วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2567

วัดสว่างอารมณ์ (แคแถว) ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จัดพิธีบูชาพระราหู โดยมีสาธุชนสายมูแห่เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

         ก่อนจะเริ่มพิธี สาธุชนทยอยกันมาแจ้งความประสงค์เข้าร่วมพิธีกันอย่างเนืองแน่นจนสถานที่จัดพิธีซึ่งเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ไม่เพียงพอ จนท.จึงต้องขยายพื้นที่นำสายสิญจน์ไปผูกเชื่อมยังด้านหน้าและด้านข้างอีกข้างหนึ่ง ทำให้บรรยากาศภายในพิธีเต็มไปด้วยภาพผู้คนที่มาเข้าร่วมใช้สายสิญจน์ที่โยงมาจากถพิธีผูกพันบนศีรษะ  ทั้งนี้ใช้เวลาในการสวดกว่า 2 ชั่วโมงจนแล้วเสร็จ

จังหวัดอุตรดิตถ์จัดมหกรรม “Walk in ฟิน ช็อป OTOP เมืองอุตรดิตถ์ ครั้งที่ 2 ” สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชน

   
         วันที่ 1 มีนาคม 2567  เวลา 18.00 น.  นายศิริวัฒน์  บุปผาเจริญ  ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน  “Walk in ฟิน ช็อป OTOP เมืองอุตรดิตถ์ ครั้งที่ 2 ” ระหว่างวันที่ 1 – 5 มีนาคม 2567 ณ.บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าฟรายเดย์ ตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์
 เพื่อจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์  หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมถึงสร้างการเรียนรู้แนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP แก่ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็นการขับเคลื่อนตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มรายได้และลดความเหลื่อมล้ำของประชาชน  อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ และเชื่อมโยงสินค้าจากชุมชน เข้าสู่การตลาด ท้องถิ่น ภูมิภาค ต่างประเทศ และการซื้อขายผ่านระบบE- Commerce ต่อไป โดยมีผู้ประกอบการฯ เข้าร่วมจำหน่าย ประกอบด้วยผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP จากอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จำนวน 25 บูธ ต่างอำเภอภายในจังหวัด จำนวน 10 บูธ และต่างจังหวัด จำนวน 7 บูธ รวม 42 บูธ โดยกิจกรรมภายในงานแบ่งเป็นประเภทอาหาร อาทิเช่น แกงหอยครูดา จากอำเภอพิชัย , ข้าวหน้าปลาซาบะ , กล้วยพรจากแม่ ตำบลวังกะพี้ , กังฟูปลาไข่ จากจังหวัดพิษณุโลก , ขนมไทยฟิวชั่นครูเมย์ ตำบลงิ้วงาม , ลิ้มดำรงขนมใบจาก จังหวัดสมุทรปราการ / ประเภทเครื่องดื่ม อาทิเช่น น้ำลำไยครัวครูหมู , เดย์น้ำส้มคั้นสด / ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย อาทิเช่น กลุ่มตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ร้านดวงนภาแฟชั่นผ้าไทย , ร้านดวงกมลผ้าทอ น้ำอ่าง อำเภอตรอน , ร้านวรรณาเครื่องเงิน จากจังหวัดสุพรรณบุรี /ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของที่ระลึก อาทิเช่น องค์พระยาพิชัยดาบหักจากแร่เหล็กน้ำพี้ จากร้านพรวิษณุเหล็กน้ำพี้ , /โซนอาหารชวนชิม อาทิเช่น ขนมเทียนเสวย จากร้านกนกมณี ข้างโรงแรมสีหราช , ขนมจีบบ้านกำนัล , ส้มตำแม่หญิงลาวเวียง หาดสองแคว อำเภอตรอน เป็นต้น    
//นาคา คะเลิศรัมย์//

ศรีสะเกษ ภาพเหตุการณ์ ตำรวจ สภ.ปรือใหญ่ จับลูกเขยยิงแม่ยายตายคาที่ เผยเหตุสังหารเนื่องจากแค้นแม่ยายดูถูกว่าจน รับสารภาพสิ้นไส้ แต่ไม่ยอมไปขอขมาศพแม่ยาย

