบาลไทย ที่จะต้องมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานจากทั้งในประเทศและหน่วยงานระหว่างประเทศ ซึ่งได้มีการประสานงานด้านการสืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวเกี่ยวกับเครือข่ายการค้ายาเสพติด รวมทั้งข้อมูลเครือข่ายการค้า สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างประเทศในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในภูมิภาคเข้าไปในพื้นที่ผลิตยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการแถลงข่าวต่อสาธารณะถึงผลงานการจับกุมในคดียาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก โดยรัฐบาลภายใต้การนำของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วน

จังหวัดนครปฐม มอบเกียรติบัตรยกย่องอำเภอคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ 2566

      นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานมอบเกียรติบัตรยกย่องอำเภอคุณธรรมต้นแบบ ประจำปีงบประมาณ 2566 ซึ่งมีผลการประเมินอยู่ในระดับคุณธรรมต้นแบบ ทั้ง 7 อำเภอ โดยนายนรวีร์  ขันธหิรัญ  นายอำเภอกำแพงแสนเข้ารับรางวัลอำเภอคุณธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ 2566 จากผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการกำหนดวันเข้ารับโล่เชิดชูเกียรติจากนายกรัฐมนตรี, อำเภอดอนตูม, อำเภอพุทธมณฑล, อำเภอเมืองนครปฐม, อำเภอนครชัยศรี, อำเภอสามพราน และอำเภอบางเลน ตามลำดับ  สำหรับจังหวัดนครปฐม มีชุมชนคุณธรรม จำนวน 265 ชุมชน องค์กรคุณธรรม จำนวน 50 องค์กร และอำเภอคุณธรรม จำนวน 7 อำเภอ 
    โดยนางฐิติรัตน์ เรืองสังข์ วัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 มีมติเห็นชอบผลการประเมินและแนวทางการประกาศยกย่องชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ 2566 โดยชุมชน องค์กร และอำเภอคุณธรรม ระดับส่งเสริมคุณธรรม ระดับพัฒนาคุณธรรม และระดับคุณธรรมต้นแบบ จะได้รับเกียรติบัตรจากประธานอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับจังหวัด ตามประเภทและระดับที่ประเมิน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับหน่วยงานต่างๆ ในการร่วมกันขับเคลื่อนงานตามแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2566 - 2570) ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมที่สะท้อนการมีคุณธรรมเพิ่มขึ้น มุ่งสู่สังคมคุณธรรม อยู่ร่วมกัน ด้วยความสมานฉันท์ ภายใต้หลักธรรมคำสอนทางศาสนา หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง วิถีวัฒนธรรมไทย และคุณธรรม 5 ประการ พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา กตัญญู

ข่าวกีฬา ทีมชาติไทย พ่าย อุซเบกิสถาน 1-2 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียน คัพ

           วันที่ 30 มกราคม 2567 เวลา 18.30 น ตามเวลาประเทศไทย ณ อัล ยานูบ สเตเดียม ประเทศกาตาร์ การแข่งขันฟุตบอล เอเชียน คัพ 2023 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ทีมชาติไทย อันดับ 113 ของโลก พบกับ ทีมชาติ อุซเบกิสถาน อันดับ 68 ของโลก
     สำหรับทีมชาติไทย ผ่านเข้ารอบด้วยการเป็นรองแชมป์กลุ่มเอฟ หลังเก็บไป 5 คะแนนจากสามนัดเช่นเดียวกับ อุซเบฯ ที่เป็นรองแชมป์กลุ่มบี และมี 5 แต้มเช่นกัน
    เกมนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ เฮดโค้ชทีมช้างศึก วาง ศุภชัย ใจเด็ด เป็นหน้าเป้าโดยมี วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ พร้อมด้วย ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ ที่สนับสนุน
     เริ่มเกมมาแปดนาที ไทยมาได้ลุ้นก่อนจากลูกเตะมุมที่ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ เปิดให้ เอเลียส ดอเลาะ โหม่งหลุดกรอบออกไป
นาทีที่ 20 อุซเบกิสถาน มาได้ลุ้นจากจังหวะได้ยิงหน้าเขตโทษของ ยาโลริดดิน มาชาริปอฟ แต่ยังติดเซฟของ ปฏิวัติ คำไหม ที่ปัดออกหลังไปได้
     นาทีที่ 37 ดิยอล โคลมาตอฟ เปิดบอลเลยไปถึง อซิซเบค ตูร์กุนโบเอฟ พักอกก่อนยิงเข้าไปให้ อุซเบฯ นำก่อน 1-0 และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง ทีมชาติไทย ส่ง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และ สุภโชค สารชาติ ลงไปเล่นแทน ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ และ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ
      และนาทีที่ 58 สุภโชค สารชาติ ก็แผลงฤทธิ์ทันทีหลังทำชิ่งกับ ศุภชัย ใจเด็ด ก่อนปั่นด้วยขวาเสียบเสาเข้าไปให้ ทีมชาติไทย ไล่มาเป็น 1-1

