วันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566

จ.เชียงใหม่ จับมือ องค์กรภาครัฐ และ กรุงเทพโปรดิ๊วส สร้างเครือข่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พิชิตหมอกควัน-ฝุ่น PM 2.5

30 ตุลาคม 2566 –  จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับองค์กรภาครัฐ และ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) หรือ บีเคพี ภายใต้กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ ผู้จัดหาวัตถุดิบหลักทางการเกษตรให้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดตัว โครงการ “Partner to Green คู่ค้าข้าวโพดพันธมิตร พิชิตหมอกควัน” สนับสนุนคู่ค้าผู้รวบรวมและจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เครือข่ายของบีพีเค ในเขตภาคเหนือ ใช้ข้อมูลจากระบบตรวจสอบย้อนกลับและภาพถ่ายดาวเทียมติดตามการเผาแปลง และร่วมดูแลห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ปลอดการเผาตอซัง

ในงานเปิดตัวโครงการฯ ได้รับเกียรติจาก นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีเปิดฯ โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทั้ง ผู้บริหารกรมวิชาการเกษตร กรมควบคุมมลพิษ และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA และคู่ค้าพันธมิตรในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ร่วมงาน ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว จังหวัดเชียงใหม่

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จ.เชียงใหม่ให้ความสำคัญสูงสุดหมอกควันแลทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลัง ในการจัดการสถานการณ์หมอกควันและฝุ่น PM 2.5 และโครงการ “Partner to Green คู่ค้าข้าวโพดพันธมิตร พิชิตหมอกควัน” เป็นความร่วมมือขององค์กรเอกชนที่นำเทคโลยีภาพถ่ายดาวเทียมในการตรวจจุดความร้อน เข้ามาช่วยสร้างการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในภาคการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อจัดการปัญหาฝุ่นละอองในระยะยาว สอดคล้องกับนโยบายจัดการปัญหาฝุ่นควันในภาคเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนของรัฐบาล และจังหวัดเชียงใหม่

“ปัญหาฝุ่นละออง เป็นปัญหาระดับชาติ ต้องอาศัยความร่วมมือกันทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชนและประชาสังคมผนึกกำลังลงมือทำอย่างจริงจัง อย่างที่บีเคพีริเริ่มโครงการเพื่อลดการเผาในภาคการเกษตร  เชื่อว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าว 

ด้าน นายไพศาล เครือวงศ์วานิช ประธานคณะผู้บริหาร บีเคพี กล่าวว่า บีเคพีเป็นบริษัทแรกของไทยที่นำระบบตรวจสอบย้อนกลับมาใช้ในการจัดหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ปี  2559 และเพื่อให้ระบบตรวจสอบย้อนกลับของซีพีเป็นต้นแบบอุตสาหกรรม รวมถึงการจัดการกับปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน รวมถึงพ่อค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้เข้ามาช่วยดูแลเกษตรกรและแปลงข้าวโพดในห่วงโซ่อุปทานของซีพี โดยใช้ประโยชน์จากข้อมูลจุดความร้อนจากดาวเทียม ช่วยลดปัญหาการเผาตอซัง 

“บีเคพีจะขยายผลการดำเนินโครงการฯ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2566 นี้ โดยบริษัทฯ จะแบ่งปันข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจุดความร้อนในพื้นที่รับซื้อข้าวโพด เพื่อให้คู่ค้าเป็นเครือข่ายติดตามแปลงเพาะปลูกที่ยังมีการเผา หากพบว่าเกษตรกรรายใดมีการเผาแปลง ทางบริษัทและคู่ค้าพร้อมร่วมมือกันเข้าไปดูแล ให้ความรู้และคำแนะนำ เพื่อให้เกษตรกรร่วมมืองดการเผาตอซัง และหาวิธีการจัดการที่เหมาะสมทดแทน” นายไพศาล กล่าว

ภายในงาน บริษัทฯ ยังร่วมมือกับ กรมวิชาการเกษตร กรมควบคุมมลพิษ และ GISTDA จัดอบรมสัมมนา ถึงสถานการณ์ ฝุ่น PM 2.5 ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. ... และแนวทางการปรับตัวขององค์กรธุรกิจและภาคประชาชน ตลอดจนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับควบคู่กับระบบติดตามการเผาแปลง 

