วันจันทร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

วิเคราะห์ - เจาะลึก สนามเลือกตั้ง

เมืองสองแคว เขต 1 "คมเฉือนคม"

สนามเลือกตั้งเขต 1 จังหวัดพิษณุโลก นับว่าเป็นสนามหนึ่งที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง เนื่องจากมีนักการเมืองหนุ่มมีความรู้ และมีการศึกษาดีหลายคนลงสมัครรับเลือกตั้ง จึงต้องช่วงชิงกันถึงพริกถึงขิง ก่อนเข้าป้ายเชือดเฉือดกันชนิดยาแดงผ่าแปด และเป็นอีกสนามหนึ่งที่ต้องติดตามมองอย่างใกล้ชิด

หากกางพื้นที่เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วย อำเภอเมือง (เฉพาะตำบลในเมือง ตำบลอรัญญิก ตำบลวัดจันทร์ ตำบลบ้านคลอง ตำบลพลายชุมพล ตำบลท่าทอง ตำบลบึงพระ ตำบลวัดพริก ตำบลวังน้ำคู้)

การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา หรือ "หมออ๋อง"นายสัตวแพทย์ อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล เบอร์ 9 สามารถกระชากแชมป์มาจากนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่แพ้หลุดลุ่ยร่วงลงมาอยู่อันดับ 3 ปัจจุบันย้ายออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคไทยภักดี ซึ่งประกาศตัวชัดเจนอยู่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม โดยเฉพาะความภักดีต่อสถาบัน ซึ่งมีตำนานการต่อสู้เรื่องจำนำข้าวของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนกระเจิงต้องหนีไปอยู่"ดูไบ"ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หากมองย้อนกลับไปมอง "หมออ๋อง"ในการเลือกตั้งปี 2562 มีคะแนนมาอันดับ 1 จำนวน 35,579 คะแนน อันดับ 2 นายเศรษฐา กิตติจารุรักษ์  ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ  23,682 คะแนน และอันดับ 3 นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม จำนวน 18,613 คะแนน ส่วนพรรคการเมืองอื่นเก็บเกี่ยวคะแนนไปคนละพันสองพัน จนถึง 5,114 คะแนน เป็นของนางวิเชียร น้อยน้ำใส อดีต ส.อบจ. พิษณุโลก แห่งพรรคเสรีรวมไทย 

กล่าวกันว่า "หมออ๋อง"มีคะแนนในหมู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่เทคะแนนให้ท่วมท้น ประกอบกับพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบพรรค กลุ่มคนเสื้อแดงจึงเทคะแนนให้อย่างล้นหลาม "หมออ๋อง"จึงนำชัยไปในที่สุด ชนิดหักปากกาเซียนอย่างยับเยิน พลิกล็อคถล่มทลายดังคำอุปมา"เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึก" 

แต่ทว่าครั้งนี้ "หมออ๋อง"คะแนนนิยมยังคงสงบเงียบไม่แตกต่างไปจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พลังโซเซียลจะสามารถกวักเรียกให้อยู่ยงคงกระพันได้หรือไม่ เพราะพรรคก้าวไกล ถูกฝ่ายตรงข้ามปลุกกระแสโจมตีเรื่องยุบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และการริดรอนบำนาญข้าราชการ เคยถูกเปรียบเปรยเหมือน"ช้างป่วย" อีกทั้งคู่แข่งหลายคนเป็นคนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน 

"ลมหวน"ให้คำนึงถึงนักการเมืองระดับตำนาน "โกศล ไกรฤกษ์"ผู้ล่วงลับ ฉายา"นักเลงโบราณ"อดีต ส.ส. พิษณุโลก หลายสมัย อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และรองนายกรัฐมนตรี เคยกล่าวไว้ว่า"การเป็น ส.ส.ครั้งที่ 2 ยากยิ่งนัก"

ในส่วนของ"บวรเดช หล้าแหล่ง" หรือ "ปาล์ม" ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 7 นับว่าสตาร์ทค่อนข้างแรงแซงคู่แข่งในค่ายภูมิใจไทยที่มีตัวเลือกถึง 3 คน ทำโพลแล้ว โดนใจของชายชื่อ "เนวิน ชิดชอบ " ฟันธงให้ "ปาล์ม"ลงสนามเลือกตั้งในเขต 1 เพราะมีคะแนนนิยมสูงจากเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ที่แข่งกับ "เปรมฤดี ชาวพูนท และพ่ายแพ้ไปเพียงกว่า 200 คะแนนเท่านั้น

"บวรเดช หล้าแหล่ง"เป็นทายาทตระกูลของอาณาจักรร้านทองคำ หลายแห่ง และธุรกิจอื่นๆในจังหวัดพิษณุโลก ด้วยบุคลิกสุภาพอ่อนน้อม "พนมมือ ทั่วสิบทิศ"และขยันทำพื้นที่อย่างจริงจัง จะยังสามารถเก็บคะแนนจากการเลือกนายกเทศบาลนครไว้ได้หรือไม่ อีกทั้งพรรคภูมิใจไทยยังมอบหมายนายนิยม ช่างพินิจ อดีต ส.ส.พิษณุโลก หลายสมัย ครั้งนี้ย้ายค่ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการช่วยเหลือ เพราะมีพื้นที่ติดต่อกัน 

อย่างไรก็ตาม คอการเมืองสภากาแฟ  สี่แยกบ้านแขก ทุบโต๊ะสรุปเปรี้ยงว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งนี้ คู่แข่งขันในเขตเทศบาลถูกแบ่งแยกออกเป็นหลายคน คะแนนของ "บวรเดช"แตกต่างไปจากการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลกโดยสิ้นเชิง

สำหรับค่าย”ประชาธิปัตย์” ได้รองศาสตราจารย์ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร เบอร์ 5 อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวร อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และอดีตที่ปรึกษากระทรวงอุดมศึกษา  วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นับว่าเป็นนักวิชาการที่หาญกล้าปราศรัยบนเวที กปปส.อันลือลั่น  มีความรู้ความสามารถ ปราดเปรียว มีแนวคิดเชิงรุก แสดงออกทางบทกวีที่ค่อนข้างรุนแรงไม่หวั่นไหวกับพวกประชาธิปไตยจอมปลอม และยึดโยงปกป้องสถาบันหลัก

ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ภายหลังลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง มีความมุ่งมั่นตั้งใจซุ่มหาเสียงมาแรมปีในช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทั้งมีรถเลี้ยงน้ำ แจกสิ่งของผู้ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 พบปะผู้คนในชุมนุมน ปราศรัยให้ความรู้ในมิติต่างๆ ทั้งผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น อสม.จนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง 

การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นบททดสอบแฟนพันธุ์แท้ของพรรค ปชป.ทั้งข้าราชการ แพทย์-พยาบาล  อสม.นักวิชาการ และบรรดาลูกศิษย์ ตลอดจนคนเสื้อเหลืองจะยังคงหลงเหลือใจไว้ให้เท่าใด จะเป็นการวัดใจคนสองแควอีกครั้งว่า“จักษ์ พันธ์ชูเพชร” นักการเมืองน้ำดีคนหนึ่งจะได้รับมอบความไว้วางใจให้เข้าสภาฯ หรือ เพียงสร้างสีสันต์ในสนามเลือกตั้งเท่านั้นเอง

พรรคเพื่อไทย เบอร์ 1"นางสาวณัฐทรัชต์ ชามพูนท" หรือ“น้องใหม่”อดีตรองนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ทายาทอดีตนักการเมืองชื่อดังนายสุชน  ชามพูนท อดีต ส.ส.พิษณุโลกหลายสมัย และอดีตรัฐมนตรี ผูกรักสมัครใจกับคนเสื้อแดงมาอย่างยาวนาน ตลอดเวลาทำพื้นที่ในเขตเลือกตั้งมาอย่างเข้มข้น ลาออกมาสวมเสื้อเพื่อไทย โดยมีเงาทะมึนเป็น”ผนังทองแดง กำแพงเหล็ก”ของ “เปรมฤดี ชามพูนท” นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ผู้เป็นมารดาและนับว่าเป็นจอมโปรเจ็ค ทำกิจกรรมสร้างคะแนนนิยมมาอย่างต่อเนื่อง  ทุ่มเทกับงานภายในเขตเทศบาลแบบหัวไม่วาง หางไม่เว้น ที่ผ่านมาหอบหิ้วเกี่ยวก้อยร้อยแขน"น้องใหม่"ลุยพื้นที่ให้ดูดีมีมนต์เสน่ห์มากยิ่งขึ้น

“น้องใหม่”ทุ่มเทขยันเสียงหวังว่าจะให้เกิดแลนด์สไลด์ ทว่าจะสามารถมัดใจคนเมืองไว้เป็นฐานที่มั่นได้มากน้อยเพียงใด แม้ต้องตรึงคะแนนเสียงในเขตเทศบาลนครพิษณุโลกไว้ แต่ต้องขยับกวักเรียกคะแนนนิยมตำบลรอบนอกเข้ามาประกอบอีกด้วย จึงนับว่าเป็นผู้สมัครที่น่ากริ่งเกรงยิ่งอีกคนหนึ่ง

"อดุลย์วิทย์ วิวัฒน์ธนาฒย์" หรือ "อั้ม"เบอร์ 11 ค่ายพรรคพลังประชารัฐ เด็กหนุ่ม อดีต ส.อบจ.เขตอำเภอเมืองพิษณุโลก บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนนายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก และนางศกุณา วิวัฒน์ธนาฒย์ "พ่อนก-แม่นก" ตระเวนตะลุยหาเสียงมาค่อนข้างยาวนานเช่นเดียวกัน และนับว่ามีความพร้อมมากเป็นบุคคลที่มือเติบใจโตคนหนึ่ง โดยอาศัยฐานเสียงและชื่อเสียงของบิดา"มนต์ชัย" ทอดสะพานเชื่อมโยงไปสู่หัวคะแนนง่ายดายขึ้น 

บรรดาคอการเมืองเริ่มหันไปจับตามอง"อดุลย์วิทย์"เพราะพากันเชื่อมั่นฐานเสียงจัดตั้งของ"มนต์ชัย" มีมือไม้ที่ผูกพันกันตั้งแต่เคยเป็น ส.ส.จนนั่งเก้าอี้นายก อบจ.พิษณุโลก ซึ่งมีทั้ง ส.อบจ.ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ อสม. เป็นต้น ที่ร่วมเคยกรำศึกกันมายาวนานเคียงข้างกันมาตามลำดับ 

พรรคเสรีรวมไทย มี "วีรบุรุษนาแก" พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรค เลือกตั้งครั้งนี้ได้นายพลตำรวจ อย่าง พล.ต.ต.นฤชา สุวรรณลาภา หรือ "โกโด่ง" เบอร์ 8 อดีตผู้บังคับการกองตรวจราชการ 5 สำนักงานจเรตำรวจ (ผบก.กต.5 จต.)และอดีตรอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ศิษย์เก่า รร.จ่านกร้อง รุ่น 2512/2516 รร.พิษณุโลกพิยาคม รุ่นปี 2519-2521 และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง นับว่าเป็นนักกิจกรรมคนหนึ่งเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคกระแสธรรม มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 สมัยและรองนายกองค์นักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง อีกด้วย

"โกโด่ง"นับว่าเป็นนายตำรวจน้ำดีคนหนึ่ง เคยคลุกคลีอยู่ในสมรภูมิพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเคยนั่งเก้าอี้ ผกก.สภ.ปานาเระ จ.ปัตตานี มาแล้ว มีเพื่อน พ.พ.19-21 ที่ร่วมด้วยช่วยกันหาคะแนนเสียง โดยเฉพาะเพื่อนร่วมสถาบันระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา อีกทั้งเพื่อนข้าราชการตำรวจ ตลอดจนบุคคลที่ชื่นชอบ พล.ต.อ.เสรี จะนำพาไปสู่ฝั่งฝันได้หรือไม่  เป็นคำถามที่กำลังหาคำตอบในวันที่ 14 พฤษภาคม นี้

พรรครวมไทยสร้างชาติ มีนักการหนุ่มหน้าใหม่ใสซื่อ "ธนิท กิตติจารุรักษ์" หรือ "หนึ่ง"เบอร์ 6 บุตรชายนายเศรษฐา กิตติจารุรักษ์ ส.อบจ.พิษณุโลก การเลือกตั้งปี 2562 นายเศรษฐา ลงสมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ มีคะแนนมาอันดับ 2 จำนวน  23,682 คะแนน  นายเศรษฐา มีคะแนนนิยมที่ฝังรากลึกในเขตเทศบาลนครมาหลายสมัย ทั้งส.ท.และ ส.อบจ.

"ถ้ารักพ่อให้เลือกลูก"คะแนนเสียงของ "เศรษฐา" 23,682 คะแนน ที่เคยได้รับมอบความไว้วางใจจากคนเมือง จะถูกห้ำหั่นไปมากน้อยเพียงใด อีกด้านหนึ่งแนบอิงชื่อชั้นพรรค รทสช.มีพลังของคนชื่นชอบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และเพิ่งปล่อยสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือประชาชน เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา

นอกจากนั้นนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ซึ่งมีเลือดเนื้อเชื้อไขชาวอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก อีกทั้งมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นักการคุณภาพอีกคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะช่วยเติมเต็มได้หรือไม่

บนเส้นทางนี้ไม่ได้โปรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ 14 พ.ค.จะเป็นวันที่ชาวประชามีโอกาสชี้ชะตาชีวิตนักการเมือง