นาทีที่ 65 อับบอสเบ็ค ฟาซูลลาเอฟ ได้กลับตัวหน้าเขตโทษ ก่อนกดด้วยขวา บอลเบียดเสาเข้าไปให้ อุซเบฯ นำอีกครั้งเป็น 2-1
       นาทีที่ 73 ทีมชาติไทย เปลี่ยนตัวคนที่สาม ด้วยการส่ง ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว ลงไปเล่นแทน รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก

นาทีที่ 82 ไทยเปลี่ยนตัวสองคนสุดท้ายด้วยการส่ง พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี และ พิชา อุทรา ลงไปเล่นแทน วีระเทพ ป้อมพันธุ์ และ  สารัช อยู่เย็น
        ช่วงเวลาที่เหลือทีมชาติไทย พยายามบุกอย่างหนัก แต่ก็เจาะไม่เข้าจบเกม ทีมชาติไทย พ่าย อุซเบกิสถาน 1-2 และต้องหยุดที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของ เอเชียน คัพ ครั้งนี้
      รายชื่อ 11 ตัวจริง ปฏิวัติ คำไหม (GK), ธีราทร บุญมาทัน (C), เอเลียส ดอเลาะ, สารัช อยู่เย็น, ศุภชัย ใจเด็ด นิโคลัส มิคเกลสัน, รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก, พรรษา เหมวิบูลย์, วีระเทพ ป้อมพันธุ์, ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ , วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ
//สมยศ สนามเป้า รายงาน//

นครปฐม สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม จัดงานประกวดนางสาวไทย เพื่อค้นหาสาวงามที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นตัวแทนจังหวัดนครปฐม สู่เวทีประกวดนางสาวไทย ปี 2567 และการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ

      ที่โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานการประกวดนางสาวไทย นครปฐม ประจำปี 2567 โดยสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม ด้วยการส่งเสริมภาพลักษณ์อันดีงามของจังหวัดผ่านเวทีการประกวด แสดงถึงความงดงามของวัฒนธรรมไทย ผ่านการแสดงออกทั้งในเรื่องของการแต่งกาย และศิลปะการแสดงต่างๆ อีกทั้งค้นหาสาวงามที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ในการเป็นตัวแทนของจังหวัดนครปฐม เพื่อส่งเข้าสู่เวทีการประกวดนางสาวไทย ปี 2567 รวมไปถึงการประกวดในเวทีระดับนานาชาติ ตลอดจนพัฒนาความสามารถและสร้างโอกาสในอาชีพของสตรี ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของสตรี เป็นเวทีที่ให้ผู้หญิงได้แสดงความสามารถ นอกจากความสวยงามภายนอก การประกวดยังเน้นถึงคุณสมบัติและความสามารถอื่นๆ เช่น ไหวพริบปฏิภาณ และความสามารถในการสื่อสาร นอกจากนี้ เพื่อเป็นเวทีสำหรับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเฉพาะกิจกรรมที่ส่งเสริมสิทธิของสตรี ส่งเสริมความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในประเด็นต่างๆ ในสังคม
      นางสาวณัฏฐ์ปภาณ จันทร์ละมูล นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม กล่าวว่า ทางสมาคมฯ มีความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนและส่งเสริมสตรีไทย โดยเฉพาะสาวงามจากจังหวัดนครปฐม ได้มีโอกาสแสดงความสามารถ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสตรีไทยทุกคน ซึ่งการประกาศรับสมัครในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างลันหลาม มีผู้สมัครจำนวน 25 คน ที่แสดงความต้องการที่จะเป็นตัวแทนของคนนครปฐมในเวทีระดับประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความพร้อมของสาวงาม นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ได้ส่งเสริมกิจกรรมตามพันธกิจของสมาคมฯ ในการเชิดชูเกียรติและยกสถานภาพของสตรี โดยความร่วมมือร่วมใจกันของสมาชิก ในการใช้ความรู้ความสามารถให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและจังหวัดนครปฐมสืบไป
          ผลการประกวดนางสาวไทย นครปฐม ประจำปี 2567 ชนะเลิศ ได้แก่ นางสาวนภัสสร สุปรียสุนทร (น้องเมเปิ้ล) ได้รับมงกุฎ จากคุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสมาพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และสายสะพาย จากนางสาวปิยาภรณ์ แสนโกศิก ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวไทย สำหรับรองชนะเลิศอันดับที่หนึ่ง ได้แก่ นางสาวภรณ์ณิภัทร  สนสาขา (น้องกี้) และรองชนะเลิศอันดับที่สอง 2 ได้แก่ นางสาวพิมพกานต์ ผลเจริญรัตน์ (น้องขิม) 
      โอกาสนี้ นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นางวราภรณ์ เจริญศิริโชติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครปฐม ประธานสมาพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ผู้อำนวยการกองประกวดนางสาวไทย นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย-นครปฐม คณะกรรมการตัดสิน ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหาร บริษัทต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ ร่วมมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับนางสาวนภัสสร สุปรียสุนทร ผู้ชนะเลิศการประกวดนางสาวไทย นครปฐม ประจำปี 2567
//วีรวิชญ์ โรจนอัครพงศ์ ภาพ/ข่าว//
 

