วันพุธที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2566

ผบช.ทท.ปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม สร้างความมั่นใจเมืองพัทยา หลังรัฐบาลมีนโยบายฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยว

เวลา 16.30 น.วันที่ 27 ก.ย.66 ที่ลานอเนกประสงค์ ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยา (บาลีฮาย) จ.ชลบุรี พล.ต.ท.สุคุณ พรหมายน ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้เดินทางมาเป็นประธานปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรมเพื่อยกระดับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง


ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้นักท่องเที่ยวจีน และคาซัคสถาน เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยยกเว้นวีซ่ามีระยะเวลา 5 เดือน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัย ให้แก่นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในห้วงเวลาดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก 


ดังนั้น กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 จึงได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันได้แก่ ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี, สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี, กองบังคับการตำรวจน้ำ, กองบังคับการตำรวจทางหลวง, เมืองพัทยา, ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง, เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี, อาสาสมัครตำรวจท่องเที่ยว และภาคเอกชนในพื้นที่เมืองพัทยา


ทั้งนี้ เพื่อระดมสรรพกำลังร่วมปฏิบัติภารกิจกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่เมืองพัทยา เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

รองแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมประชุมใหญ่สามัญสมาคมศิษย์เก่าพิจิตรพิทยาคม ประจำปี 2566


       เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 เวลา 09.19 น. พลตรี ประสาน แสงศิริรักษ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ร่วมเป็นเกียรติในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ของสมาคมศิษย์เก่าพิจิตรพิทยาคม ณ หอประชุมปทุมมาศ โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร  


        สมาคมศิษย์เก่าพิจิตรพิทยาคม ได้กำหนดให้มีการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2566 เพื่อสรุปผลงานของคณะกรรมการสมาคมฯ ที่ได้ดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับ โรงเรียนพิจิตรพิทยาคม และสมาชิกของสมาคมฯ ทั้งนี้คณะกรรมการสมาคมฯ ได้หมดวาระในการทำหน้าที่ตามประกาศนายทะเบียนสมาคมประจำ จังหวัดพิจิตร และกำหนดให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมฯ 


ในการนี้ สมาคมศิษย์เก่าพิจิตรพิทยาคม จึงได้เรียนเชิญ พลตรี ประสาน แสงศิริรักษ์  รองแม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะศิษย์เก่า ร่วมเป็นเกียรติในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ของสมาคมศิษย์เก่าพิจิตรพิทยาคม และแสดงความยินดีพร้อมมอบของที่ระลึก ในโอกาสรับพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง แม่ทัพภาคที่ 3 




พิษณุโลก สาวนครไทย กับภาพถ่ายคู่กับรถควบคุมผู้ต้องขัง ระบุ..ยินดีต้อนรับเด็กดื้อค้า… ยอดกดไลค์เฉียดแสน เผยขึ้นเวทีประกวดที่ 1 “นางงามคนนครไทย”

 


พิษณุโลก สาวสวยภูธร-อ.นครไทย กับภาพถ่ายคู่กับรถควบคุมผู้ต้องขัง ระบุ..ยินดีต้อนรับเด็กดื้อค้า… ยอดกดไลค์เฉียดแสน เผยขึ้นเวทีประกวดที่  1 ตำแหน่ง“นางงามคนนครไทย”

  วันนี้ 27 ก.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระแสข่าวร้อนแรง ภาพสาวเจ้าแม่พนันออนไลน์ถ่ายคู่กับนายตำรวจ สาย”รองโจ๊ก”ขณะที่มี ภาพสาวสวยพนักงาน”กรมคุมประพฤติ”ก็แรงไม่แพ้กันในย่านภูธร  ตรวจพบว่า เธอเป็นสาว มีตำแหน่ง”นางงามคนนครไทย”ซะด้วย

สอบถาม น.ส.สุพัตรา ยอดบุษดี ชื่อ เล่น”อาย”อายุ 30 ปี พนักงาน”สำนักงานคุมประพฤติพิษณุโลก“ กรมคุมประพฤติ” ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก ว่า เหตุไฉน จึงมีผู้ติดตามกดไลค์ จำนวน 8.8 K หรือ เกือบ 1 แสน เพียงแค่ภาพที่ถ่ายคู่กับรถควบคุมผู้ต้องขัง โพสต์เขียนคำว่า ยินดีต้อนรับเด็กดื้อค้า… 