/กร บ้านกร่าง รายงาน/

วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

พิษณุโลก “สมศักดิ์ เทพสุทิน”เปิดตัวเลขแลนสไลด์”เพื่อไทย”ต้องได้ ส.ส.ทั้ง 2 ระบบ 376 เสียง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เชียร์”บู้”คนรุ่นใหม่ไฟแรง ผู้สมัคร สส.เขต 3 อ.วังทอง-อ.เนินมะปราง ที่หน้าที่ว่าการอำเภอวังทอง ท่ามกลางผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ยืนโชว์ตัวครบทั้ง 5 เขต แย้มไต๋ จะบอกคนในพรรคฯ  ให้เปลี่ยน”สปก.”เป็น”โฉนด” 
วันนี้  9 เมษายน 66 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้สมัครสส.พรรคเพื่อไทย อดีตสส.หลายสมัยจังหวัดสุโขทัยเดินทางมาร่วมเปิดเวทีปราศรัยหาเสียงที่ศูนย์ประสานแผน ณ.ที่ว่าการอำเภอวัดโบสถ์ (เขตเลือกตั้งที่5) และเดินทางต่อมาที่ศูนย์ประสานแผน ณ.ที่ว่าการอำเภอวังทอง โดยมีประชาชนชาววังทองและใกล้เคียง พร้อมผู้นำ อาทิ สจ.(สมาชิกอบจ.พล.)ร่วมให้การต้อนรับ 500 คน โดยมี นายจเด็ศ จันทรา (บู้) ผู้สมัครเขตเลือกตั้ง 3 พร้อมกับ ผู้สมัครสส.เขต 1 คือ นส.ณัฐทรัชต์ ชามพูนทเขต 2 คือ นายนพพล เหลืองทองนารา เขต 4 คือ พิมพ์พิชชา ชัยศุภกิจเจริญ เขต 5 คือ ธนวิน โรจน์สุนทรกิตติ ขึ้นเวทีต้อนรับครบทีมทั้ง 5 เขตพรรคเพื่อไทยพิษณุโลก 
นายจเด็ศ จันทรา (บู้) ผู้สมัครเขต 3 พรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวทีว่า ที่ผ่านมาคนไทยเผชิญปัญหายาเสพติดราคาถูกและเกลื่อนเมือง หากรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้ามา จะต้องจัดการยาเสพติดหรือยาบ้าให้หมดสิ้นไป และก็ไม่เอากัญชาอีกด้วย ส่วนปัญหาที่ดินทำกิน ที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์นั้น จะต้องได้รับการแก้ไขแน่นอน 
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนเป็นผู้แทน ครั้งแรกเมื่อปี 26 และเป็น สส.ต่อเนื่องมาแล้ว 10 สมัย เว้นวรรคไป 10 ปี แต่ก็เป็นรัฐมนตรีถึง 14 กระทรวง วันนี้มาขอคะแนนเสียงให้พรรคเพื่อไทยเบอร์ 29 และให้เลือก สส.เขต 3  คือ นายจเด็ศ จันทรา (บู้) คนรุ่นใหม่ไฟแรง เหตุที่ต้องเลือก สส.ระบบเขตให้มากที่สุด เพื่อให้เกิด”แลนสไลส์” ทั้ง 400 คนและบัญชีรายชื่อ 100 คน รวม 500 คน แต่ยัง แพ้ รัฐบาลฝ่ายปฎิวัติรัฐประหาร ซึ่งมีคะแนนแต่งตั้ง สว. จำนวน 250 เสียง(โดยไม่ต้องเลือกตั้ง) รวมเป็น 750 เสียง 
วันนี้มาเพื่อขอคะแนน ให้เลือกพรรคเพื่อไทยครึ่งหนึ่งคือ 375 เสียง ถ้าเอาชนะ ก็ต้องคว้าคือ 376 เสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล  ดังนั้นจะต้องเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทยระบบเขตให้มากที่สุด เพื่อแลนสไลด์ทั้งระบบเขต และระบบพรรค  ท่ามกลางเสียงตบมืออย่างคับคั่ง โดยเฉพาะนายสมศักดิ์ ลั่นว่า จะนำเสนอพรรคเพื่อไทย( แต่ยังไม่ประกาศ) ให้เปลี่ยนกรรมสิทธิ์ที่ดินจาก สปก.เป็นโฉนด เพื่อให้ประชาชนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ให้สมบูรณ์ต่อไป 
จากนั้น นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้สมัครสส.พรรคเพื่อไทยและคณะเดินทางต่อไปเพื่อหาเสียงที่ จ.เพชรบูรณ์ต่อไป