โครงการ “Partner to Green คู่ค้าข้าวโพดพันธมิตร พิชิตหมอกควัน” เป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของเครือซีพีในสร้างความร่วมมือระหว่างคู่ค้าของบริษัทฯ เพื่อร่วมจัดการกับปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง ซึ่งเป็นวาระสำคัญของประเทศ  พร้อมกับการพัฒนาขีดความสามารถคู่ค้าพันธมิตรในกระบวนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ดำเนินงานอย่างรับผิดชอบต่อโลก และสนับสนุนเครือซีพีและบริษัทในเครือฯ ให้บรรลุเป้าหมาย Net-Zero ในปี 2050./

สมาคมสื่อฯ พิษณุโลก จับมือชมรมสถานีวิทยุ 10 สถานี 12 ความถี่ จัด"อุ่นกาย อุ่นใจ สายสัมพันธ์"

วันที่ 30 ตุลาคม 2566 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพิษณุโลก นายประพฤติ ยอดไพบูลย์ ประธานชมรมสถานีวิทยุ 10 สถานี 12 ความถี่จังหวัดพิษณุโลก และนายมังกร จีนด้วง นายกสมาคมสื่อสารมวลชนพิษณุโลก พร้อมคณะกรรมการชมรมฯ และสมาคมฯ ร่วมด้วยส่วนราชการต่างๆ ประกอบด้วย ศาลปกครองพิษณุโลก มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม วิทยาลัยเทคนิคพิษณุโลก วิทยาลัยเทคนิคสองแคว วิทยาลัยอาชีวศึกษาพิษณุโลก วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้


เพื่อเตรียมจัดโครงการอุ่นกาย อุ่นใจ สายสัมพันธ์ ครั้งที่ 10 ณ โรงเรียน ห้วยปลาไหล หมู่ที่ 2 ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก ในวันที่ 21 ธันวาคม 2566 เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กมีปัญหาด้าน อาคารสถานที่ น้ำอุปโภค- บริโภค ทุนการศึกษา ทาสีรั้ว ปรับปรุงห้องพยาบาล ฝาผนัง ชั้นวางหนังสือ มอบทุนการศึกษา  อุปกรณ์กีฬา ชุดกีฬา การส่งเสริมอาชีพระยะสั้นให้กับชุมชน เช่น ตัดเสื้อผ้า ดอกไม้ประดิษฐ์ พร้อมมอบอุปกรณ์การพัฒนาการเรียนการสอน ฝาผนัง บริการซ่อมแซมไฟฟ้า  พัดลม อีกด้วย


นอกจากนั้นมณฑลทหารบกที่ 39 สนับสนุนด้านวงดนตรี หมวดดุริยางค์ โรงพยาบาลกรุงเทพ พิษณุโลก ให้บริการด้านสุขภาพ กองบิน 46 พิษณุโลก จัดแสดงเครื่องบินเล็ก การสนับสนุนพันธุ์ปลาให้กับโรงเรียน เป็นต้น

เดชอิศม์ ขาวทอง ( นายกชาย ) แถลงข่าวไม่รู้จัด”เสี่ยแป้ง” นักโทษหนีคุกเป็นการส่วนตัว

เมื่อเวลา 14.00 น วันที่ 30  ตค. ที่ห้องอาหารของ คอนโดมีเนียม กลางเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา นายเดชอิศม์ ขาวทอง หรือ “นายกชาย” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ สส.เขต 5 จังหวัดสงขลา ได้เปิดการแถลงข่าวกับสื่อมวลชนในพื้นที่ ถึงกรณีที่มีมี สื่อ บางสื่อ นำเอาภาพของตนเอง ที่ถ่ายกับนายเชาวลิตร  ทองด้วง หรือ”เสี่ยแป้ง” นักโทษหนีคดีของเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราชว่ามีความสนิทสนมกับตนเองนั้น  ตนขอทำความเข้าใจให้สังคมได้รับทราบว่า ภาพนั้นเป็นภาพเมื่อวันที่ 14 ธค. 2562 เป็นวันที่ตนและคณะเดินทางไปส่ง นายตำรวจคนหนึ่งที่เดินทางจาก จ.สงขลา ไปรับตำแหน่ง ผกก.สภ.เขาชัยสน จ.พัทลุง และนายเชาวลิตร ได้เข้ามาทักทายและพูดคุยด้วย ตนยอมรับว่ารู้จักกับนายเชาวลิตร แต่ไม่มีความสนิทเป็นการส่วนตัว เคยพบกันประมาณ 3 – 4 ครั้ง ก่อนหน้านั้น แต่หลังจากนั้นประมาณ 3 ปี ไม่เคยพบกันเลย