“อาย”บอกว่า เป็นคนชอบถ่ายรูป ให้เพื่อนๆ ถ่ายให้ เก็บภาพไปยังสถานที่ต่างๆไปเรื่อย อย่างต่ำก็มีคน กลไลค์ประมาณ 1 พันคนขั้นต่ำ จนไม่รู้จะไปถ่ายภาพตรงไหนแล้ว นึกไม่ออก ก็เลยไปถ่ายภาพเล่นๆกับ รถควบคุมผู้ต้องขัง หรือ รถคุมประพฤติ ซึ่ง จริงๆ รถคันนี้ เอาไว้ใช้ในสำนักงานฯ ไว้ออกไปบำบัดหรือเพื่อสาธารณะประโยชน์ เป็นรถเหมือน กรงขัง ประตูปิดด้านหลัง สามารถจับคนใส่ไป 10 คนแล้วล็อกประตูได้  โดยที่ไม่เกี่ยวกับคนขับด้านหน้า แต่ก็ไม่เคยเห็นจับหนุ่มๆ หรือ นักเลง ตีกันใส่ในกรงขัง เพราะรถตำรวจจะถึงก่อน 

เรื่องส่วนตัวที่ชาวเน็ตชมว่า สวยและคอมเม็นต์กันหลายคน“อาย”บอก ตนเป็นพื้นถิ่น อ.นครไทย อาชีพครอบครัวดั้งเดิมจริงๆจากชาวไร่ข้าวโพด ไร่สำปะหลัง กระทั่งเปลี่ยนมาเป็นสวนยางพารา เปิดกรีดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เป็นลูกสาวคนเดียว  

เมื่อถามว่า ชื่อ อาย หมายความว่า อย่างไร เจ้าตัวบอกว่า พ่อแม่ตั้งให้ ตามบทละครทีวี ยุคนั้น ที่มีนางเอกชื่อ “อาย” สมัย 30 ปีก่อน 

ถามว่า ดูแล สุขภาพ อย่างไร ทำไม? ถ่ายรูปดูสูงโปร่ง ออกมาสวย 

“อาย” บอกว่า ไม่เคย ดูแล อะไรมากเป็นพิเศษ ก็เป็นคนภูธร ต่างอำเภอ ทำงานในเมืองแล้วก็กลับบ้านนอก ส่วนสูงก็แค่ 165 เซ็นติเมตร จบปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก  

ถามว่า เคยผ่านเวทีประกวดบ้างไหม อาย บอกว่า มีอยู่ 2 ครั้ง เคยขึ้นเวทีประกวดพิษณุโลกซุปเปอร์โมเดล ปี 61 ที่ห้างบิ๊กซีฯ แต่ครั้งนั้นไม่ได้รางวัลเลย เพียงแค่ถ่ายภาพลงในเฟสบุ๊ก มีคนกดติดตามถึง 9.4  หรือ เฉียดแสนคน ครั้งต่อมา สมัยทำงานอยู่ เทศบาลตำบลบ้านแยง มีการประกวด ที่หน้าอำเภอนครไทย  ทางเทศบาลตำบลบ้านแยงส่งตนขึ้นเวทีประกวด ผลปรากฏว่า ตนได้รางวัลที่ 1 คว้าตำแหน่ง“นางงามคนนครไทย” ในงานแข่งเรือ 2-3 ปีที่ผ่านมา 

เมื่อถามว่า หลังผ่านการประกวดแล้วเป็นอย่างไรบ้าง”อาย”บอกว่า มีหนุ่มๆตามจีบเยอะ แต่ไม่เคยสนใจ เนื่อง ไม่ปิ้ง คิดว่า เขาหยอกเล่นๆเพราะตามกระแส  