สันติภาพออนไลน์

  กองทัพภาคที่ 3  ชี้แจงกรณี ปรากฏข่าวในสื่อออนไลน์ เรื่องผู้ป่วยติดเตียงมาเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ในพื้นที่ อ.เมือง จว.ลำพูน ในวันที่ 8 เม.ย.66 
        วันที่ 9 เม.ย. 66 พ.อ. รุ่งคุณ  มหาปัญญาวงศ์ รองโฆษก กองทัพภาคที่ 3 ชี้แจงกรณี เรื่องผู้ป่วยติดเตียงมาเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ในพื้นที่ อ.เมือง จว.ลำพูน ในวันที่ 8 เม.ย.66 
เมื่อประมาณ กลางเดือน ก.พ.66  มีผู้ปกครองของทหารกองเกินมาแจ้งกับ  สัสดี อ.เมือง จว.ลำพูน  ว่าบุตรชายของตนชื่อ นายธนกฤต  วุฒิโรธง  เกิด พ.ศ.2545 ภูมิลำเนาทหาร 47/3  ม.7  ต.เวียงยอง อ.เมืองลำพูน  จว.ลำพูน ได้ประสบอุบัติเหตุถูกรถชน ป่วยติดเตียง   ไม่สามารถที่จะมาเข้ารับการตรวจเลือกฯ  ในวันที่ 8 เม.ย.66  ที่หอประชุมอำเภอเมืองลำพูนได้ มีแนวทางในการดำเนินการอย่างไรบ้าง ซึ่งสัสดีอ.เมืองลำพูน ได้อธิบายให้ผู้ปกครองทราบถึงข้อกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ ตามภาษาพูดที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ   ว่าถ้าผู้ป่วยไม่สามารถเดินทางมาแสดงตนได้ ให้ผู้ปกครองนำเอกสารประวัติการป่วย  และใบรับรองแพทย์ มาแจ้งต่อคณะกรรมการในวันตรวจเลือกฯ ทางคณะกรรมการฯ   จะออกเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43) เป็นคนจำพวกที่ 3 (คนซึ่งมีร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับราชการทหารในขณะนั้นได้เพราะป่วย  ซึ่งจะบำบัดให้หายไม่ได้ภายในกำหนด 30 วัน  กรณีนี้ให้เรียกมาตรวจเลือกในคราวถัดไปเมื่อคณะกรรมการตรวจเลือกฯ   ได้ตรวจเลือกแล้วยังคงเป็นคนจำพวกที่  3 อยู่รวม  3   ครั้ง  ให้งดเรียก (การนับครั้งจะนับครั้งให้เฉพาะที่ได้ตัวมาตรวจเลือกถ้าตัวไม่มาตรวจเลือกไม่นับครั้งให้))  ซึ่งทางญาติบอกว่ายุ่งยากไม่สามารถทำได้ สัสดี อ.เมืองลำพูน จึงได้แนะนำว่า ถ้าจะให้ผลการตรวจเลือกฯ  จบภายในปีนี้ ให้นำบุตรชายมาแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกฯ  โดยขอรับการสนับสนุนรถรับ-ส่ง ผู้ป่วย(EMS)ของเทศบาลเวียงยองนำผู้ป่วยเข้าตรวจเลือกฯ และให้มาจอดรออยู่บริเวณหน้าสถานที่ตรวจเลือกฯ สัสดี อ.เมืองลำพูน จะอำนวยความสะดวก โดยนำเรียนคณะกรรมการตรวจเลือกฯ มาทำการตรวจเป็นกรณีเร่งด่วน เมื่อคณะกรรมการฯ ดำเนินการกำหนดเป็นคนจำพวกแล้ว    จะได้รีบนำตัวผู้ป่วยกลับบ้าน  ผลการตรวจเลือกฯ จะจบสิ้นในวันตรวจเลือกฯ  ซึ่งทางผู้ปกครองเข้าใจและรับปากยืนยันว่าจะนำตัวผู้ป่วยมาเข้ารับการตรวจเลือกฯ ในวันที่ 8 เม.ย. 66 ที่หอประชุมอำเภอเมืองลำพูน 
และเมื่อ วันที่ 8 เม.ย.66 เวลา 09.30 น. ผู้ปกครองได้พาผู้ป่วยมาเข้ารับการตรวจเลือกฯ    โดย คณะกรรมการตรวจเลือกฯ  ได้อำนวยความสะดวกตามที่ได้ประสานไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ผลการตรวจเลือกฯ        กรรมการแพทย์ตรวจร่างกายพบว่าผู้ป่วยมีอาการกระโหลกศีรษะยุบ คณะกรรมการตรวจเลือกฯ ลงความเห็นว่าเป็น คนจำพวกที่ 2  (คนซึ่งมีร่างกายที่เห็นได้ชัดว่าไม่สมบูรณ์ดีเหมือนคนจำพวกที่ 1   แต่ไม่ถึงกับทุพพลภาพ)     มอบเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก  (สด.43)ให้ผู้ปกครองรับไป   รวมใช้เวลาในการดำเนินการทั้งสิ้น ประมาณ 10 นาที ซึ่งนับว่า นายธนกฤตฯ  ได้ผ่านการตรวจเลือกฯ ตามข้อกฎหมายอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องมาเข้ารับการตรวจเลือกฯ อีกต่อไป
        อนึ่งการดำเนินการดังกล่าว ถึงแม้ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย แต่ก็สร้างความลำบากให้กับผู้ปกครองรวมทั้งตัวนายธนกฤต ฯ  เนื่องจากสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย ทางกองทัพภาคที่ 3 จึงขอโทษท่านทั้งสองมา ณ โอกาสนี้ รวมทั้งได้ตำหนิผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว      ทั้งนี้ขอประชาสัมพันธ์ให้ทุกท่านทราบว่า    หากท่านมีเหตุจำเป็นซึ่งไม่สะดวกที่จะมาแสดงตนเข้ารับการตรวจเลือกเหมือนกรณีดังกล่าว ขอให้แจ้งคณะกรรมการตรวจเลือกฯพร้อมภาพถ่ายปัจจุบันของผู้เข้ารับการตรวจเลือกฯ  ทางกองทัพภาคที่ 3 จะได้สั่งการให้คณะกรรมการฯ อำนวยความสะดวกให้กับท่าน โดยจะเดินทางไปตรวจร่างกายให้ถึงบ้านหรือโรงพยาบาลที่อยู่ในเขตอำเภอในวันที่มีการตรวจเลือกฯ และมอบเอกสารใบรับรองผลการตรวจเลือก (สด.43 ) ให้ท่านต่อไป

วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

“เฉลิมชัย”มอบฟรุ้ทบอร์ดเร่งเดินหน้า 23 มาตรการเชิงรุกภายใต้แผนบริหารจัดการผลไม้ฤดูกาลผลิตปี 2566 
“อลงกรณ์”ย้ำนโยบายรักษาคุณภาพมาตรฐานมุ่งสร้างแบรนด์ยกระดับราคาผลไม้ไทย กำชับใช้มาตรการเด็ดขาดป้องกันปัญหาทุเรียนอ่อนทุเรียนสวมสิทธิ์
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยวันนี้ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board)ว่า ได้มอบนโยบายต่อที่ประชุมดังนี้
 1.การรักษามาตรฐานคุณภาพการผลิต การแปรรูป การส่งออกผลไม้ ตามมาตรฐาน GAP GMP และCovid Freeรวมทั้งต้องป้องกันและปราบปรามการ
สวมสิทธิทุเรียน และทุเรียนอ่อนอย่างเด็ดขาด(2) สร้างแบรนด์ผลไม้ โดยมอบหมายกระทรวงพาณิชย์สนับสนุนการสร้างแบรนด์ทั้ง Product Brand และ Farm Brand เพื่อส่งเสริมมูลค่าการค้าและการตลาด (3) สนับสนุนการแปรรูปผลผลิตผลไม้เศรษฐกิจของไทย มอบหมายผู้แทนกระทรวงอุตสากรรม นำเสนอแผนการแปรรูปผลผลิตทางเกษตร โดยเฉพาะผลไม้ แก่คณะกรรมการ Fruit Board ในการประชุมคราวหน้า (4) การพัฒนาและการบริหารโลจิสติกส์ เพื่อการส่งออกผลไม้ และ (5) มอบหมายฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ Fruit Board ประสานคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน จัดการประชุมติดตามสถานณ์การผลิตผลไม้ เพื่อรองรับสถานการณ์ผลิตผลไม้ ในฤดูปีผลิต 2566 โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคใต้ ทั้งนี้ ได้มอบหมายคณะอนุกรรมการ ภายใต้คณะกรรมการ Fruit Board ประชุมร่วมกับคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด และให้คณะอนุกรรมการ ฯ นำเสนอผลงานความก้าวหน้าการดำเนินงาน ต่อคณะกรรมการ Fruit Board ในการประชุมครั้งต่อไป
ในการนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบ ใน 4 แผนงานดังนี้ 1) “แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก (ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง) ปี 2566” ตามแผนการบริหารจัดการผลไม้ แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง ในเชิงคุณภาพสอดคล้องตามยุทธศาสตร์พัฒนาผลไม้ไทย พ.ศ.2565 - 2570 และในเชิงปริมาณโดยจัดสมดุลอุปสงค์ อุปทาน สรุปได้ดังนี้ 1.1) การบริหารจัดการเพื่อบริหารจัดการผลผลิต -ทุเรียน 758,438 ตัน -มังคุด 170,046ตัน -เงาะ 194,915ตัน -ลองกอง 16,981ตัน ให้เป็นไปตามกลไกตลาดปกติ รวมทั้งสิ้น 1,140,380 ตัน และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ ปรับสัดส่วนข้อมูลแผนบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2566 อีกครั้ง หลังการจากการประชุมจัดทำข้อมูลเอกภาพ ครั้งที่ 3 ในวันที่ 31 มีนาคม 2566 และแจ้งเวียนคณะกรรมการทราบอีกครั้ง 1.2) เสนอให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลักบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ ปี 2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย  1.3) กรณีที่การบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่มีปัญหา มอบหมายให้จังหวัดประสานกับฝ่ายเลขานุการคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ และหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องมาดาเนินการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป
2) “แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ (ลิ้นจี่) ปี 2566” ประกอบด้วย 2.1) แผนบริหารจัดการผลไม้ภาคเหนือ (ลิ้นจี่) ปี 2566 จำนวน 34,620 ตัน 2.2) มอบหมายให้คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาอันเนื่องมาจากผลผลิตการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลักบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ ปี 2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และ 2.3) กรณีที่การบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่มีปัญหา มอบหมายให้จังหวัดประสานกับฝ่ายเลขานุการคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาใช้มาตรการที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป
3) คณะกรรมการ ได้มีมติรับทราบ ผลการดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้เชิงรุก ปี 2565 จำนวน 18 มาตรการ ของกระทรวงพาณิชย์ และมีมติเห็นชอบ “โครงการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566”โดย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ใช้งบประมาณจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร วงเงิน 895.56 ล้านบาท ประกอบด้วย 5 กิจกรรมหลัก และ 10 กิจกรรมย่อย ได้แก่ กิจกรรมที่ 1 : เสริมสร้างประสิทธิภาพการรวบรวมรับซื้อผลไม้จากเกษตรกร กิจกรรมที่ 2 : เชื่อมโยงกระจายผลไม้ออกนอกแหล่งผลิตและเพิ่มช่องทางการจาหน่ายผลไม้ กิจกรรมที่ 3 : ส่งเสริมการจาหน่ายผลไม้ กิจกรรมที่ 4 : ส่งเสริมการแปรรูปเพื่อการส่งออก กิจกรรมที่ 5 : ประชาสัมพันธ์และสร้างความเชื่อมั่นผลไม้ไทยปลอดภัยจากโควิด-19 
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 มีเป้าหมาย เป็นสินค้าผลไม้เศรษฐกิจสำคัญ อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลาไย ลิ้นจี่ ลองกอง มะม่วง สับปะรด ฯลฯ และผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ เกษตรกร สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร สถาบันเกษตรกร ผู้ประกอบการค้าผลไม้ ผู้รวบรวม ผู้แปรรูป และผู้ส่งออก ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) ได้รับมอบหมาย กรมการค้าภายใน ได้จัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย ได้แก่ ภาคราชการ เอกชน และเกษตรกร เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์ด้านการผลิตการตลาดผลไม้ฤดูกาลผลิต ปี 2566 รวมถึงสภาพปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในฤดูการผลิตผลไม้ ปี 2566 และได้ร่วมกันกำหนดมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2566 
รวม 4 ด้าน 22 มาตรการ ได้แก่ (1) ด้านการผลิต (2) ด้านตลาดในประเทศ (3) ด้านตลาดต่างประเทศ และ (4) ด้านกฎหมาย ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำ และปลายน้ำ 
4) ฝ่ายเลขานุการ ได้ขอเพิ่มวาระพิจารณา แนวทางการกระจายผลไม้สถาบันเกษตรกร นำเสนอโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะกรรมการได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบ “โครงการสนับสนุนการกระจายผลไม้เพื่อยกระดับราคาของสถาบันเกษตรกร” มีสหกรณ์จำนวน 49 แห่ง ประกอบด้วยสหกรณ์ผู้กระจายสินค้าจำนวน 500 แห่ง สหกรณ์ระดับอำเภอ เครือข่ายสหกรณ์นอกภาคการเกษตรคู่ค้าทั่วไปทั้งภาครัฐและภาคเอกชน สมาชิกสหกรณ์จำนวน 87,536 ราย เป้าหมายกระจายสินค้า 2,100 ตัน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ เห็นชอบเป็นมาตรการที่ 23 และมอบหมายกรมส่งเสริมสหกรณ์นำเสนอขอรับงบประมาณสนับสนุนบรรจุภัณฑ์ 6.594 ล้าน จากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร
ที่ประชุมยังได้รับทราบ 1) สรุปรายงานสถานการณ์การผลิตไม้ผล ปี 2566 โดยผู้แทนคณะทำงานพัฒนาระบบข้อมูลและโลจิสติกส์ และ 2) สรุปผลการตรวจราชการเพื่อติดตามสถานการณ์ และการบริหารจัดการผลไม้ภาคตะวันออก ปี 2566 ของปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ 2.1) สถานการณ์การผลิต พบว่า ผลผลิตไม้ผลทุกชนิดมีปริมาณลดลง ยกเว้นทุเรียนที่มีผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นทั้ง 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ จังหวัดจันทบุรี ตราด และจังหวัดระยอง สำหรับ - ทุเรียน คาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตปี 2566 คาดว่าจะมีผลผลิต 758,438 ตัน และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือนเมษายน 2566 - มังคุด คาดการณ์จะมีผลผลิตในปี 2566 จำนวน 170,046 ตัน และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือนเมษายน 2566 - เงาะ คาดการณ์จะมีผลผลิตในปี 2566 จำนวน 194,915 ตัน และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือนพฤษภาคม 2566 และ - ลองกอง คาดการณ์จะมีผลผลิตในปี 2566 จำนวน 16,981 ตัน และจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากสุดในเดือนกรกฎาคม 2566 และ 2.2) การปฏิบัติงานตรวจก่อนตัด (การป้องปรามทุเรียนด้อยคุณภาพ) เกษตรกรที่มีความประสงค์จะเก็บเกี่ยวก่อนวันประกาศฯ ต้องนำตัวอย่างผลทุเรียนมาให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร หรือผู้ที่รับมอบหมายในพื้นที่ เช่น กลุ่มแปลงใหญ่ หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นฯ ทำการตรวจวัดเปอร์เซ็นต์เนื้อในน้ำหนักแห้งเพื่อออกใบรับรองความแก่สำหรับแนบไปกับรถขนส่งทุเรียนที่ไปจำหน่าย ณ ที่ล้ง/โรงคัดบรรจุ ซึ่งหากเกษตรกรไม่มีหนังสือรับรองผลการตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งในเนื้อทุเรียนและมีการตรวจพบทุเรียนด้อยคุณภาพ (ทุเรียนอ่อน) ทั้งในรถบรรทุก ในแผงรับซื้อและในล้ง ทางจังหวัดจันทบุรี ตราด และจังหวัดระยอง จะใช้มาตรการทั้งทางการปกครองและทางกฎหมาย เพื่อดำเนินการลงโทษกับผู้กระทำผิดต่อไป
สำหรับการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ครั้งที่ 2/ 2566 
ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ได้มอบหมาย นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานจัดทำแผนการแก้ไขปัญหาผลไม้เศรษฐกิจล่วงหน้าทั้งระบบ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ (Fruit Board) ครั้งที่ 2/ 2566 ผ่านระบบการประชุมทางไกล zoom cloud meeting โดยมี นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร นางกาญจนา แดงรุ่งโรจน์ รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ นายกรนิช โนนจุ้ย รองอธิบดีกรมการค้าภายใน  นายสุนทร พิพิธแสงจันทร์ ผู้ทรงคุณวุฒิ นายเรือง ศรีนาราง ผู้แทนเกษตรกรนายไพทูรย์  มานะกิจสมบูรณ์ รองผอ.ฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร นายวีรศักดิ์ บุญเชิญ ผอ.สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร พร้อมด้วยคณะกรรมการ ฯอื่นๆเข้าร่วมประชุม ได้แก่ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนสำนักงบประมาณ ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ผู้แทนองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ผู้แทนสถาบันเกษตรกร ผู้แทนภาคเอกชนโดยมีนางสาวเพ็ญระพี ทองอินทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมไม้ผล สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นฝ่ายเลขานุการการประชุม