เมื่อเวลา 12.20 น.วันที่ 2 มี.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นี่คือภาพเหตุการณ์ที่ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ โตโสภณ ผกก.สภ.ปรือใหญ่ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชัชพงศ์ โสดา รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.ศาสตรา คำขาว สว.สส.ฯ พ.ต.ท.ไพโรจน์ คันนา สวป.ร.ต.อ.พุธศักดิ์ สุริยะ รอง สวป.สภ.ปรือใหญ่ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าไปทำการจับกุม นายนิคม หรือคม อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236 หมู่ 13 บ้านนาจะเรีย ต.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ โดยจับกุมได้ที่บริเวณสวนปาล์ม ทิศตะวันออกเฉียงใต้ บ้านลุมพุก (บริเวณใต้สันเขื่อนโอตาลัด)หมู่ 2 ต.โคกตาล อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ และกระสุนในรังเพลิง 1 นัด หลังจากที่นายนิคมได้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ ยิงนางวันดี เป้งทอง อายุ 64 ปี เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 299 หมู่ 13 บ้านนาจะเรีย เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 1 มี.ค.67 ที่ผ่านมา จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายคมไปทำการสอบสวนที่ สภ.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ 
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนิคม หรือคม ผู้ต้องหาฆ่าโหดแม่ยายตนเอง ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเขต ต.ปรือใหญ่ ต่อมา ได้รู้จักกับนางตู่ ซึ่งเป็นลูกสาวของนางวันดี ได้เกิดชอบพอกัน โดยนางตู่ให้ตนสึกออกมา เพื่อมาอยู่กินกันฉันสามีภรรยากัน ตนจึงได้สึกออกมาเมื่อวันออกพรรษาที่ผ่านมา ต่อมา นางวันดีมักจะไปพูดดูถูกตนว่าไม่ยอมรับตนเป็นลูกเขย เพราะว่าเป็นคนจน ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหน และได้กีดกันไม่ให้ตนคบกับนางตู่ ทำให้ตนมีความแค้นนางวันดีแม่ยายของตนเองเป็นอย่างมาก วันเกิดเหตุตนได้ดื่มเหล้าย้อมใจ จากนั้นได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่บ้านของนางวันดี ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน เห็นนางวันดียืนอยู่หน้าบ้าน ตนได้ลงจากรถจักรยานยนต์ เดินเข้าไปใช้อาวุธปืนลูกซองสั้นยิงนางวันดี กระสุนถูกที่บริเวณลำคอและหน้าอก จำนวน 1 นัด จากนั้นตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป และได้ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บริเวณใต้เขื่อนโอตาลัด จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ ตนยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา แต่ว่าจะไม่ยอมไปขอขมาศพของนางวันดีอย่างเด็ดขาด
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 299/13 บ้านนาจะเรีย ต.ปรือใหญ่ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุ พบว่า บรรดาญาติพี่น้องกำลังช่วยกันกางเต็นท์จัดเตรียมสถานที่และจัดเตรียมรอบบริเวณบ้าน เพื่อเตรียมรับศพของนางวันดี ซึ่งขณะนี้ศพของนางวันดียังอยู่ที่ รพ.ศรีสะเกษ โดยบริเวณที่เกิดเหตุ ได้มีการนำเอาดินมาถมรอยเลือดและมีกองขี้เถ้า ซึ่งญาติแจ้งว่าเป็นการประกอบพิธีเรียกวิญญาณของนางวันดีให้เข้าบ้าน และเพื่อบอกกล่าวขอให้วิญญาณของนางวันดีช่วยดลบันดาลให้ตำรวจจับกุมมือปืนโหดรายนี้ให้ได้โดยเร็ว
นางทองใบ ศรีสะอาด อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 293 หมู่ 13 บ้านนาจะเรีย ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนางวันดีได้ไปนั่งเล่นอยู่กับตน จากนั้นนางวันดีได้เดินกลับมาที่บ้าน ต่อมาตนได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ซึ่งตนไม่ทราบว่าเขายิงอะไรกัน ต่อมา ได้เดินมาที่บ้านนางวันดีและพบว่านางวันดีถูกยิงนอนฟุบอยู่กับพื้นหน้าบ้าน ตนจึงได้แจ้งให้ญาติพี่น้องได้ทราบเพื่อให้มาช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่านางวันดีได้เสียชีวิตคาที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พยาบาลได้เข้ามาพยายามปั๊มหัวใจ แต่ว่านางวันดีเสียชีวิตแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ตนไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่านายนิคมจะใช้ความรุนแรงยิงนางวันดี ซึ่งเป็นแม่ยายของตนเองจนเสียชีวิต 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนไปในทางหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้น ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.ปรือใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป////////