ขอตั้งใจทำงานให้ที่ดีที่สุดดีกว่า กระทั่ง 2 ปีที่ผ่านมา สอบบรรจุเป็นพนักงานธุรการ สำนักงานคุมประพฤติพิษณุโลกสำเร็จไปอีกขั้น และจะตั้งใจทำงาน  ก้าวต่อไปขอบรรจุเป็นข้าราชการต่อไป ส่วนเรื่อง แฟน หรือ มีคนในดวงใจหรือยังนั้น “อาย”ไม่ขอตอบ

/ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว/

รมว.พิพัฒน์ มอบ 5 นโยบาย ขับเคลื่อนกรมการจัดหางาน สู่เป้าหมายจ้างงาน 1 ล้านอัตรา

วันที่ 27 กันยายน 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางานทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค โดยมีนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมการจัดหางาน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมเทียน อัชกุล ชั้น 10 กรมการจัดหางาน และการประชุมทางไกลผ่านระบบ VDO Conference

นายพิพัฒน์ ได้มอบ 5 นโยบายการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมการจัดหางาน และ 6 ข้อสั่งการ ดังนี้ 1) ส่งเสริมการมีงานทำ และรายได้ที่มั่นคงให้กับแรงงานทุกกลุ่ม โดยส่งเสริมการทำงานในสถานประกอบการและส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ 2) ส่งเสริม รักษา และขยายตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสให้แรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศมากขึ้น 3) บูรณาการความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกำลังแรงงาน และความต้องการจ้างงาน รวมทั้งการพัฒนาทักษะ เพื่อความสมดุลอย่างยั่งยืนของตลาดแรงงาน 4) คุ้มครองแรงงานไทย และแรงงานต่างด้าวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน 5) บริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว แบบสะดวก ประหยัด เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานให้กับภาคธุรกิจ โดยนโยบายทั้ง 5 ข้อสอดรับกับนโยบายกระทรวงแรงงาน ด้านส่งเสริม “ทักษะดี” ในการ Up - Skill for More Earn เพื่อการมีงานทำรองรับเศรษฐกิจใหม่ ด้านส่งเสริม “มีงานทำ” การเพิ่มการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ 100,000 อัตรา และ One Stop Service บริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวครบจบที่จุดเดียว และด้านส่งเสริม “หลักประกันทางสังคมเด่น” สร้างรากฐานเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยการคุ้มครองแรงงาน

โดยมีข้อสั่งการเน้นย้ำให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ดำเนินการตามนโยบายที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา โดยร่วมกันผลักดันนโยบายไปสู่การขับเคลื่อนเพื่อเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว มุ่งเน้นประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงแรงงาน และ 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน ในส่วนพื้นที่จังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวต้องมีการจัดทำทะเบียนควบคุม และบริหารจัดการโดยเชื่อมโยงกับส่วนกลางอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมการจัดหางาน บริหารแผนงาน แผนเงิน ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังกำชับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือการเรียกรับผลประโยชน์จากนายจ้างและผู้ใช้แรงงาน และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ต้องไม่มีการซื้อขายตำแหน่งโดยเด็ดขาด  

นายพิพัฒน์ ยังกล่าวหลังการมอบนโยบายว่า ในปีนี้กระทรวงแรงงานมีเป้าหมายให้เกิดการจ้างงาน 1 ล้านตำแหน่ง ผ่านการจัดงาน Job-Up Skill Thailand Expo 2023 ที่มีทั้งกิจกรรมพัฒนาทักษะแรงงานควบคู่กับการนัดพบแรงงานทั่วทุกภาคของประเทศไทย เพื่อเข้าถึงแรงงานทุกสาขาอาชีพ 

 “หากพบปัญหา อุปสรรคใดๆ ผมพร้อมที่จะเข้าไปสนับสนุนเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น และเชื่อมั่นว่าบุคลากรของกรมการจัดหางานจะร่วมแรง ร่วมใจ ขับเคลื่อนภารกิจให้ประสบความสำเร็จตามนโยบายที่ให้ไว้ เพื่อให้กระทรวงแรงงานก้าวไปสู่การเป็นกระทรวงเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงาน ผลักดันเศรษฐกิจของประเทศให้เข้มแข็งยั่งยืนต่อไป”  นายพิพัฒน์ กล่าวท้ายสุด