สันติภาพออนไลน์

พิษณุโลก ห่มผ้าเจดีย์หลวงวัดราชบูรณะ-สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ รับเทศกาลสงกรานต์
วันนี้ ( 8  เมษายน  2566)  พระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะพร้อมพระสงฆ์และประชาชนประกอบพิธีสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ   เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ จากนั้นร่วมกันแห่ผ้าห่มเจดีย์หลวง ขึ้นไปห่มบนยอดเจดีย์หลวงอายุกว่า 700 ปี 
พระครูสิทธิธรรมวิภัชเจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ บอกว่า  คณะสงฆ์ร่วมกันสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ ที่อัญเชิญมาประดิษฐานบนแท่น บนศาลาการเปรียญ ซึ่งวัดฯเปิดให้ประชาชนสามารถมาสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อความเป็นสิริมงคลช่วงวันขึ้นปีใหม่ไทยและเทศกาลสงกรานต์ ได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 16 เมษายนนี้  พร้อมให้ประชาชนเขียนชื่อลงบนผืนผ้าแพร ความยาวกว่า 30 เมตร  เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว ก่อนพร้อมใจกันแห่ผืนผ้านำผ้าขึ้นไปห่มเจดีย์หลวง  อายุกว่า 700 ปี ตามประเพณีไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยทางพระภิกษุสงฆ์ และลูกศิษย์ลูกหา จะขึ้นไปช่วยกันห่มผ้ารอบพระมหาเจดีย์ด้านบนอีกครั้ง   
อย่างไรก็ตาม วัดราชบูรณะมีพิธีสำคัญ สืบเนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระวชิระเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทาน สมณศักดิ์ตั้งพระครูสัญญาบัตร ประกาศ ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2565 ให้ พระศรีสวรรค์ อมรธัมโม นักธรรมเอก ประโยค 1-2 ศน.บ. ศษ.ม. เป็นพระครูสัญญาบัตร เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระอารามหลวงชั้นโท ในราชทินนาม ที่ พระ ครูอมรธรรมบัณฑิต ณวัดราชบูรณะตำบลในเมือง อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก โดยทำพิธี ในการมอบสัญญาบัตรพัดยศ ในวันนี้ มีพระสงฆ์ และ ข้าราชการร่วมแสดงความยินดีอีกด้วย
/ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว/

สันติภาพออนไลน์

พิษณุโลก ฤกษ์ดี" นิยม"เบอร์ 8 โบกป้าย ปล่อยขบวนรถหาเสียงพรึบ ขณะที่“พลิ้ง”ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์เขต 5 ลุยขอคะแนนเสียง สางปัญหา เอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน 
วันนี้ 8 เมษายน 2566 นาย พลิ้ง บุญแสงสวัสดิ์ ผู้สมัคร พรรคประชาธิปัตย์เขต 5 (อดีตสจ.)  เดินหน้าหาเสียง โดยชูป้ายหมายเลข 4 ไปที่ วิทยาลัยอาชีวะการอาชีพที่อำเภอนครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อ ขอคะแนนเสียงจากชาวบ้านในหลายอำเภอ โดยเฉพาะนครไทย วัดโบสถ์ ชาติตระการ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ ไม่มีที่ดินทำกิน กำลังเดินทางเข้าสู่การเรียกร้องจากภาครัฐ ในนาม “โครงการปลูกไม้ พืชเกษตร เลี้ยงสัตว์และค้าขายเพื่อการใช้หนี้”ของสำนักงานสภาเครือข่ายองค์กรเกษตรกรไทยฟู ซึ่งมีการสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มฯและประชุมฯร่วม 100 คน
นายพลิ้ง บุญแสงสวัสดิ์ ผู้สมัคร พรรคประชาธิปัตย์เขต 5 เปิดเผยว่า ครั้งที่ตนเป็นสจ. เวลาพี่น้องเดือดร้อน ไม่ต้องไปหาผม เพียงแต่ยกหูโทรศัพท์ถึงผม อีกไม่นาน ผมจะเดินทางมาหาพี่น้องทันที ใกล้ไกล ไปหมด ไม่ว่าฝนจะตกฟ้าจะร้อง เพราะว่า พื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 5 นั้นห่างไกล ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.สนามใหญ่ครั้งนี้ ผมก็ยึดมั่น เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะเกี่ยวกับปัญหาที่ดินทำกิน ขอให้บอก ตนจะมารับฟังและแก้ปัญหาต่อไป 
       วันเดียวกัน นายนิยม  ช่างพินิจ ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย เขต 4 ถือ ฤกษ์ดี วันนี้ วันที่ 8 เม.ย.ปล่อยขบวนรถติดเบอร์ 8
กว่า 20 คัน ติดโลโก้พรรคและภาพผู้สมัคร ถือเป็นอดีต สส.4 สมัย มีผลงานติดอยู่บนป้ายรถหาเสียง  โดย นายนิยม ได้ถือ ป้ายเบอร์ 8 โบรกสะบัด ที่หน้าศูนย์ประสานงานพรรคภูมิใจไทยเขต 4 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ถือเป็นอีกพื้นที่ ในเขตเลือกตั้งที่ 4 (อ.บางระกำ-อ.บางกระทุ่มและอ.เมืองบางส่วน)
นายนิยม ช่างพินิจ ผู้สมัครเขต 4 พรรคภูมิใจไทย บอกว่า เลข 8 คือเลขมงคล วันนี้จึงถือฤกษ์ดี ให้ จึงตั้งใจปล่อยขบวนรถหาเสียงเอาฤกษ์เอาชัย ไปอำเภอต่างๆเพื่อขอคะแนนเสียงสนับสนุน ให้ตนเป็นผู้แทนราษฎรในเขต 4 ไว้รับใช้ประชาชนอีกสมัย
/ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว/