สาวงามผู้เข้าประกวดนางสาวไทยชลบุรี 2567 เก็บตัววันแรก ทำกิจกรรม ปชส. 'แหล่งท่องเที่ยวพัทยา'

ตามที่กองประกวดนางสาวไทยชลบุรี โดย ผศ.ดร.กานต์สินี มิลินจรูญพงษ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์กองประกวดนางสาวไทยชลบุรี ในฐานะประธานกองประกวดฯ และมีนายธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ได้ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดการประกวดนางสาวไทยชลบุรี 2567 ขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว
อีกทั้งยังเป็นการผลักดัน Soft Power จังหวัดชลบุรี ตามคอนเซ็ปต์ Queen of Chonburi สู่สายตาคนทั้งประเทศ การเดินทางของนางสาวไทยชลบุรีจาก Local สู่ Global และเพื่อเป็นทูตวัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี การเก็บตัวนางงามผู้เข้าสมัครตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 2566 โดยจะเดินทางไปทำกิจกรรมตามสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรีนั้น
     ล่าสุด วันที่ 30 ม.ค.67 มีรายงานว่า ในวันแรกของการเก็บตัวสาวงาม กองประกวดนางสาวไทยชลบุรี นำโดย ผศ.ดร.กานต์สินี มิลินจรูญพงษ์ ประธานกองประกวดฯ ดร.วิริยพล คณาสิริวัฒน์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ กองประกวดฯ ได้นำผู้เข้าประกวดนางสาวไทยชลบุรี 2567 ในรอบ 20 คนสุดท้าย เข้าร่วมเก็บตัวทำกิจกรรมเก็บคะแนนและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในเมืองพัทยา อาทิ ปราสาทสัจธรรม และไฮไลต์สำคัญคือการถ่ายทำ VTR ที่สวนไดโนเสาร์พัทยา Pattaya Dinosaur Kingdom จ.ชลบุรี โดยมี คณะผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสวนไดโนเสาร์พัทยา Pattaya Dinosaur Kingdom ให้การต้อนรับ
    มีรายงานว่า ในวันแรกของการเก็บตัวสาวงามผู้เข้าประกวดนางสาวไทยชลบุรี 2567 ได้ลงพื้นที่ถ่ายทำ VTV เผยแพร่ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว โดยได้ทำกิจกรรมในซุ้มต่างๆ ของสวนไดโนเสาร์พัทยา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและสนุกสนาน ท่ามกลางความสดใสของสาวงานผู้เข้าประกวดนางสาวไทยชลบุรี 2567 ที่มีความมั่นใจการเก็บตัววันแรก
        ผศ.ดร.กานต์สินี มิลินจรูญพงษ์ ผู้ถือลิขสิทธิ์กองประกวดนางสาวไทยชลบุรี ในฐานะประธานกองประกวดนางสาวไทยชลบุรี 2567 เผยว่า สำหรับในวันแรกของการเก็บตัวประกวดนางสาวไทยชลบุรี ได้เดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวมา 3 แห่ง เพื่อถ่ายทำ VTR ในชุดไทยที่ปราสาทสัจธรรม และทำกิจกรรมต่อที่สวนไดโนเสาร์ และโรงแรมเซ็นเตอร์พอยท์ ไพร์ม พัทยา ก่อนพรุ่งนี้จะเป็นกิจกรรมมอบสายสะพายที่โรงแรมเซ็นทาราพัทยา และเชิญชวนผู้สนใจร่วมงานประกวดใหญ่การประกวดนางสาวไทยชลบุรี 2567 ในวันที่ 3 ก.พ.67 นี้ที่เซ็นทรัลศรีราชา จ.ชลบุรี
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2567