ด้านนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ตามที่ท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานดำเนินการส่งเสริมการมีงานทำ มุ่งขยายตลาดต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานกับแรงงานไทย ผลักดันการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ควบคู่ไปกับให้ความคุ้มครองแรงงานไทย รวมถึงการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างชาติ นั้น กรมการจัดหางานพร้อมรับนโยบายและข้อสั่งการนำมาปฏิบัติให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อเป็นส่วนสำคัญในขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ตรวจเยี่ยมการให้บริการออกใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างชาติ และพบปะผู้ใช้บริการ ณ บริเวณ ชั้น 2 และชั้น 3 ของกรมการจัดหางาน รวมทั้งให้กำลังใจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้วย

รับลูกฟรีวีซ่า! ทำบุญเปิดที่ทำการงานสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ส่วนหน้า) ภาคตะวันออก

วันที่ 27 ก.ย.66 ได้มีพิธีเปิดอาคารที่ทำการงานสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ส่วนหน้า) อย่างเป็นทางการ โดยในช่วงเช้าได้จัดพิธีสงฆ์ทำบุญเลี้ยงเพลพระสงฆ์จำนวน 5 รูป จากวัดชัยมงคลพระอารามหลวงพัทยาใต้ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมี พล.ต.ต.ม.ล.สันธิกร วรวรรณ ผบก.ทท.1 พ.ต.ท.ปริญ ศรีภัทรกุลชัย สว.กก.2 บก.ทท.1 และ พ.ต.ท.พิชญะ เขียวเปลื้อง สว.ส.ทท 4 บก.ทท.1 นำคณะเจ้าหน้าที่เข้าร่วมในพิธี


ทั้งนี้ ด้วยกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว มีนโยบายสำคัญในการยกระดับงานสืบสวนที่เป็นโอเปอร์เรชั่นให้สมบูรณ์ ครบวงจร แบบ One Stop Service เพื่อดูแลความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจต่อประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกในการเปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีนและอุซเบกิสถาน จึงเกิดการดำเนินการก่อสร้างและเปิดอาคารดังกล่าวขึ้นเพื่อรองรับอนาคต


สำหรับอาคารที่ทำการงานสืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 (ส่วนหน้า) ตั้งอยู่เลขที่ 406/357 ถนนสายลงชายหาดจอมเทียน ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จัดสร้างกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวด้วยงบประมาณ 2 ล้านบาท บนที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ 


โดยทางกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้ทำเรื่องขอใช้ประโยชน์ปลูกสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดความสูง 3 ชั้น ภายในแบ่งเป็น ชั้นล่างเป็นโซนต้อนรับ, ห้องศูนย์ปฏิบัติการฯ, ห้องทำงาน และห้องจับกุม/ควบคุม บริเวณชั้น 2 เป็นห้องเก็บรักษายุทธภัณฑ์ และห้องทำงานของนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร ส่วนชั้น 3 เป็นห้องพักของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานรัฐสภา เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชฯ ถวายหนังสือที่ระลึก


          26 ก.ย. 66 เวลา 09.15 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา พร้อมด้วย นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง , นายชวน หลีกภัย  อดีตประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร , นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร , ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกณ พระตำหนักสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ในการนี้  นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กล่าวใจความตอนหนึ่งว่า รู้สึกสำนึกในพระกรุณาคุณ ที่ฝ่าพระบาทโปรดประทานพระวโรกาสให้เฝ้าถวายหนังสือที่ระลึกการจัดงานฉลองพระชนมายุ 8 รอบ ของฝ่าพระบาท 26 มิถุนายน  2566 