วันศุกร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

อบจ.พิษณุโลก เร่งขุดเจาะบ่อบาดาลบรรเทาความเดือดร้อนเจ้าหน้าที่และนักท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
วันที่ 7 เมษายน 2566 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มอบหมายให้ นายอนุพันธ์ เนียมสกุล ผู้อำนวยการกองทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในการขุดเจาะบ่อบาดาลให้แก่ประชาชนตามโครงการน้ำสะอาดเพื่อประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก ภายในที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ตามการร้องขอจาก นายนครินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งให้แก่เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เนื่องจากพบว่าปัจจุบันทางอุทยานฯ ใช้น้ำจากประปาภูเขาที่ได้มีการสร้างฝายชะลอน้ำกักเก็บไว้และทำกาลักน้ำเพื่อผันน้ำมาใช้อุปโภคบริโภคภายในอุทยานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งที่ทำการอุทยานจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาถึง 60 ปี แต่ในปีนี้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งหนักกว่าทุกปีทำให้แหล่งน้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติเริ่มแห้งขอดและมีปริมาณน้ำลดลงอย่างมาก รวมทั้งน้ำยังมีสีเหลืองขุ่นและมีคุณภาพน้ำไม่ดีส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของอุทยานรวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบว่าในปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงแห่งนี้กว่า 50,000 คน หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก 
ทางอุทยานฯ จึงได้ร้องขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่พร้อมรถขุดเจาะบ่อบาดาลจากทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ให้ช่วยดำเนินการขุดเจาะบ่อบดาดาลเพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำให้แก่เจ้าหน้าที่ของอุทยาน โดยได้ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2566 กระทั่งพบน้ำที่ระดับความลึก 150 เมตร ได้ปริมาตรน้ำ 5,000 ลิตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่ามีปริมาณน้ำที่เพียงพอสำหรับให้เจ้าหน้าที่ของอุทยานได้ใช้อุปโภคบริโภคน้ำที่มีคุณภาพและเพื่อยกระดับการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ

วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

กองทัพภาคที่ 3 ร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เหล่าประชาราษฎร์เมืองสองแควล้วนมีความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
วันที่ 6 เมษายน  2566 เวลา 08.29 นาฬิกา พลตรี ประสาน  แสงศิริรักษ์  รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นผู้แทน แม่ทัพภาคที่ 3 เดินทางไปวางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และร่วมงานรัฐพิธี “วันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์” ประจำปี 2566 ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีนายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเป็นประธาน
ทั้งนี้ “วันจักรี” เป็นวันที่พสกนิกรชาวไทยร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งเป็นพระปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี กรุงรัตนโกสินทร์ ขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 และเป็นวันที่ทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยอีกด้วย

สันติภาพออนไลน์

 


USTDA - กฟผ. ร่วมศึกษาความเหมาะสมโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนวชิราลงกรณ เดินหน้าพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ สร้างความมั่นคงของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 

นายโรเบิร์ต เอฟ โกเดค (Mr. Robert F. Godec) เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในฐานะผู้แทนองค์การการค้าและการพัฒนาของสหรัฐอเมริกา (U.S. Trade and Development Agency: USTDA) และนายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงนามร่วมศึกษาความเหมาะสมโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดของประเทศไทย ส่งเสริมนโยบายสากลในการก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน และสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 ณ อาคาร 50 ปี กฟผ. สำนักงานใหญ่ จ.นนทบุรี


นายโรเบิร์ต เอฟ โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโครงการด้านพลังงานที่มีส่วนช่วยในการลดการปลดปล่อยมลพิษและบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality โดยการสนับสนุนงบประมาณในรูปแบบทุนให้เปล่า สำหรับการศึกษาความเหมาะสมโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนวชิราลงกรณ จะช่วยให้ประเทศไทยนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศไทยอีกด้วย 

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. ประกาศนโยบายมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (EGAT Carbon Neutrality) เดินหน้าใช้พลังงานสะอาดและตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาในกระบวนการผลิตไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ซี่งความร่วมมือระหว่าง USTDA และ กฟผ. ในการศึกษาความเหมาะสมโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเขื่อนวชิราลงกรณ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานสะอาด อีกทั้งโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับยังถือเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพ ลดความผันผวนของระบบไฟฟ้า และเสริมสร้างโครงข่ายระบบไฟฟ้าให้มีความทันสมัย (Grid Modernization)


นางสาวอีโนห์ ที. อีบอง (Ms. Enoh T. Ebong) ผู้อำนวยการองค์การการค้าและการพัฒนาของสหรัฐอเมริกา (USTDA) กล่าวว่า USTDA และ กฟผ. ร่วมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี ซึ่งการสนับสนุนโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน โดยความร่วมมือนี้นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ในการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับร่วมกัน 


สำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับเป็นโรงไฟฟ้าที่มีอ่างเก็บน้ำสองส่วนคือ อ่างเก็บน้ำตอนบน และอ่างเก็บน้ำตอนล่าง น้ำจากอ่างเก็บน้ำตอนบนจะถูกปล่อยลงมาเพื่อผลิตไฟฟ้าเสริมเข้าระบบในกรณีที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเร่งด่วน โดยในช่วงที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำหรือน้อยลงจะใช้ไฟฟ้าที่เหลือในระบบจ่ายให้กับปั๊มน้ำขนาดใหญ่สูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำตอนล่างกลับขึ้นไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำตอนบนเพื่อใช้ในการผลิตไฟฟ้าต่อไป

วันพุธที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

 สมาคมสื่อธรรมาภิบาลฯ "จี้"รักษาการ อธิการบดี ม.พิษณุโลก ทบทวนภารกิจ 

ที่

วันที่ 5 เมษายน 2566 ที่มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ตำบลสมอแข อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก นายศุภชัย หงษ์รัตนาภรณ์ ตัวแทนสมาคมสื่อธรรมาภิบาลต้านคอรัปชั่น ได้เดินทางเข้าพบ รศ.ดร.ชาลี ทองเรือง รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยพิษณุโลก

เพื่อติดตามทวงถามกรณี กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมสภามหาวิทยาลัยพิษณุโลก ให้ดำเนินการทบทวนการแต่งตั้งคณาจารย์ และตำแหน่งทางวิชาการให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คณะกรรมการการอุดมศึกษา

(กกอ.)กำหนด โดยให้สภามหาวิทยาลัยพิษณุโลก พิจารณาถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์มหาวิทยาลัยพิษณุโลก ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ แต่สภามหาวิทยาลัยพิษณุโลกกลับไม่ถอดถอนตามมติ กกอ.นั้น

