วันเสาร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2567

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จัดออกรางวัลสลากสัญจรที่จังหวัดสงขลา งวดวันที่ 1 มีนาคม นี้ ณ หอประชุมจังหวัดสงขลา

เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เห็นขั้นตอน และกระบวนการในการออกรางวัล
    วันที่ 1 มี.ค. 67 ที่หอประชุมจังหวัดสงขลา ภายในศาลากลางจังหวัดสงขลา ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นำโดย พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วย นางพรพิไล บุญเอนก รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เรือโท สุภาสชาญ ทัศนกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล นายอำนวยพร เกิดพุ่ม ประธานสหภาพแรงงานฯ นางสุพัตรา บุษรากุล  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ และ นายปฏิภาณ สุโกศล ผู้จัดการอาวุโส บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด ( มหาชน )ได้เดินทางมาทำการออกรางวัลสลากสัญจร ณ จังหวัดสงขลา งวดประจำวันที่ 1 มีนาคม 2567 
     สำหรับการออกรางวัลครั้งนี้ ทาง นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ให้เกียรติเป็นประธานกรรมการออกรางวัล รวมทั้งผู้บริหาร ข้าราชการระดับสูง ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนสื่อมวลชนในพื้นที่ ร่วมเป็นคณะกรรมการออกรางวัล
ขณะที่บรรยากาศก่อนการออกรางวัลได้มีประชาชนเดินทางมารอกันอยู่ที่บริเวณด้านหน้าหอประชุมกันตั้งเเต่ช่วงก่อนเที่ยงจำนวนหนึ่ง เพื่อเดินทางมาดูการออกรางวัลสลากกินเเบ่งในส่วนภูมิภาค ซึ่งนานๆครั้งจะได้โอกาส เเละจะได้เห็นขั้นตอนในการออกรางวัล
โดยก่อนเข้าห้องประชุมที่ทำการออกรางวัล ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเข็ค เเละดูเเลความปลอดภัยอย่างรัดกุม ทั้งในส่วนของผู้ที่เดินทางมาร่วมงาน เเละประชาชนที่มารับชมการออกรางวัล ซึ่งมีการจัดกำลังทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ เเละชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) มาคอยดูเเล เเละตรวจเช็คสัมภาระของผู้ร่วมงาน เพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ก่อนเริ่มงานเวลา 12.30 น. ทาง พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้มอบเงินบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ให้กับทางจังหวัดสงขลา เนื่องในโอกาสออกสลากรางวัลสัญจรผ่านไปยัง 5 หน่วยงานของจังหวัดสงขลา รวมเป็นเงินกว่า 1.7 ล้นบาท

ขณะที่จากการสอบถามประชาชนที่เดินทางมาร่วมการออกสลากรางวัลระบุว่า ดีใจที่มีโอกาสได้รับชมการออกรางวัลจริงๆ เเละเห็นของจริงทุกขั้นตอน เเละเชื่อมั่นในความโปร่งใส เเละยังคงสนับสนุนซื้อสลากกินเเบ่งทุกงวด 
   โดยที่ จ.สงขลา มีการเเชร์เลขเด็ดหลายเลข เนื่องจากมีการเดินทางมาออกรางวัลสลากที่ จ.สงขลา เช่น เลขศาลหลักเมือสงขลา 182 ปี , สร้างปี 2385 , นางเงือกก 58 ปี , สร้างปี 2509 , สงขลามีพื้นที่ 7,393,889 ตารางกิโลเมตร , ใหญ่อันดับ 27 ของประเทศ , ใหญ่ที่ 3 ของภาคใต้ , สงขลา มี 16 อำเภอ 127 ตำบล 141 อปท. , ประชากร 1,433,959 คน , ผู้ว่าฯ ปัจจุบันคนที่ 68 อายุ 60 ปี เกิดปี 2507 ทะเบียนรถ 9999
พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า สำนักงานสลากสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นหน่วยงานของรัฐ มีหน้าที่หารายได้เข้ารัฐ ติด 1 ใน 4 อันดับสูงสุดของงบประมาณรายได้ของรัฐวิสาหกิจที่ส่งให้กับรัฐ จากรัฐวิสาหกิจในประเทศไทยกว่า 50 รัฐวิสาหกิจ 

โดยตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นหน่วยงานที่นำส่งรายได้เข้ารัฐ รวมมูลค่าประมาณ 3-5 หมื่นล้านบาทต่อปี นอกจากนั้นยังได้จัดงบประมาณส่วนหนึ่งใช้มาสำหรับกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ เนื่องจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นหน่วยงานแห่งการให้ เรามีผู้ถูกรางวัลทุกเดือน ทุกงวด 
และในโอกาสที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลออกรางวัลสลากสัญจรที่จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เห็นขั้นตอน และกระบวนการในการออกรางวัล อย่างโปร่งใส ยุติธรรม และไม่หลงเชื่อข่าวลือ หรือการหลอกลวงเลขเด็ด เลขดัง หรือกลลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ แล้วนั้น เมื่อเวลา 10.00 น. วานนี้ (29 ก.พ.) ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังได้ร่วมกับหน่วยงาน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดกิจกรรมการช่วยเหลือสังคม (CSR) 
โดยมีการจัดชุดอาหารกลางวัน ไก่เคเอฟซี สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น รวมถึงอุปกรณ์การเรียน และมอบถุงห่วงใย จำนวน 200 ถุง ให้แก่น้องๆ ในสถานสงเคราะห์เด็กบ้านสงขลา ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ ให้กับเด็ก และเจ้าหน้าที่อีกด้วย
/////

รมว.แรงงาน "พิพัฒน์" เพิ่มอัตราจ้างงาน จับมือภาครัฐ เอกชน กระตุ้นแรงงานร่วม 9 แสนคน จัด“มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพ @นครศรีฯ”

วันที่ 1 มีนาคม 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "สร้างงาน และเส้นทางสู่อาชีพ” ภายใต้ชื่องาน “มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพ @Nakhon Si Thammarat” โดยมีนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวรายงาน ผู้บริหารฝ่ายการเมืองร่วมเป็นเกียรติ นายไตรรัตน์ ไชยรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรม ราช   นางสาวนภัทร วัยทอง นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทน จัดหางานจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานในจังหวัดนครศรีธรรมราชให้การต้อนรับ ณ โรงแรมราวดี ตำบลปากพูน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การจัดงาน งาน “มหกรรมสร้างงาน สร้างอาชีพ @Nakhon Si Thammarat” “ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างงาน และเส้นทางสู่อาชีพเพื่อ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการจ้างงาน 1 ล้านอัตรา ภายในปี 2567 ซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความเหมาะสมในการจัดงานอย่างมาก เนื่องจากมีศักยภาพโดดเด่น มีประชากรมากที่สุดในภาคใต้ประมาณ 1.5 ล้านคน และอยู่ในกำลังแรงงานร่วม 9 แสนคน กระทรวงแรงงานจึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมให้คนหางาน และสถานประกอบการที่มีตำแหน่งงานว่าง มีโอกาสมาพบกัน พร้อมกับได้เชิญชวนนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงาน หรือสนใจเข้าร่วมกิจกรรมที่ทำให้รู้จักตนเอง รู้ความถนัด ทราบแนวโน้มตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสม ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างสะดวก และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนทุกกลุ่ม โดยในครั้งต่อไป ยังมีกำหนดจัดที่จังหวัดบุรีรัมย์ และสงขลา ตามลำดับ 
      ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจจำนวนมาก อาทิ การรับสมัครและสัมภาษณ์งานโดยตรงกับนายจ้าง สถานประกอบการในจังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 50 บริษัท มีตำแหน่งงานว่าง 1,500 อัตรา อาทิ ตำแหน่ง พนักงานทั่วไป พนักงานประจำร้าน พนักงานขาย พนักงานประจำสาขา ฯลฯ การบรรยายในหัวข้อ “ทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21” โดยผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบริษัทจัดหางาน จ๊อบ บีเคเค ดอท คอม จำกัด การให้คำปรึกษาและรับลงทะเบียนผู้สนใจไปทำงานต่างประเทศ การสาธิตอาชีพและฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระวันละ 20 อาชีพ อาทิ งานอีโคปริ้นต์ (ผ้ามัดย้อม) งานเพ้นท์เล็บ งานดีไอวาย (โคมไฟ) งานเย็บกระเป๋าหนังลายผ้าไทย งานเย็บกระเป๋าแก้วเยติ นิทรรศการแนะแนวการศึกษาต่อสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ใกล้เรียนจบ บริการแนะแนวอาชีพ การทดสอบความพร้อมทางอาชีพและทดสอบภาษาอังกฤษเพื่อการสมัครงาน บริการแบบวัดบุคลิกภาพเพื่อการศึกษาต่อและการเลือกอาชีพ นิทรรศการโลกของอาชีพและการเรียนรู้เสมือนจริง การให้คำปรึกษาแหล่งเงินทุนในการประกอบอาชีพ และการให้บริการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มอาชีพที่ประสบความสำเร็จ เช่น สินค้า OTOP ,Franchise ,Food Truck เป็นต้น เพื่อให้ผู้ร่วมงานหาไอเดียการทำธุรกิจน่าลงทุน โดยมีผู้ให้ความสนใจการจัดงานครั้งนี้ จำนวน 39,566 คน 
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนคนหางาน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ที่สนใจหางาน ต้องการพัฒนาทักษะฝีมือ และหาไอเดียในการประกอบอาชีพเสริม มาพบกันในงาน "สร้างงาน และเส้นทาง สู่อาชีพจังหวัดนครศรีธรรมราช” ระหว่างวันที่ 1 – 2 มีนาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 09.30 น. - 16.00 น. โดยสามารถลงทะเบียนสมัครงานเพื่อความสะดวกได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางาน e-Service.doe.go.th “ไทยมีงานทำ” หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร 075 348 003