ต้องทำความเข้าใจว่า การเป็นนักการเมือง ไม่สามารถที่จะปฏิเสธใครได้ ใครเข้ามาทักทาน นั่งด้วยก็ต้องพูดคุย ใครเชิญไปงานมีการถ่ายภาพ ก็ไม่ได้รู้จักทุกคน และในเขตเลือกตั้งตนได้คะแนน 5  หมื่นกว่าคะแนน ก็น่าจะรู้กันกันไม่เกินครึ่ง นอกนั้นไม่รู้จักหรอก ในการเดินทางไปส่ง นายตำรวจ ที่เป็นที่รักกันวันนี้ ก็ไปกันมากมาย ทั้ง ผู้พิพากษา ตำรวจ จำนวนมาก นักการเมือง มากมายที่ไปกัน ดดยมี สส.ภูมิสิทธิ์ คงมี อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ต้อนรับ ส่วนการที่มีผู้พยายามพาดพิงถึงตนว่า สนิทใกล้ชิดกับ”เสี่ยแป้ง” ก็ไม่เข้าใจเจตนา จะว่าต้องการดิสเครดิต ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะผ่านการเลือกตั้งแล้ว และจะขัดขวางให้ให้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่ใช่ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ตนไม่รู้สึกกระทบกระเทือนกับข่าวที่ออกมา แต่ที่แถลงข่าว ก็อย่างให้สังคมรู้ข้อเท็จจริง ที่มาที่ไปของภาพถ่าย ที่มีการนำเสนอออกสื่อเท่านั้น

และอีกอย่าง อยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมราชทัณฑ์กระทรวงยุติธรรม ให้มีมาตรการให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ในการควบคุม นักโทษ ได้ทำหน้าที่ให้ เข้มงวด ในการ ดูแล นักโทษ ที่ถูกนำออกจากเรือนจำ ให้ดีกว่านี้ เพราะการที่นายเชาวลิตร สามารถหลบหนีจาก โรงพยาบาล อย่างง่สายดาย ส่วนหนึ่งมาจากความหละหลวมในการควบคุมดูแลของ เจ้าหน้าที่เรือนจำ นายเดชอิศม์ กล่าวทิ้งท้าย

พิษณุโลก ตามตัวหาคนลักลอบเก็บดอกบัวในคลอง"คูเมือง"ให้มารายงานตัวด่วนที่สุดกับ นายกฯเทศมนตรีนครพิษณุโลก

  วันนี้ 29 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก ระบุว่า ให้ตามหากลุ่มและบุคคลในภาพนี้ ให้มารายงานตัวด่วนที่สุด ต่อนายกฯเทศมนตรีนครพิษณุโลก เนื่องจาก ลักลอบเก็บดอกบัวในคลอง คูเมือง

ทั้งนี้ จังหวัดพิษณุโลก ได้ชี้แจงเหตุเบื้องต้นว่า ต้องช่วยกันฟื้นฟูไม่ใช่สวยงามแล้วชุบมือเปิบ สวนบัวคูเมืองพิษณุโลก เป็นของคนพิษณุโลกทุกคน ขณะที่จิตอาสาพิษณุโลกลุยลงมือบำบัด ฟื้นฟูแหล่งน้ำ “คูเมืองประตูชัย” พิษณุโลก เข้าการปรับปรุงทัศนียภาพสมเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืนเพื่อส่งมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 

2-3 ครั้งที่ผ่านและล่าสุดเช้าวันนี้ พบกลุ่มคนดังภาพลุยลงน้ำเก็บดอกบัว ขนใส่รถที่มารอรับแบบไม่เกรงกลัวกฏหมาย เย้ยสายตาผู้ที่เฝ้าทนุถนอมชื่นชมเมื่อขับรถหรือเดินพักผ่อนหย่อนใจ ณ สวนจักรี คูเมืองเขตเทศบาลนครจังหวัดพิษณุโลก 

นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้มอบหมายนางเปรมฤดี ชามพูนท นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่ ตามหากลุ่มและบุคคลในภาพนี้ ให้มารายงานตัวด่วนที่สุด ที่ เทศบาลนครพิษณุโลก ภายในวันจันทร์ที่ 30 ตุลาคม 2566 นี้ หากนิ่งเฉยจะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

เนื่องจากคูเมืองพิษณุโลก ถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ และแหล่งประวัติศาสตร์  จังหวัดพิษณุโลก เตรียมประดับ ตกแต่งไฟฟ้า แสงสว่างสร้างบรรยากาศสองฝั่งคลองจากเดิมให้สวยงามยิ่งขึ้น เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2567 ให้ชาวพิษณุโลกและนักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือถ่ายรูปเช็คอิน ณ แลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ปลอดภัยของพิษณุโลก ทั้งในยามกลางวันและค่ำคืน เทศบาลนครพิษณุโลก ติดป้ายเตือนห้ามลงจับปลา ตกปลา ตัดข่าย หรือลักลอบเก็บดอกบัวในคลองแล้วยังฝ่าฝืน

อบจ.พิษณุโลก เปิดงานประเพณีแข่งเรือยาว ประจำปี 2566 วัดห้วยแก้ว อ.บางกระทุ่ม


วันที่ 30 ตุลาคม 2566 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายศรายุทธ คชพงศ์ และนางณัฏฐา ชาวดง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก เขตอำเภอบางกระทุ่ม เป็นประธานเปิดงานประเพณีแข่งเรือยาว ประจำปี 2566 ณ วัดห้วยแก้ว ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก 


ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งเพื่อสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น เรือประเภท 12 ฝีพาย , เรือประเภท 7  ฝีพาย , เรือประเภท 3  ฝีพาย และการประกวดกองเชียร์ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมกันจัดงาน





เอสเอ็มอี หนุน “พิพัฒน์” ขึ้นค่าแรงตามระบบเศรษฐกิจและชวนผู้ประกอบการ upskill แรงงาน เพิ่มรายได้ทั่วประเทศ

วันที่ 30 ตุลาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ นายแสงชัย ธีรกุลวานิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และคณะ ในโอกาสเข้าพบเพื่อแนะนำสมาพันธ์ฯ เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานและรับทราบแนวทางนโยบายด้านแรงงาน โดยมี นายสิรภพ ดวงสอดศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายอารี ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วม ณ ห้องจัตุมงคล ชั้น 6 อาคารกระทรวงแรงงาน


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในวันนี้ผมขอขอบคุณท่านประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และคณะ ที่ได้มาเข้าพบหารือและรับทราบนโยบายด้านแรงงาน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือกับกระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่จะปรับขึ้นแน่นอนภายใน 1 มกราคมที่จะถึงนี้ เป็นรายจังหวัด ซึ่งไม่ได้เท่ากันทั้งหมดตามโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจนั้น ซึ่งสมาพันธ์ก็ไม่ขัดข้อง


ส่วนการพัฒนาผลิตบุคลากรและแรงงานของเอสเอ็มอีด้วยการยกระดับทักษะแรงงานและสร้างทักษะแรงงานโดยการ Up skill Re skill ให้สามารถรองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ให้สอดคล้องกับแต่ละภูมิภาค และส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการที่ยังขาดแรงงานอยู่นั้น ในส่วนนี้จะได้ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสมาคมฯ ต่อไป


ด้าน นายแสงชัย ธีรกุลวานิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า ในวันนี้สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ในฐานะตัวแทนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการรวมกว่า 3.2 ล้านราย จ้างงานรวมกว่า 18 ล้านราย ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ฯ ที่เปิดโอกาสให้เข้าพบหารือและรับทราบนโยบายด้านแรงงาน โดยสมาพันธ์ฯ เป็นองค์กรเครือข่ายนักธุรกิจจิตอาสาเอสเอ็มอีที่มีความเข้มแข็งและเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนพัฒนาเอสเอ็มอีของประเทศ ด้วยการเชื่อมโยงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกจังหวัดทั่วประเทศผ่านเครือข่ายสมาพันธ์ฯ เพื่อให้เกิดการตอบสนองนโยบายภาครัฐที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนเอสเอ็มอี จากการรับทราบนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งในส่วนนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีพร้อมสนับสนุนนโยบายดังกล่าวที่จะปรับขึ้นค่าจ้างตามโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันจะประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้ผู้ประกอบการและลูกจ้างลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคมในครั้งนี้ด้วย

วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566

รมว.แรงงานเร่งช่วยแรงงานไทยในอิสราเอลและต้มยำกุ้ง เชื่อค่าแรงขั้นต่ำขึ้นปีหน้า SME ปิดกิจการเป็นแถว

 


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 ตุลาคม 2566 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประกันสังคมมาตรา 40 สู่เครือข่ายประกันสังคม รุ่นที่ 2 ณ โรงเรียนนราสิกขาลัย อ.เมือง จ.นราธิวาส โดยมี นายปรีชา นวลน้อย รอง ผวจ.นราธิวาส นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ผู้ประกันตน เครือข่ายประกันสังคม พร้อมเจ้าหน้าที่ จำนวน 500 คน เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อรณรงค์เชิญชวนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ ถึง 65 ปีบริบูรณ์ ซึ่งถือเป็นแรงงานสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ให้สามารถเข้าถึงสิทธิความคุ้มครองสูงสุด 5 กรณี ได้แก่ เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ค่าทำศพ บำเหน็จชราภาพ และสงเคราะห์บุตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มแรงงานอิสระ ให้สอดคล้องกับนโยบายหลักของกระทรวงแรงงาน โดยปัจจุบันมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ในจังหวัดนราธิวาส จำนวน 301,276 คน และอีกจำนวน 70,138 คน เข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางประกันสังคม


พร้อมกันนี้นายพิพัฒน์ รมว.แรงงาน ได้มอบเกียรติบัตรให้แก่เครือข่ายที่สนับสนุนงานประกันสังคมดีเด่น และการมอบสิ่งของเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็นในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับผู้ประกันตนที่ทุพพลภาพซึ่งอยู่ในการดูแลของสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนราธิวาส จำนวน 2 ราย คือนางอนงค์ แซ่ภู่ อายุ 67 ปี เป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทุพพลภาพจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก และนายกรุณา มณีแสง อายุ 66 ปี เป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ทุพพลภาพจากโรคจากไตวายเรื้อรังและโรคเบาหวาน ทั้งนี้ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ ให้บริการรับสมัครผู้ประกันตนมาตรา 40 การออกร้านจำหน่ายสินค้าของกลุ่มเครือข่ายประกันสังคม และของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน


ต่อมา นายพิพัฒน์ รมว.แรงงาน และคณะ ได้เดินทางต่อไปยังลานพิกุล ซึ่งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดงานกองทุนเด็กกำพร้า ซึ่งจัดขึ้นโดยศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง พร้อมทั้งได้มอบทุนการศึกษาแก่เด็กกำพร้าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส จำนวน 122 คน คนละ 5,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 610.000 บาท เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ซึ่งภายในงานทางศิษย์เก่ามหาวิทยารามคำแหงได้มีการจัดเลี้ยงอาหารฟรีสำหรับเด็กกำพร้าและผู้ปกครองในครั้งนี้ด้วย

ส่วนภาคบ่ายนายพิพัฒน์ รมว.แรงงาน และคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่ วิชาช่างเทคนิคระบบขนส่งทางราง ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ โดยในช่วงการศึกษาที่ผ่านมา ระดับ ปวส.มีนักเรียนทั้งสิ้น 39 คน 7 คน ที่จบสามารถเข้าไปทำงานในวงการรถไฟได้ ซึ่งขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทำ MOU กับประเทศจีนเพื่อส่งศึกษาที่เรียนต่อ คาดจบออกมาอุตสาหกรรมสมัยใหม่จะเป็นที่รองรับนักศึกษากลุ่มนี้ในอนาคต