หนังสือที่ระลึกดังกล่าว นายชวน หลีกภัย ขณะดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา มีดำริให้สำนักงานฯ  ขอประทานพระอนุญาตจัดพิมพ์ขึ้น จำนวน 2,000 เล่ม เพื่อถวายแด่ฝ่าพระบาท 500 เล่ม มอบให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 500 เล่ม สมาชิกวุฒิสภา 250 เล่ม ส่วนที่เหลือสำหรับให้บริการในหอสมุดรัฐสภา และเผยแพร่แก่ผู้สนใจทั่วไป และจัดทำเป็นรูปแบบ e-Book อีกด้วย เนื้อหาของหนังสือประกอบด้วยพระคติธรรมและพระโอวาทที่ฝ่าพระบาท ได้ประทานไว้ในโอกาสต่าง ๆ เพื่อเป็นสวัสดิมงคล และเป็นแนวทางในการครองตนของสมาชิกรัฐสภา ข้าราชการ และบุคคลในวงงานรัฐสภา นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมสารถวายพระพรจากผู้นำศาสนาในประเทศทั้ง 4 ศาสนาหลัก และสารจากผู้นำศาสนาต่างประเทศ 14 ประเทศ 15 ฉบับ ที่ได้พร้อมเพรียงกันส่งสารมาถวายพระพรฝ่าพระบาท ผ่านมายังรัฐสภา โดยได้ประมวลไว้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์สำคัญ ดังปรากฏในหนังสือเล่มนี้แล้ว


โอกาสนี้ เกล้ากระหม่อม พร้อมด้วยคณะ จึงขอประทานถวายหนังสือดังกล่าวและขอประทานถวายมุทิตาสักการะ เนื่องในมงคลสมัยฉลองพระชนมายุ 8 รอบ 26 มิถุนายน 2566 ด้วยดวงจิตโสมนัสชื่นชมยินดีเป็นล้นพ้น ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

#วันมูหะมัดนอร์มะทา #ประธานสภาผู้แทนราษฎร #ประธานรัฐสภา #สมเด็จพระสังฆราช 

ไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ร่วมกับเทศบาลตำบลบางละมุง เตรียมจัดรับบริจาคเลือดวันไลออนเดย์ 2023

ค่ำวันที่ 26 ก.ย.66 ที่ห้องประชุมร้านอาหารเรือไทย พัทยา จ.ชลบุรี ไลออนส์ ปริญ นุชเจริญ นายกสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา เป็นประธานเปิดการประชุมสมาชิกสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ปีบริหาร 2566-2567 ประจำเดือนกันยายน 2566 โดยมีคณะสมาชิกเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ในที่ประชุมได้มีการพูดคุยหารือเพื่อเตรียมความพร้อมของสมาชิกสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ในส่วนของเขต 8 และเขต 9 ภูมิภาคที่ 4 ภาค 310C ที่จะร่วมงานวันไลออนส์เดย์ 2023 ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญของไลออนสากลที่จัดขึ้นทั่วโลก 

ไลออนส์ จเรวัฒน์ ชินวัฒน์ ที่ปรึกษาสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ให้ข้อมูลว่า วันไลออนส์เดย์จะตรงกับวันที่ 8 ตุลาคมของทุกปี ที่สโมสรไลออนส์ทั่วโลกจะจัดกิจกรรมในวันดังกล่าวขึ้นพร้อมกันตามเจตนารมณ์ของไลออนส์สากล 


โดยในปีนี้ทางสโมสรไลออนส์ นาเกลือ พัทยา ปีบริหาร 2566-2567 จะได้ร่วมกับเทศบาลตำบลบางละมุง เปิดรับบริจาคโลหิตเพื่อพระราชกุศลถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 12 ตุลาคม 2566 นี้ที่เทศบาลตำบลบางละมุง ระหว่างเวลา 09.00-12.00 น. 

และจะได้ร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ หรืองานไลออนส์ไนท์ในค่ำคืนวันที่ 8 ตุลาคม 2566 ที่ร้านอาหารครัวป้าบุญ 3 พัทยา พร้อมเพื่อนสมาชิกสโมสรไลออนส์อื่นๆ ในพื้นที่เพื่อสร้างความสมานสามัคคีในองค์กรและหมู่คณะพี่น้องไลออนส์ต่อไปด้วยเช่นกัน

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2566

ททท. เสิร์ฟมินิซีรีส์ “Y JOURNEY STAY LIKE A LOCAL” ปลุกท่องเที่ยวไทย

น.ส.อโนมา วงศ์ใหญ่ ผอ.ททท.พัทยา เปิดเผยว่า บ่ายวันที่ 26 กันยายน 2566 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ร่วมกับ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ฮาล์ฟ โทสท์ จำกัด เปิดตัวโครงการ “Y JOURNEY (STAY LIKE A LOCAL)” 