พิษณุโลก แอบส่อง บ้าน”ศรีสุวรรณ” ไม้สักหลังใหญ่โตกำลังก่อสร้าง ที่หมู่ 7 วังพรม ถนนสายหลัง อ.วังทอง-วังพิกุล

       เผยชื่อเล่น”ไอติม”เคยกลับบ้านงานโรงเรียนประถมที่”วังพรม”ระดับประถมที่ รร.วังทองพิทยาคม-จบเกษตรบ้านกร่าง-จบ”ม.แม่โจ้” 
      วันนี้ 30  มกราคม 67  ผู้สื่อข่าวรายงานหลังโซเซียลปรากฏภาพคนดัง "ศรีสุวรรณ จรรยา"พร้อมมีภาพบ้านทรงไทยที่กำลังก่อสร้างด้วย ไม้สักทองหลังใหญ่ ของมูลค่า 6 ล้าน ระบุ ว่าจ้างบริษัท "สิระ" ก่อสร้าง ที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก บรรยายภาพว่า เป็นภาพบ้านทรงไทยไม้สักทองหลังใหญ่โตสวยงามของนายศรีสุวรรณ จรรยา ที่กำลังก่อสร้างใกล้เสร็จโดยนายศรีสุวรรณ มาเห็นบ้านทรงไทยต้นแบบที่นายสิระสร้างโชว์ไว้ริมถนนแจ้งวัฒนะ เลยสั่งให้บริษัทของนายสิระไปสร้างให้บ้าง
      ผู้สื่อข่าว เดินทางไปตรวจสอบที่ หมู่ 7 บ้านวังพรม อ.วังทอง จ.พิษณุ โลก ซึ่งถือว่าอยู่แถบบ้าน”หัวก๊ก” โดยอยู่ห่างจากริมถนนสาย อ.วังทอง ไปทางวังพิกุล อยู่ลึกไปเล็กน้อย 20-30 เมตร สามารถมองเห็นได้จากถนนใหญ่ อยู่เป็นกลุ่มบ้านของญาติ ๆแต่ไม่มีใครกล้าของไปถ่ายรูปใกล้ๆ เนื่องจากกลุ่มคนบ้านย่านนั้นไม่อยากมีปัญหา  
      นายทรง เผือกชาวนา อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.วังพรม อายุ 64 ปี เปิดเผยว่า บ้านทรงไทยของนายศรีสุวรรณ ไม่ค่อยมีใครเข้าไปหา เพราะไม่อยากยุ่งยาก เขาบ้านสร้างประมาณ 1 ปีกว่า ในกลุ่มบ้านของญาติๆ คือ แม่ น้อง เขาเป็นคนถิ่นนี้ บ้านวังพรม อาศัยอยู่ตั้งแต่เล็กๆ นานๆครั้งจะกับมาที่บ้านเพื่อกลับมาบ้านในงานโรงเรียนบ้านวังพรมซึ่งเป็นระดับชั้นประถม  ส่วนระดับมัธยม นายศรีสุวรรณไปเรียนจบที่โรงเรียนวังทองพิทยาคม 
      ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ศรีสุวรรณ ชื่อเล่น “ไอติม”  หลังจบที่โรงเรียนวังทองพิทยาคม ได้ไปต่อ เทคโนโลยีราชมงคล หรือ เกษตรบ้านกร่างในสมัยนั้น จากนั้นไปเรียนต่อที่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ที่ จ.เชียงใหม่ เป็นนักศึกษาระดับแนวหน้า เคยพากลุ่มเพื่อนนักศึกษาปิดถนนประท้วงมาแล้ว แม้นายศรีสุวรรณ ไม่ได้เรียนในสายกฎหมายหรือมีตั๋วว่าความใดๆ แต่นายศรีสุวรรณ ถือว่า ทำงานเกี่ยวกับการร้องเรียนปัญหาสิ่งแวดล้อมต่างๆ กระทั่งใช้ประสพการณ์กลายเป็น”นักร้อง” ล่าสุดกลายเป็นข่าวโด่งดัง 
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