ภาพ / ข่าว ศิริเกษ หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ รมช.คลังห่วงใย น.ศ.ระยองกว่า 3,000 คนยังไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้ยืมเรียน


เร่งตรวจสอบติดตามความคืบหน้าการดำเนินการจาก กยศ. เผยเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ตรวจสอบกลับพบว่า กยศ.ยังไม่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ที่มีการแก้ไข
      เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2567  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายวิสัย  เขตสกุล  เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (เลขาธิการ ส.ค.ท.) เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วย ดร.สุนทร  กุมรีจิตร ประธานชมรมครูประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ เลขาธิการ  ชมรมครูประชาบาลภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และรองเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) และคณะแกนนำครู จ.ศรีสะเกษ ได้เดินทางไปพบกับ นายจุลพันธ์  อมรวิวัฒน์  รมช.กระทรวงการคลัง  เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหากรณีที่ น.ศ.ของ จ.ศรีสะเกษและอีกหลายจังหวัดจำนวนมากยังไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้ยืมเรียนจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ทำให้ น.ศ.ที่ยื่นเรื่องขอกู้เงินจาก กยศ.กำลังได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้เพื่อขอให้ รมช.กระทรวงการคลัง ได้พิจารณาหาแนวทางในการช่วยเหลือ น.ศ.โดยด่วนด้วย
             นายจุลพันธ์  อมรวิวัฒน์  รมช.กระทรวงการคลัง  กล่าวว่า เรื่องเงินกู้ กยศ.มันมีเคสที่ศรีสะเกษซึ่งได้แก้ไขไปเรียบร้อยแล้ว  ตนได้ส่งทาง กยศ.เข้าไปก็ได้มีการรีพอร์ทกลับมาว่า กลุ่มนักเรียนคนไหนที่เอกสารยังไม่ครบให้แก้ไข คนที่เคยได้แล้วจะโดนตัดสิทธิ์นี้ไม่มี ไม่เคยมีในความคิดที่จะไปตัดสิทธิ์นักเรียนไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาใดๆ  ส่วนที่มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนาระยองที่มีข่าวว่านักศึกษากว่า 3,000 คนยังไม่ได้รับการอนุมัติเงินกู้จาก กยศ.นั้น เรื่องนี้ตนจะไปติดตามดูให้ แต่ว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้รับรายงานมา ซึ่งตนคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรเพราะว่ากลไกในการให้สู่นักศึกษานั้น กลุ่มที่เคยได้อยู่แล้วก็จะได้รับต่อเนื่องโดยกลไกขั้นตอนของมัน  กลุ่มนักศึกษาที่ยื่นแล้วไม่ได้มันมีเหตุไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประกอบอาชีพอื่น   ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเอกสารที่จะคลาดเคลื่อนสิ่งต่างๆมันเป็นประเด็นทางเทคนิคซึ่งสามารถแก้ไขได้ไม่ใช่เป็นประเด็นแต่อย่างใด 
           นายจุลพันธ์  อมรวิวัฒน์  รมช.กระทรวงการคลัง  กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีกลุ่มที่ลูกหนี้ กยศ.ออกมาเคลื่อนไหวว่า อัตราดอกเบี้ยและการปรับโครงสร้างหนี้ของ กยศ.คลาดเคลื่อนไม่ถูกต้องนั้น เรื่องนี้ตนได้ดำเนินการแล้ว เพราะว่ามีการแก้กฎหมายสมัยที่แล้วซึ่งพรรคเพื่อไทยและหลายพรรคในสภาฯได้ดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.ในเรื่องของ กยศ.เพื่อที่จะให้กลไกไม่เป็นภาระกับผู้กู้และมีการแก้แล้ว หลังจากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลมาสิ่งที่เราได้เข้าไปตรวจสอบกลับพบว่า กยศ.ยังไม่ได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ที่มีการแก้ไข ซึ่งทุกส่วนงานได้รับทราบแล้วกำลังดำเนินการปรับให้เป็นตามเกณฑ์น่าจะใช้เวลาไม่นาน//////