ด้านนายพิพัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงแรงงานไทยในอิสราเอล ว่า ในส่วนของแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลนั้น ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์อยากกลับบ้าน 8,500 คน เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ทางนายกรัฐมนตรีได้เร่งให้ กระทรวงแรงงานไปพบญาติที่ทำงานที่ประเทศอิสราเอลทุกคน ขอให้คนที่ทำงานที่ประเทศอิสราเอลกลับบ้าน เพื่อความสบายใจของครอบครัวที่รออยู่ในประเทศไทย ซึ่งกระทรวงแรงงานเองก็มีคำสั่งเร่งแรงงานในทุกจังหวัดที่มีแรงงานที่ทำงานที่ประเทศอิสราเอลได้ไปประสานหรือติดต่อ และในส่วนหลังจากนี้การที่จะดูแลเยียวยานักศึกษา สำหรับค่าเดินทางที่ได้จ่ายไปแล้วให้มาติดต่อที่กระทรวงแรงงาน ซึ่งทางกระทรวงแรงงานเองก็ได้ประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ทางนายกได้อนุมัติค่าเดินทางไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และจะมีการผ่อนผ่านสำหรับผู้ที่กู้เงินไปทำงานยังต่างประเทศและยังใช้หนี้ไม่หมด และอีกส่วนนึงก็จะเป็นการเยียวยาหลังจากกลับจากประเทศอิสราเอล เครื่องกระทรวงแรงงานเราจ่ายคนละ 15,000 บาท

ด้านนายพิพัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงแรงงานไทยเข้าไปทำงานในมาเลเซียหรือ กลุ่มต้มยำกุ้ง ว่า ปัจจุบันทางคณะทำงานโดยนายนัจมุดดีน อูมา ได้ไปหารือกับทางรัฐบาลของประเทศมาเลเซียในเรื่องของการส่งแรงงาน โดยเฉพาะเรามีแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศมาเลเซีย 200,000 -300,000 คน และไปเปิดกิจการร้านต้มยำประมาณ 5 ประเทศ

ด้านนายพิพัฒน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในต้นปีหน้า ว่า ในส่วนของการหาเสียงของบางพรรคการเมืองนั้นมีทั้ง 450 บาท 600 บาท ซึ่งปัจจุบันนี้แรงงานขั้นต่ำเราไม่ได้ระบุเฉพาะแรงงานต่างด้าวหรือชาวไทย ซึ่งคนที่ทำงานในประเทศไทยต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำทุกคนทุกชาติ เพราะฉะนั้นการที่จะประกาศอัตราค่าแรงขั้นต่ำนั้น ต่ำสุด 328 บาท ซึ่งจังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และจังหวัดปัตตานี ยังอยู่ในอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่ 328 บาท และค่าแรงสูงสุดก็มีสองจังหวัดประกอบด้วย จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี 354 บาท แต่ว่าค่าครองชีพก็สูงเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าณจังหวัดใดที่มีค่าแรงขั้นต่ำหรือต่ำนั้น ทางกระทรวงแรงงาน จะทำการสำรวจทุกปีว่าในแต่ละปีมีจังหวัดใดบ้างที่ขอค่าแรงขั้นต่ำ แล้วแต่ละจังหวัดที่ขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำขอขึ้นจังหวัดละเท่าไหร่ ซึ่งทางเราเองไม่ได้เป็นผู้กำหนด แต่จะมีการกำหนดโดยไตรภาคี คือสภาองค์กรลูกจ้าง นายจ้าง และส่วนราชการ ซึ่งเราเองนั้นเปรียบเสมือนกรรมการที่เป็นการประสานระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งในปี 2567 เราจะสามารถขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเท่าไหร่ โดยมีมาตรการ แต่อย่างน้อยที่สุดต้องมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกปีตามค่าอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเชื่อว่าภายในเดือนธันวาคม กระทรวงแรงงานจะมีการประกาศค่าแรงขั้นต่ำ แต่จะมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามในอีก 4 ปี ข้างหน้า ค่าแรงขั้นต่ำไม่ถึง 600 บาท แต่ก็น่าจะอยู่ที่อัตราใกล้เคียงเพราะเราขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทุกปี ซึ่งการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมีขึ้นอย่างแน่นอนแต่จะไม่สามารถประกาศได้ว่าจะเท่ากันทุกจังหวัดหรือเปล่า เพราะจากการหารือของสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สำหรับค่าแรงในโรงงาน สำหรับบริษัทใหญ่เกิน 400 จะเกิดผลกระทบหนักที่สุดคือชาว SME คือสถานประกอบการที่ไม่ใหญ่ ซึ่งถ้าประกาศค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 400 บาท ประเภท SME จะต้องทยอยปิดตัว กว่า 50% และอีกส่วนหนึ่งอาจจะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่มีค่าแรงขั้นต่ำน้อยกว่านั้น เพราะฉะนั้นพวกเราพร้อมไหมที่จะ หางานให้คนที่ตกงาน 8,000,000 คน เมื่อประกาศค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 400 บาท โดยประมาณ ซึ่งทางเราก็ยังไม่พร้อมที่จะรับที่ตกงานตั้ง 8,000,000 คน เฉพาะรายงานที่กลับจากประเทศอิสราเอล เรายังต้องหาอีกหลายประเทศกว่าจะบรรจุอีก 30,000 คน เขาไปทำงานยังต่างประเทศที่มีรายได้ดีกว่าประเทศไทย ซึ่งค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาททั่วประเทศต้องบอกตรงนี้เลยว่าเป็นไปไม่ได้