กระทรวง อว.จึงต้องมีคำสั่งควบคุมและแต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมมหาวิทยาลัยพิษณุโลก เพื่อรักษากติกาและความถูกต้องทางการศึกษาไว้ เพื่อไม่ให้สถาบันอุดมศึกษาต้องเสียหาย ต่อมามหาวิทยาลัยพิษณุโลกได้มีมติถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ มหาวิทยาลัยพิษณุโลก 13 ตำแหน่ง ส่วนที่เหลืออีก 31 ตำแหน่งยังไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กกอ.กำหนด

ก่อนหน้านี้ สมาคมสื่อธรรมาภิบาลต้านคอรัปชั่น ได้เคยทำหนังสือถึงนายทรงเดช เสมอคำ คณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เพื่อขอให้ติดตามทวงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินการมหาวิทยาลัยพิษณุโลก ของกระทรวง อว.ให้เป็นไปตามกฎหมายแล้วหรือไม่ และขอทราบผลคำสั่งการควบคุมดูแลมหาวิทยาลัยพิษณุโลกของกระทรวง(อว.) จึงขอรับทราบการแจ้งผลการดำเนินการเป็นเอกสารทางราชการภายใน 30 วัน เพื่อความเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ และมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่สถาบันอุดมศึกษาอื่นกระทำ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆนี้ทางคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา ได้ส่งทีมงานเข้ามา ตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของ กระทรวง อว.ที่เข้ามาควบคุม มหาวิทยาลัยพิษณุโลกแล้ว


สันติภาพออนไลน์

พิษณุโลก ส่องแนวทางหาเสียง” นิยม ช่างพินิจ” ผู้สมัคร ส.ส.ภูมิใจไทย ลงทุนหาเสียง ขับรถไถ ตีเทือก ลุยโคลน เผย เคยทำนา มาก่อน เปรยเคยเป็นช่างซ่อมคูโบต้ามาก่อน วันนี้จะขอเข้าสภาผู้แทนไปสานนโยบายเกษตรพรรคภูมิฯ 

วันนี้ 5 เมษายน 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิยม ช่างพินิจ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 พรรคภูมิใจไทย โฟสต์ใน เฟส” คนรักนิยม”เบอร์ 8 โดยใช้”ติ๊กตอก” ใช้โซเซียลหาเสียง ชาวนาตัวจริงเสียงจริง ทำให้ชาวบ้านทึ่งไปตามๆกัน 

นายนิยม ช่างพินิจ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ตนเกิดจากครอบครัวชาวนาแท้ เรียนจบปวส.ช่างยนต์ หลังเรียนจบ รับซ่อมเครื่องยันม่าร์, คูโบต้า ตัวละ 50 บาทมาก่อน และเคยทำนา ทราบดีว่า เหนื่อยแค่ไหน วันนี้อยากทดลองดูว่า ฝีมือยังดีอยู่หรือไม่  ไถแปล, ไถเทือก,  ตีปั่น เตรียมหว่านข้าวนาปรัง  โดยใช้เครื่องทุ่นแรงอย่างชำนาญมาก่อน สมัยหนุ่มโสด ก็เคยทำนาหาเลี้ยงชีพด้วยตัวคนเดียว70 ไร่ ตอนนั้นรู้ซึ้งมาก ตอนนำข้าวไปขาย หาคนซื้อแทบไม่ได้ ถูกพ่อค้าคนกลางและผู้ส่งออกกดราคา หากย้อนเวลาไป ข้าวเปลือกควรเก็บไว้ที่ยุ้งฉาง เพื่อรอราคาดีค่อยขาย แต่วันนี้คงทำไม่ได้  ทำให้ต้องหันเห จากอาชีพชาวนา สู่การเป็นโชเฟอร์ขับรถบรรทุกโรงโม่หิน กระทั่งขยับเป็นหัวหน้าช่างเครื่องยนต์ในเหมือง วันนี้พอมีฐานะจากผู้ค้าน้ำมัน แต่ก็ไม่ลืม ชีวิตชาวนา ที่หายคนยังไม่หลุดพ้นความยากจน มาวันนี้จึงขอร่างนโยบายเกษตรแก่พรรคภูมิใจไทย


/ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว/

วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566

สันติภาพออนไลน์

 ผอ.ป.ป.ช.พิษณุโลก เผยอย่าหลงเชื่อผู้แอบอ้างวิ่งเต้นคดี พบเห็นแจ้งทันที

 


วันที่ 4 เมษายน 2566 นายสมยศ กาสี ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า กรณีมีผู้ปล่อยข่าวว่าจะสามารถวิ่งเต้นคดีทุจริตต่อ ป.ป.ช.พิษณุโลก พวกตนมีอำนาจหน้าที่และมีวินัย ผิดกฎหมายเช่นกัน ถ้าพวกตนกระทำความผิดตัวเองมีโทษ 2 เท่า ในเรื่องนี้ ยืนยันว่าไม่มี  และไม่เคยประพฤติ เรื่องเสื่อมเสีย แม้แต่การคบหาสมาคมกับใครค่อนข้างระวังตัวมาก

 

ผอ.ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพิษณุโลก กล่าวด้วยว่า ขอยืนยันว่าไม่มีใครสามารถวิ่งเต้นคดีได้ เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยความซื่อสัตย์เป็นธรรม โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ขออย่าไปหลงเชื่อ เข้าข่ายหลอกลวงเอาทรัพย์สินเงินทอง หากพบเห็นขอให้แจ้งต่อต่อสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพิษณุโลก โทร. 055-009974  หรือ แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ได้ทันที

 


นายสมยศ กล่าวอีกว่า สถิติจำนวนเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นและผลการดำเนินการ รอบ 6 เดือน ณ วันที่ 22 มีนาคม 2566 จำนวนเรื่องตรวจสอบเบื้องต้นเรื่องไต่สวน และผลการดำเนินการในรอบ 6 เดือน ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิษณุโลก ดังนี้

 

เรื่องร้องเรียนตรวจสอบเบื้องต้น 75 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จ 21 เรื่อง คงเหลือ 54 เรื่อง กรณีไต่สวน 23 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จอยู่ระหว่างขบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.7 เรื่อง คงเหลือ 16 เรื่อง

 


เรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเบื้องต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 31 เรื่อง กระทรวงศึกษาธิการ 14 เรื่อง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1 เรื่อง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 1 เรื่อง กระทรวงสาธารณสุข 2 เรื่องกระทรวงคมนาคม 1 เครื่องกระทรวงกลาโหม 1 เรื่องกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา 1 เรื่อง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1 เรื่อง กรมประชาสัมพันธ์ 1 เรื่อง

 

เรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 8 เรื่อง กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ และวิจัยและนวัตกรรม 2 เรื่อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 1 เรื่อง กระทรวงสาธารณสุข 1 เรื่อง กระทรวงการคลัง 1 เรื่อง