ภาพ / ข่าว ศิริเกษ  หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ


"ผู้ประกันตนเจ็บป่วย" ประกันสังคม ดูแลคุ้มครอง ครอบคลุมทุกโรค จนสิ้นสุดการรักษา

        นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม  กระทรวงแรงงาน ย้ำ สิทธิการรักษาพยาบาลในระบบประกันสังคม “กรณีเจ็บป่วย” ได้รับความคุ้มครองด้วยการรักษาพยาบาลที่ครอบคลุมทุกโรค ทุกความเจ็บป่วย โดยผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน กว่า 267 แห่ง สะดวก ครบ จบ ในครั้งเดียว และผู้ประกันตนยังสามารถเข้ารับบริการได้ในโรงพยาบาลทุกขนาดตั้งแต่ปฐมภูมิถึงตติยภูมิที่อยู่ภายใต้การลงนามความร่วมมือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเลือกเข้ารับการรักษาของผู้ประกันตน สำนักงานประกันสังคมได้มีการพัฒนาสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่อง ได้แก่
  
          ปี 2566 ที่ผ่านมา สปส. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ลดความเสี่ยงของโรค NCDs หรือโรคเรื้อรังให้กับผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น ผ่านโครงการดูแลสุขภาพผู้ประกันตนเชิงรุกฯ และตั้งแต่ 1 เมษายน 2567 นี้ ได้ปรับเพิ่ม รายการตรวจสุขภาพให้มีความถี่เพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับปัจจัยด้านอายุและความจำเป็นในการตรวจ เช่น ให้ผู้ประกันตนที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ได้รับการตรวจน้ำตาล ไขมันในเลือด ตรวจการทำงานของไต ตรวจปัสสาวะ รวมถึงการตรวจ X-ray ตามหลักเกณฑ์อัตราที่กำหนด “ทุกปี” ซึ่งจะให้สิทธิเฉพาะผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมเท่านั้น เป็นการตรวจ “เสริม” จากการตรวจสุขภาพพื้นฐานของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ให้คนไทยทุกสิทธิ

          ทันตกรรม สามารถเข้าถึงการรักษาดูแลสุขภาพฟันในสถานพยาบาลหรือคลินิก ทั้งรัฐ เอกชน ได้อย่างสะดวก ทั้งในและนอกเวลาราชการ โดยไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า และในปี 2667 นี้ สปส. ยังเพิ่มโครงการรถทันตกรรมเคลื่อนที่ อำนวยความสะดวกในการรับบริการรักษาดูแลสุขภาพฟัน เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของผู้ประกันตน
          
          เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาฟรี 72 ชั่วโมง ทั้งในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน สำหรับกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน ผู้ประกันตนเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของรัฐ รักษาฟรี 72 ชั่วโมง กรณีสถานพยาบาลเอกชน เบิกได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และให้สถานพยาบาลที่รักษาแจ้งสถานพยาบาลตามสิทธิของผู้ประกันตนให้รับผิดชอบดูแลรักษาตั้งแต่รับแจ้ง จนสิ้นสุดการรักษา โดยผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย 
                สำนักงานประกันสังคมได้มอบสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลอื่น ๆ เช่น 
          1. การปลูกถ่ายไขกระดูก (การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต) สำหรับการรักษามะเร็งโรคเลือด 8 ชนิด สิทธิประกันสังคมสามารถทำการปลูกถ่ายเซลล์ฯ ครอบคลุมทั้งวิธีการปลูกถ่าย โดยใช้เนื้อเยื่อตนเอง เนื้อเยื่อพี่น้องร่วมบิดามารดา และเนื้อเยื่อของผู้บริจาคผ่านสภากาชาดไทย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึงรายละ 1,300,000 บาท “ฟรี”
          2. สามารถเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดหรือหัตถการในกลุ่มโรคที่เป็นปัญหาของผู้ประกันตน จำนวน 5 โรค ประกอบด้วย โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคนิ่วในไตหรือถุงน้ำดี โรคมะเร็งเต้านม และก้อนเนื้อที่มดลูก ไปรับการผ่าตัดหรือทำหัตการที่ไหนก็ได้ ในโรงพยาบาลที่ทำความตกลงกับสำนักงาน ภายในระยะเวลา 15 วัน หลังจากที่ได้รับการวินิจฉัยหรือแพทย์ลงความเห็นว่าจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด ซึ่งจะช่วยลดการรอคอยการผ่าตัดหรือทำหัตการ ลดความเสี่ยงรวมถึงลดความรุนแรงของโรค
          3. เพิ่มการเข้าถึงการรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่อง CPAP โดยจ่ายค่าอุปกรณ์เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (CPAP) และค่าตรวจการนอนหลับ (Sleep test) สำหรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยโรคหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งถือเป็นโรคที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะนำมาซึ่งความอันตรายแก่ชีวิตอีกด้วย

          เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวในตอนท้ายว่า จะเห็นได้ว่าสำนักงานประกันสังคมได้พัฒนาสิทธิการรักษาพยาบาลให้กับผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่องอยู่สม่ำเสมอ เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่มโรค ทุกความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ประกันตน และทุกสิทธิการรักษาจะไม่ด้อยกว่าสิทธิการรักษาโรคในระบบการประกันสุขภาพอื่นของไทย ดังนั้น ขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจ และให้สิทธิประกันสังคมเป็นทางเลือกหลักในการดูแลสุขภาพ เพื่อให้ผู้ประกันตนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป
-------------------------------------------------
ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน

พิษณุโลก ส่องแนวทาง"ฟางทองคำ” ขายฟางก้อน 9 แสนก้อนได้เงิน 18 ล้านบาทจริง

   ดลใจแนวนโยบายผู้ว่าฯ-ทหาร ลดการเผาที่นา ลดฝุ่น PM25 เผยธุรกิจอัดฟางของชาวบ้านกำลังไปได้สวย เพิ่มมูลค่า จากไร้ราคาฟางข้าวสู่เงินล้าน อนาคตสู่การหยุดเผายั่งยืน 
วันที่ 1 มีนาคม 67 นายภูษิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พันเอกกฤติ พันธะสา รองผอ.กอ.รมน. จว.พล/รอง ผบ.มทบ.39, นายมนัส เสียงก้อง เกษตรจังหวัดพิษณุโลก, จนท.เกษตรและสหกรณ์จังหวัดพิษณุโลกฯลฯ ร่วมพิธีเปิดงาน"ฟางทองคำ ลด PM25 เย็นวานนี้ 29 ก.พ.67  ถือเป็นการเพิ่มมูลค่า จากฟางไร้ราคาสามารถทำเงินทันที อนาคตอาจจะหยุดเผาอย่างยั่งยืน ณ.โรงเก็บฟางอัดก้อน หมู่ที่ 2  บ้านบางกระน้อย ตำบลนครป่าหมาก อำเภอบางกระทุ่ม  
นายชวลิต  ถี่ถ้วน ประธานชมรมฟางอัดก้อนจังหวัดพิษณุโลก ได้มีการพูดคุยเสวนาเรื่อง"ฟางทองคำ ลด PM25 เพิ่มมูลค่าสู่การหยุดเผาอย่างยั่งยืน "จากนั้นได้มีพิธีลงนามสัญญาซื้อขายฟางก้อนจำนวน 9 แสนก้อน มูลค่า 18 ล้านบาท และพาคณะหน่วยงานราช การดูวิธีการอัดฟาง ที่แปลงนายังสถานที่จริง โดยผู้ว่าฯและ ผอ.กอ.รมน.จว.พล ร่วมขับรถไถอัดฟางโชว์ในครั้งนี้ด้วย 
นายชวลิต ถี่ถ้วน กล่าวว่า นโยบายจังหวัดพิษณุโลกรณรงค์หยุดการเผาในที่โล่งแจ้ง เพื่อลดปัญหามลพิษจากหมอกควัน และฝุ่นละออง จึงได้จัดงานฟางทองคำลด PM 2.5 สร้างมูลค่าจากฟางข้าว โดยก่อตั้งชมรมฟางอัดก้อนพิษณุโลก และจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนฟางอัดก้อนพิษณุโลก ซึ่งได้ทำสัญญาซื้อขายฟางก้อนจำนวน  9 แสนก้อน มูลค่ารวม 18 ล้านบาท 
หนึ่งในตัวแทนผู้ค้าฟางอัดก้อน เปิดเผยว่า  ตนเป็นสมาชิกฟางอัดก้อนจังหวัดพิษณุโลก มีโรงเก็บฟางอัดก้อนขนาดใหญ่ ประกอบธุรกิจส่งฟางไปขายลำปาง ลำพูน ตาก ฯลฯมาแล้ว ตนมีรถไถพ่วงอัดก้อนจำนวน 5 คัน ธุรกิจค้าขายฟางอัดก้อนมากำลังไปได้ดี 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาฟางอัดก้อนเฉลี่ย ก้อนละ 20-25 บาท ขึ้นอยู่กับว่า เป็นราคาซื้อหน้าแปลงนาหรือรวมค่าขนส่งถึงมือลูกค้า อาทิเช่น ฟางอัดก้อนครั้งนี้ จะเดินทางส่งไปยัง จ.ตาก ราคาจากต้นทาง 20 บาท รวมค่าขนอีก 18 บาท เมื่อถึง แม่สอด จ.ตาก ราคาฟางอัดก้อนเป็นราคา 38 บาททันที ดังนั้น หากเกษตรกรรายใดสนใจจะซื้อฟาง จะมีเริ่มต้นที่ 20 บาทจากนั้นก็เป็นค่าขนส่ง 
ส่วนผู้ประกอบการที่เก็บฟางขาย จะต้องลงทุนรถไถ และเครื่องพ่วงท้ายอัดฟาง มีมูลค่า 4-5 แสนบาท โดยจะต้องไปหาแปลงนาข้าว และจ่ายค่าฟางแก่เจ้าของนาข้าวก้อนละ 1 บาท  จากนั้นมีค่าแรงเก็บก้อนฟางขึ้นรถบรรทุก ณ.แปลงนา ประมาณ 1-3 บาท  ซึ่งกำไรของผู้ประกอบการรถอัดฟางอยู่ที่15-16 บาท หักค่าน้ำมัน ค่าแรง ค่าลงทุนเครื่องจักรยังพอเป็นรายได้  ส่วนภาครัฐจะได้ประโยชน์ คือ ลดการเผา ลดปริมาณฝุ่น PM25 อนาคตหากทำได้ต่อเนี่อง เท่ากับว่า จะเป็นการหยุดเผาอย่างยั่งยืน 
อนึ่ง พิษณุโลก มีพื้นที่ปลูกข้าวปี 66/67 จำนวน 1,468,540 ไร่ เกษตรกรจำนวนเกือบ 8 หมื่นราย คาดว่าจะมีปริมาณฟาง จำนวน 1,191,232 ตัน ซึ่งนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ต้องการส่งเสริมให้นำฟางข้าวอัดเป็นก้อน เพื่อลดการเผาฟางในนาข้าว และลดปัญหาการเกิดหมอกควันโล่งแจ้ง ทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม และนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์ ผ่านชมรมฟางอัดก้อนจังหวัดพิษณุโลก
//ป๊อกกองปราบ ภาพ-ข่าว//

RATCH จับมือ GULF นำเข้า LNG ล็อตแรกสำเร็จ ป้อนโรงไฟฟ้าหินกอง นับเป็นเอกชนรายแรกของไทยที่นำเข้า LNG ตามนโยบายเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ

บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (HKH) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี 
ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) จัดพิธีฉลองรับเรือ LNG ลำแรก ปริมาณ 62,000 ตัน ณ สถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุดแห่งที่ 2 จ.ระยอง
บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH และ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประสบความสำเร็จในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เชิงพาณิชย์เที่ยวแรกปริมาณ 62,000 ตัน ผ่านทางบริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (HKH) เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าหินกอง หน่วยที่ 1 กำลังผลิตตามสัญญา 700 เมกะวัตต์ (MW) ที่มีแผนเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ นับเป็นเอกชนรายแรกของประเทศไทยที่นำ LNG เข้ามาในประเทศ เป็นไปตามนโยบายการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติ ปูทางไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งลดความเสี่ยงในการจัดหาก๊าซธรรมชาติ เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงาน และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
               หลังจากที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้กำหนดแนวทางส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติระยะที่ 2 และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้เปิดให้เอกชนสามารถขอใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (Shipper License) เพื่อจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ โดย LNG บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (HKH) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่ RATCH ถือหุ้น 51% และ GULF ถือหุ้น 49% เป็น 1 ใน 8 บริษัทที่ได้รับ Shipper License ในการนำเข้า LNGปริมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี 
นางสาวชูศรี เกียรติขจรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการโรงไฟฟ้าหินกอง จังหวัดราชบุรี มีภารกิจสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานให้กับระบบไฟฟ้าทางภาคตะวันตกของประเทศ   ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 2 ชุด ขนาดกำลังผลิตตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวม 1,400 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลัก โดยมีบริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติเหลวที่มีคุณภาพและต้นทุนที่เหมาะสม ควบคุมดูแลและบริหารจัดการจัดส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อป้อนให้กับโรงไฟฟ้าหินกองได้ตามแผนการผลิต ความสำเร็จในการนำเข้า LNG ล๊อตแรก ของ HKH วันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการจัดหาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติโดยผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ที่รุกเข้าสู่ธุรกิจต้นน้ำของห่วงโซ่ธุรกิจเพื่อมุ่งบริหารจัดการเชื้อเพลิง อันถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะรองรับประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตไฟฟ้าให้มีความมั่นคง และสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพ เพื่อส่งมอบให้กับ กฟผ. ได้ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 25 ปี”  
นางพรทิพา ชินเวชกิจวานิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การที่บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด สามารถนำเข้า LNG เที่ยวแรกได้นั้น นับเป็นความสำเร็จก้าวแรกของเอกชนตามนโยบายการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติของรัฐบาล นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่มีความต้องการใช้ก๊าซ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศโดยรวม โดยทาง HKH มีแผนนำเข้า LNG ประมาณ 0.64 ล้านตันในปี 2567 เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าหินกองทั้งหมด ทำให้บริษัทสามารถบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้าได้”
          “นอกจากการนำเข้า LNG เพื่อนำมาใช้กับโรงไฟฟ้าหินกองแล้ว ในอนาคต GULF จะจัดหาและนำเข้า LNG ในปริมาณรวมประมาณ 7.8 ล้านตันต่อปี เพื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าให้กับโครงการโรงไฟฟ้า IPP ของกลุ่มบริษัทฯ ทั้งโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ปลวกแดง (GPD) และโรงไฟฟ้ากัลฟ์ ศรีราชา (GSRC) และจำหน่ายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมของโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 19 โครงการของกลุ่มบริษัทฯ รวมไปถึงกลุ่มของบริษัทปตท. จำหน่ายก๊าซธรรมชาติ จำกัด (PTT NGD) โดย GULF ยังมีแผนที่จะนำ LNG มาใช้บริการกับท่าเทียบเรือก๊าซและสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Terminal) ของโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ซึ่งบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการนี้ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อขยายการเข้าถึง LNG ในภูมิภาคอีกด้วย” นางพรทิพา กล่าวเสริม
นายธนพงษ์ เจียมอนุกูลกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ”HKH มีความพร้อมด้านจัดหาแหล่งเชื้อเพลิงในรูปแบบของการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวที่มีคุณภาพและมีปริมาณที่เพียงพอ สามารถรองรับความต้องการใช้เชื้อเพลิง เพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าหินกองให้เกิดความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ โดยบริษัทได้ลงนามสัญญาซื้อขาย LNG กับ Gunvor Singapore Pte. Ltd.  ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Gunvor Group Ltd. บริษัทชั้นนำด้านการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทพลังงาน เพื่อเป็นผู้จัดหาและนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง มีระยะเวลาสัญญา 3 ปี  ซึ่งทาง Gunvor จะได้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว ประมาณ 500,000 ตันต่อปี เพื่อส่งมอบให้แก่บริษัท โดยทาง HKH จะใช้บริการสถานีแอลเอ็นจี มาบตาพุดแห่งที่ 2 (LMPT 2) ของบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด ในการแปรสภาพของเหลวเป็นก๊าซ และส่งเข้าระบบท่อส่งก๊าซของ ปตท.เพื่อส่งไปยังโรงไฟฟ้าหินกองต่อไป”