ชูคอนเซปต์ “Amazing 5F and More” และ SDGs ถ่ายทอดผ่านมินิซีรีส์ 6 เรื่อง นำแสดงโดย 12 นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังที่จะชวนทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์และอัตลักษณ์ของการท่องเที่ยวภาคตะวันออกอย่างยั่งยืน 

พร้อมสร้างแรงบันดาลใจสู่การท่องเที่ยวจริง โดยมี นาย อิชิโระ ซะกะกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด นาย อัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. ผู้กำกับจากบริษัท ฮาล์ฟ โทสท์ จำกัด และนักแสดงทั้ง 12 คน ให้เกียรติร่วมงาน ณ ห้องโถงธนะรัชต์ อาคาร ททท. สำนักงานใหญ่

โดย นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. ได้กล่าวว่า ททท. โดย ภูมิภาคภาคตะวันออก เล็งเห็นความสำคัญของการต่อยอดประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด Sustainable Development Goals : SDGs ประกอบกับกระแส Soft Power (5F) โดยเฉพาะ F-Food และ F-Film กำลังได้รับความนิยมจากกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ Gen X Y และ Millennial จึงเกิดเป็น โครงการ “Y JOURNEY (STAY LIKE A LOCAL)” นำเสนอจุดเด่นของการท่องเที่ยวภาคตะวันออก เช่น แหล่งท่องเที่ยว อาหาร สินค้าและกิจกรรมท่องเที่ยว ผนวกเข้ากับแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการออกเดินทางท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience-based-Tourism) ตามรอยภาพยนตร์ สร้าง Meaningful Relationship รับประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและความหมาย และนำไปสู่การกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนต่อไป

โครงการประชาสัมพันธ์ “Y JOURNEY (STAY LIKE A LOCAL)” ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท ฮาล์ฟ โทสท์ จำกัด เป็นผู้สร้างสรรค์ผลงานมินิซีรีส์ทั้ง 6 เรื่อง  โดยมี 12 นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังร่วมร่วมถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดในภาคตะวันออก ทั้ง 6 จังหวัด โดยแต่ละเรื่องจะมีรูปแบบการท่องเที่ยวที่แตกต่างกันออกไป ตามรายละเอียดดังนี้

มินิซีรีส์ 1 เรื่อง “เพื่อนรักแอบรักเพื่อน” นำแสดงโดย “แฟรงค์-ธนัตถ์ศรันย์ ซําทองไหล” และ “หล่งซื่อ ลี” ถ่ายทอดเรื่องราวการท่องเที่ยวสายมู เส้นทางแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดฉะเชิงเทราและสมุทรปราการ วัดหงษ์ทอง วัดอโศกการาม วัดจีนประชาสโมสร ตลาดบ้านใหม่ ผสมผสานกับวัฒนธรรมอาหารถิ่น เช่น ข้าวห่อใบบัว ขนมเกสรลำเจียก ขนมเปี๊ยะสดนายเล้ง ผัดไทนายแกละ ออกอากาศเป็นตอนแรกในวันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566 

มินิซีรีส์ 2 เรื่อง “คำสารภาพ” นำแสดงโดย “เน็ต-สิรภพ มานิธิคุณ” และ “เจมส์-ศุภมงคล วงศ์วิสุทธิ์” ถ่ายทอดเรื่องราวการลดขยะอาหาร Zero Food Waste ด้วยการแปรรูป ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ชุมชนตลาดเก่าริมน้ำจันทบูร น้ำตกพลิ้ว ศาลเจ้าตั้วเล่าเอี๊ย และเพ็ญทิวาทุเรียนทอด และอาหารท้องถิ่น เช่น ยำมังคุดกุ้งสด กวยจั๊บป้าไหม แกงหมูใบชะมวง ไอติมจรวด แกงมัสมั่นทุเรียน ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2566 