"บอสชาตรี” ประกาศชัด “ซุปเปอร์เล็ก” ขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งคิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต ไร้กังขา

         บิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ยืนยัน “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” ขึ้นแท่นเป็นนักคิกบ็อกซิ่งที่เก่งสุดในโลกเมื่อเทียบปอนด์ต่อปอนด์ หลังสยบ “ทาเครุ เซกาวา” ถึงถิ่น ป้องบัลลังก์ไว้ได้อย่างสวยงาม 
      “ซุปเปอร์เล็ก เกียรติหมู่ 9” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ขวัญใจชาวไทย วัย 28 ปี ป้องกันตำแหน่งไว้ได้อีกครั้ง หลังเอาชนะคะแนนเอกฉันท์เหนือ “ทาเครุ เซกาวา” นักชกซูเปอร์สตาร์เจ้าถิ่น วัย 32 ปี ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นนักคิกบ็อกซิ่งที่เก่งสุดเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ในศึก ONE 165 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น   
     เรียกได้ว่าสนุกครบทุกอรรถรสสมการรอคอย สำหรับการประชันฝีมือของสองยอดฝีมือแห่งวงการคิกบ็อกซิ่ง โดยตลอดการแข่งขัน “ซุปเปอร์เล็ก” สามารถคุมเกมไว้ได้เกือบทั้งหมดด้วยลูกเตะขวาล่างสลับบนอันเป็นเครื่องหมายการค้า และถึงแม้ว่าจะมีช่วงเวลาหวาดเสียวให้แฟนมวยชาวไทยได้ใจหายใจคว่ำ แต่แชมป์โลกชาวไทยก็พลิกสถานการณ์กลับมาได้จนเป็นฝ่ายต้อนแต้มเอาชนะ “ทาเครุ” ป้องกันบัลลังก์ครั้งที่ 2 ได้สำเร็จ 

อย่างไรก็ตามแม้ “ซุปเปอร์เล็ก” จะถือดีกรีเป็นราชันคิกบ็อกซิ่งแห่งสมรภูมิ ONE แต่เมื่อเปิดคลังความสำเร็จในศาสตร์แขนงนี้ต้องยอมรับว่าชื่อชั้นของเขายังไม่สามารถก้าวขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้  

ชัยชนะเหนือ “ทาเครุ” ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นนักคิกบ็อกซิ่งที่เก่งสุดเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ในไฟต์นี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์และการันตีได้ว่าเวลานี้ “ซุปเปอร์เล็ก” ขึ้นแท่นเป็นเบอร์หนึ่งแห่งวงการคิกบ็อกซิ่งอย่างไร้ข้อกังขา ไม่เว้นแม้กระทั่งบิ๊กบอส “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอ วัน แชมเปียนชิพ ที่ก็ออกมายืนยันอีกเสียงด้วยตัวเองในงานแถลงข่าวหลังการชก
“ผมยืนยันว่าตอนนี้ ซุปเปอร์เล็ก เป็นอันดับหนึ่งของทั่วโลกร้อยเปอร์เซ็นต์ในรูปแบบคิกบ็อกซิ่งเมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ที่ผ่านมาหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้จักเขา แต่คืนนี้แฟน ๆ ทั่วโลกได้รู้แล้วว่า ซุปเปอร์เล็ก คือใคร ส่วนในอนาคตแน่นอนว่าผมมีแผนใหญ่ให้กับ ซุปเปอร์เล็ก เรียบร้อยแล้ว เพราะตอนนี้เขาคือเบอร์หนึ่งของโลกครับ”   

ติดตามข่าวสารและความคืบหน้าของศึกนี้ได้ที่เฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand เว็บไซต์ ONEFC.com และอินสตาแกรม ONEChampTh
//สมยศ สนามเป้า รายงาน//