ส.ส.สรรเพชญ ชี้ นายกฯ ควรเป็นแบบอย่างที่ดี ผิดหวังรัฐมนตรีไม่ตอบกระทู้ พร้อมแนะ ครม. ควรให้ความสำคัญกับกลไกสภาฯ ให้มากกว่านี้

         วันนี้ (1 มีนาคม 2567) นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ได้ให้ความเห็นต่อ กรณีที่รัฐมนตรีหลายท่านไม่มาตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (29 กุมภาพันธ์ 2567) ว่า “รู้สึกผิดหวังกับการทำงานของฝ่ายบริหาร ที่ไม่เคารพกลไกสภาฯ ไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาของพี่น้องประชาชน และเห็นว่านายกรัฐมนตรีต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของ ครม.” 
          “รู้สึกเสียดายโอกาสที่กลไกสภาผู้แทนฯ ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ที่รัฐมนตรีไม่มาตอบข้อสงสัย/ข้อซักถามของสมาชิกฯ ท่านนายกฯ เองก็เคยมีข้อครหาจากเพื่อนสมาชิกฯ ว่าหลบสภา ไม่มาตอบคำถามด้วยตนเอง ไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาของพี่น้องประชาชน ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำซาก ผมกังวลว่ากลไกสภาฯ จะถูกด้อยค่า สุดท้ายประชาชน คือผู้เสียโอกาสตัวจริง เพราะข้อคำถาม ข้อร้องเรียน ปัญหาของพี่น้องประชาชนจะถูกละเลย และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวเรือใหญ่ ต้องกำชับ ครม. และต้องเป็นแบบอย่างที่ดีครับ” นายสรรเพชญ กล่าว 
         ขณะเดียวกัน นายสรรเพชญ ได้ยกหลักการ “ตรวจสอบและถ่วงดุล” ว่าเป็นหลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีในฐานะฝ่ายบริหาร จะต้องรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนฯ การหลบหนีไม่ตอบกระทู้อยู่บ่อยครั้ง จึงเป็นการสะท้อนวุฒิภาวะและความรับผิดชอบของนักการเมืองในระบบรัฐสภา 
          “ระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มันถูกออกแบบมาให้ฝ่ายบริหาร ถูกตรวจสอบถ่วงดุล โดยฝ่ายนิติบัญญัติ การตอบกระทู้ของฝ่ายบริหาร เป็นกลไกธรรมดาที่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยครับ เพื่อนสมาชิกฯ ก็ตั้งคำถามในเรื่องที่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นของพี่น้องประชาชนในด้านต่าง ๆ ซึ่งการไม่มาตอบข้อสงสัยหรือชี้แจงต่อสภาฯ มันคือ การทำลายกลไกการตรวจสอบของสภาฯ และโอกาสที่เราจะได้สื่อสารเรื่องต่าง ๆ ไปยังพี่น้องประชาชน ที่สำคัญนะครับ การไม่เคารพกลไกสภาฯ มันสะท้อนวุฒิภาวะและความรับผิดชอบของการเป็นนักการเมืองของเราด้วย” นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้าย