“ประชาธิปัตย์” จี้สภาฯ ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาแก้ปัญหาทุเรียนทั้งระบบ พร้อมเร่งออกกฎหมายควบคุมคุณภาพทุเรียน ให้มีมาตรฐาน

(25 ต.ค. 66) เวลา 13.30 น. ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารรัฐสภา นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และคณะ ร่วมกันแถลงข่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการส่งเสริม พัฒนา แก้ไขปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืนทั้งระบบ และยกร่างกฎหมายว่าด้วยทุเรียน โดยมี สส.จากทุกพรรคการเมืองร่วมลงนามเสนอญัตติดังกล่าว จำนวน 20 คน

ด้วยปัจจุบันประเทศไทยส่งออกทุเรียนนำรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งในปี 2565 มูลค่าส่งออกจำนวน 125,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5 เท่า เมื่อเทียบกับระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา จัดเป็นพืชผลการเกษตรที่ส่งออกทำรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับสาม รองจากยางพารา และมันสำปะหลัง ทำให้เกษตรกรทั้งภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคอื่น ๆ รวม 43 จังหวัด ขยายพื้นที่ปลูกทุเรียนอย่างรวดเร็ว ในปี 2566 มีพื้นที่ปลูกทุเรียนกว่า 1,340,000 ไร่ มีทั้งที่ปลูกโดยเกษตรกรรายย่อย และที่ปลูกโดยนักลงทุนเป็นเกษตรอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ การขยายพื้นที่ปลูกทุเรียน ทำให้ต้องใช้ที่ดิน แหล่งน้ำ พลังงานจากน้ำมันและไฟฟ้าเพื่อการเกษตร แรงงานภาคเกษตร การขนส่งผลผลิตทุเรียน อุตสาหกรรมแปรรูปทุเรียน ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช รวมทั้งปัจจัยการผลิตอื่น ๆ ในปริมาณที่สูงขึ้น หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบครบวงจร  ถ้าผลผลิตทุเรียนล้นตลาด และคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ราคาอาจจะตกต่ำ หากใช้สารเคมีไม่ถูกต้อง อาจจะกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ปัจจุบันภาครัฐมีข้อจำกัดในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียน จึงใช้การขอความร่วมมือ การออกระเบียบหรือคำสั่งในระดับจังหวัด โดยอิงมาตรฐานทางวิชาการ ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับทุเรียนระดับ พ.ร.บ. มาบังคับใช้โดยเฉพาะ ต้องอาศัยกฎหมายทั่วไป อาทิประมวลกฎหมายอาญามาตรา 271 และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมาตรา 47 ทำให้มีข้อจำกัดในการลงโทษผู้นำทุเรียนด้อยคุณภาพออกสู่ตลาด หากมีกฎหมายเกี่ยวกับทุเรียนเป็นการเฉพาะ จะทำให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐสามารถบังคับใช้กฎหมายเพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และภาครัฐไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับทุเรียนโดยเฉพาะมาบังคับใช้เพื่อการส่งเสริม การพัฒนา การแก้ปัญหาทุเรียนอย่างยั่งยืน ทั้งระบบ ครบวงจรเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้ประเทศเป็นอันดับต้น ๆ และประเทศไทยมีจุดแข็งหลายอย่าง เหนือประเทศคู่แข่ง  แต่ปัจจุบันจึงยังไม่มีกองทุนทุเรียนไทย ที่สามารถหักเงินจากการส่งออกทุเรียนเข้ากองทุน เหมือนยางพาราที่มีกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ซึ่งจะทำให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียน  มีเงินทุนมาศึกษาวิจัย พัฒนา เกี่ยวกับทุเรียนให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 นี้ จะให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน ให้มีความมั่นคงต่อไป  