มินิซีรีส์ 3  เรื่อง “เฮียไม่ปลื้ม” นำแสดงโดย “ฟลุ้ค-ณธัช ศิริพงษ์ธร” และ “ยูโด-ธรรม์ธัช ธารินทร์ภิรมย์” ถ่ายทอดเนื้อหาวิถีชีวิตและการจ้างงานชุมชนท้องถิ่น ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดตราด ชุมชนท่าระแนะ ประภาคารแหลมงอบ หาดตาลคู่ สะพานวัดใจ พร้อมสอดแทรกอาหารท้องถิ่น เช่น ข้าวผัดพริกเกลือ อาหารซีฟู้ด ปลาโคกหว่น ปลาทราย-ปลาซิวทอด  เป็นต้น ออกอากาศในวันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม 2566 

มินิซีรีส์ 4 เรื่อง “คู่กัดออกทริป”  นำแสดงโดย “แม้ก-กรธัสส์ รุจีรัตนาวรพันธุ์” และ “ณฐ-ณฐสิชณ์ เอื้อเอกสิชฌ์” ถ่ายทอดเนื้อหาการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ผ่านเรื่องราวของเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก อ่างเก็บน้ำทรายทอง-เขาช่องลม และจังหวัดปราจีนบุรี น้ำตกเขาอีโต้-วัดพระใหญ่-ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าปราจีนบุรี ผสมผสานอาหารท้องถิ่น ได้แก่ ไผ่ตงหวาน ต้มหน่อไม้ ส้มตำไผ่บงหวาน ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2566

มินิซีรีส์ 5 เรื่อง “สมมติว่าเป็นแฟน” นำแสดงโดย “มอส-ภาณุวัฒน์ โสประดิษฐ” และ “แบงค์-มณฑป เหมตาล” ถ่ายทอดเนื้อหาของการรีไซเคิลพลาสติกที่มาจากทะเล ผ่านเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดระยอง เขาแหลมหญ้า สะพานคู่หาดแม่รำพึง วิสาหกิจชุมชนแยกขยะวัดชากลูกหญ้า และอาหารท้องถิ่น เช่น ยำผักกระชับ แกงส้มปู แกงคั่วเล เส้นหมี่น้ำแดงโบราณ ต้มหมูชะมวง เป็นต้น  ออกอากาศในวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2566 

มินิซีรีส์ 6 เรื่อง “ตามหาความทรงจำ” นำแสดงโดย “ยุ่น-ภูษณุ วงศาวณิชชากร” และ “ดิว-นิติกร ปานคร้าม” ถ่ายทอดเนื้อหาการใช้พลังงานทดแทน ผ่านเรื่องราวจังหวัดชลบุรี ในแหล่งท่องเที่ยวสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา หาดบางแสน อ่างเก็บน้ำบางพระ แกรนด์แคนยอนชลบุรี และอาหารถิ่น เช่น ข้าวหลามหนองมน ข้าวเกรียบอ่อน ไก่ย่างบางแสน เป็นต้น 

ออกอากาศในวันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 มินิซีรีส์ดังกล่าว มีกำหนดเผยแพร่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.00 น. เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2566 ผ่านช่องทาง แอปพลิเคชั่น AIS PLAY, YouTube ของ AIS และ YouTube Channel : Amazing Thailand

/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

‘วันมูหะมัดนอร์ มะทา’ ประธานรัฐสภา ให้การรับรอง’ดาโต๊ะโจจี ซามูเอล’ เอกอัครราชทูตมาเลเซีย ขอบคุณที่ดูแล นศ.-แรงงานไทยเป็นอย่างดี หารือเปิดด่านชายแดนใหม่ที่ อ.กาบัง จ.ยะลา

           เมื่อวันที่ 25 ก.ย.66 เวลา 14.00 น. นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้การรับรองดาโต๊ะ โจจี ซามูเอล (H.E. Datuk  Jojie  Samuel) เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย ณ ห้องรับรองพิเศษ 205 ชั้น 2 (โซนกลาง) อาคารรัฐสภา  โดยมี นายอับดุลฮาริม  มินซาร์ สมาชิกวุฒิสภา กรรมการบริหารกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาไทย-มาเลเซีย , นายอารีเพ็ญ  อุตรสินธุ์  ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร , นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร , นายคัมภีร์  ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร , นายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ ผู้ช่วยเลขานุการประธานรัฐสภา , นายธงชาติ รัตนวิชา ผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร , นายมีชัย  ออสุวรรณ คณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร และและนายอาพล  นันทขว้าง ผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ร่วมให้การรับรอง  