พ.ต.อ.ทวีฯ ร่วมหารือแผนพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่ร้านอาหารสุชาดาซีฟู้ด เส้นลพบุรีราเมศวร์ ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา  พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ว่าทีเลขาธิการ ศอ.บต.คนใหม่  คณะผู้บริหารและ ส.ส.ของพรรคประชาชาติ ร่วมพบปะและหารือ เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน โดยเฉพาะการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝั่งมาเลเซียในมิติ การให้ช่วยเหลือแรงงานไทยที่ตกเป็นตัวประกันในปาเลสไตน์   ร่วมทั้ง หารือการช่วยเหลือ แรงงานไทยในมาเลเซียอีกด้วย 


    นอกจากนั้น รมว.ยุติธรรม ยังได้เล่าถึงการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทุกมิติ เพื่อแสดงถึงจุดยืนในการทำงานเพื่อประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน อีกทั้งเพื่อเป็นแนวทางการทำงานของศอ.บต. และ ข้าราชการในพื้นที่ ใช้เป็นแนวทาง ในการพัฒนาและแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อไปสู้ความสงบสุขอย่างยั้งยืนเช่นในอดีตและเป็นไปตามที่ประชาชนต้องการ

    หลังหารือเสร็จ ทางครอบครัว จุฬาราชมนตรี คนที่ 18 ได้เดินทางมาพบและได้มอบของทีระลึก ให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อเป็นการขอบคุณที่มาร่วมพิธี   



     ในโอกาสนี้ ได้มี นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร่วมในงานนี้ด้วย 

วันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2566

ทัพศิลปินขนเพลงบุกเวที “ไทยนิยม” เหล่านางงามบุกบ้าน “Hollywood Game Night” วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 ทางช่อง3


ไทยนิยม: ​ส่งท้ายเดือนตุลาคม เริ่มต้นรายการกับ คุณชมพู ฟรุตตี้ หรือ คุณสุทธิพงษ์ วัฒนจัง ศิลปินดังในตำนานที่ครั้งนี้หยิบเพลง “ครวญถึงเจ้า” มาขับร้องในช่วง “เพลงดังข้ามเวลา” แท็กทีมมากับวง SLAPKISS ศิลปินรุ่นน้องจากค่าย LOVEiS Entertainment กับเพลงใหม่ล่าสุด “ไปกันใหญ่” ที่ฮิตไม่แพ้เพลงแฟนเก่าคนโปรด ช่วง “ไทยนิยม” และปิดท้ายรายการด้วยช่วง “ไทยแสดง” พบกับ ดนตรีไทยรีไซเคิล น้องๆจากโรงเรียนสิงห์บุรีติดตามรายการ “ไทยนิยม” เวลา 16.45 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดู มือถือกด 3Plus


Hollywood Game Night TH: ​เจ้าบ้านอารมณ์ดี “วิลลี่ แมคอินทอช” เปิดบ้านต้อนรับทีมนางงาม และทีมหนุ่มมาดเข้ม ที่แต่งตัวจัดเต็มในธีมฮาโลวีน พร้อมโชว์สกิลเล่นเกมสุดมัน นำโดย “อิงฟ้า-วราหะ, ชาล็อต-ออสติน, เชียร์-ฑิฆัมพร” ปะทะกับ “แทค-ภรัณยู, ป๋อง-กพล, โก๊ะตี๋”  ทีมไหนจะโชว์ฝีมือเล่นเกมเรียกเสียงหัวเราะ พร้อมคว้าชัยชนะไปได้  ติดตามรายการ“Hollywood Game Night Thailand” เวลา 18.20 น. ทางช่อง 3 ดูทีวีกด 33 ดู มือถือกด 3Plus