           นายวันมูหะมัดนอร์  มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวต้อนรับเอกอัครราชทูตฯ และกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาด้วยความยินดี ความสัมพันธ์ไทยระหว่างไทยและมาเลเซียมีความใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนานและมีความแน่นแฟ้นในทุกระดับ ประธานรัฐสภาเคยพบปะกับประธานสภาผู้แทนราษฎรมาเลเซีย ระหว่างการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 44 เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ณ กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และเนื่องจากไทยเพิ่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีของไทยและนายกรัฐมนตรีมาเลเซียน่าจะได้มีโอกาสพบปะกันในฐานะผู้นำคนใหม่ในเร็ว ๆ นี้ สำหรับความสัมพันธ์ด้านรัฐสภา รัฐสภาของทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันขณะนี้ ไทยอยู่ในระหว่างการประชุมกลุ่มมิตรภาพฯไทย-มาเลเซียเพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารฯ และเมื่อการเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อย จะได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างกันในโอกาสต่อไป ด้านการศึกษา ไทยและมาเลเซียได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านศึกษา ประธานรัฐสภาขอขอบคุณรัฐบาลมาเลเซียที่ได้ดูแลนักศึกษาไทยที่ไปศึกษาที่มาเลเซีย รวมถึงแรงงานที่ไปทำงานในมาเลเซียเป็นอย่างดี  และเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ในระดับรัฐสภาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ประธานรัฐสภาจึงกล่าวกับเอกอัครราชทูต ขอเชิญประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภามาเลเซียเดินทางเยือนไทย 


         โอกาสนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ยังได้หารือเรื่องความเป็นไปได้ในการเปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซียแห่งใหม่ ที่อำเภอกาบัง จังหวัดยะลา ซึ่งจะเชื่อมต่อกับรัฐเคดะห์ของมาเลเซีย โดยกล่าวว่าการมีด่านพรมแดนเพิ่มขึ้นเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอันแนบแน่น และจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศให้ดีขึ้นด้วย ซึ่งจะขอนัดหมายเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่มาเลเซียเดินทางไปชมสถานที่ที่มีความเหมาะสมที่จะสร้างด่านชายแดนแห่งใหม่ด้วย และยืนยันว่าจะผลักดันให้สำเร็จภายในรัฐบาลชุดนี้ 


         เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย แสดงความขอบคุณประธานรัฐสภาที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และขอแสดงความยินดีกับประธานรัฐสภาที่ได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนี้อีกครั้ง ไทยและมาเลเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาอย่างดีทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้มีโครงการส่งเสริมการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย และแสดงความเห็นด้วยกับการเพิ่มจุดผ่านแดนไทย-มาเลเซียอันจะเป็นการเพิ่มมูลค่าการค้า การลงทุนและมูลค่าทางเศรษฐกิจตามแนวชายแดนระหว่างกันเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตฯ กล่าวขอบคุณประธานรัฐสภาสำหรับการเชิญประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานวุฒิสภามาเลเซียเดินทางเยือน และจะแจ้งให้รัฐสภามาเลเซียทราบในโอกาสต่อไป พร้อมกันนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้เชิญประธานรัฐสภาเดินทางเยือนมาเลเซียด้วยเช่นกัน  และเห็นด้วยกับแนวคิดเปิดด่านชายแดนแห่งใหม่ ปัจจุบันบันมาเลเซียมีด่านชายแดน 9 แห่งรวมทั้งด่านทางทะเลที่ตำมะลัง และลังกาวีด้วย หากมีด่านชายแดนแห่งใหม่เกิดขึ้น จะมีมูลค่าการค้าชายแดนเพื่มขึ้น ทางการนำเข้าและส่งออกสินค้า ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างแน่นอน ซึ่งจะขอนำไปหารือในระดับรัฐบาลต่อไป 


#วันมูหะมัดนอร์มะทา #ประธานสภาผู้แทนราษฎร #ประธานรัฐสภา #ด่านชายแดน #Thai #Malaysia