ปลัดฯ“ไพโรจน์”พบหัวหน้าส่วนในสังกัด จ.สงขลา เดินหน้าอัพสกิล สร้างงาน หลักประกันสังคมให้แรงงาน ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยวภาคใต้

วันที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 09.30 น. นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่  จังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมพร้อมมอบนโยบายหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน จังหวัดสงขลา โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลา ร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมสำนักงานประกันสังคม จังหวัดสงขลา  
     นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ลงพื้นที่มาพบปะหารือกับหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลาในวันนี้ ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ให้ความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานทั้งในระบบและนอกระบบให้มีรายได้ มีทักษะฝีมือ ได้รับการคุ้มครองตามมาตรฐานสากล และมีหลักประกันทางสังคม รวมถึง ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ประกอบกับรัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการมุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์  
       นายไพโรจน์ กล่าวต่อว่า เป็นที่ทราบดีว่าสงขลาเป็นจังหวัดศูนย์ กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนล่าง
กระทรวงแรงงานจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาแรงงานในพื้นที่จังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางในการผลิตแรงงานคุณภาพสำหรับภาคใต้ตอนล่างด้วย เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานในบ้านเกิดของตนเองหรือจังหวัดข้างเคียง การลงพื้นที่ในวันนี้ผมจึงขอให้หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลา
ร่วมกันขับเคลื่อนการทำงานตามนโยบายรัฐบาล  ในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ขอให้เป็นหน่วยงานหลักในการสำรวจข้อมูลประเภทกิจการด้านการท่องเที่ยวและบริการในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่มีรายได้สูงจากการท่องเที่ยว โดยให้ศึกษา วิเคราะห์ ทบทวน และปรับปรุงสูตรการคำนวณอัตราค่าจ้างขั้นต่ำให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดในปัจจุบัน เช่น อัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายจำเป็น เป็นต้น ยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานนอกระบบ เพื่อให้มีงานทำ มีรายได้ มีหลักประกันทางสังคม มีคุณภาพชีวิตที่ดี และลดความเหลื่อมล้ำในการสร้างความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอร่าง พระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองแรงงานอิสระ พ.ศ. .... รวมทั้งขอให้บูรณาการการทำงานร่วมกับอาสาสมัครแรงงานและบัณฑิตแรงงานในการให้บริการประชาชนด้านแรงงานอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือประชาชน และให้ความช่วยเหลือดูแลแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐอิสราเอลให้ได้รับการเยียวยาอย่างครบถ้วน 
“ในส่วนของกรมการจัดหางานนั้น กระทรวงแรงงานมีเป้าหมายในการส่งแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศ 100,000 อัตรา ภายในปี 2567 โดยเน้นมาตรการรักษาตลาดแรงงานเดิมและขยายตลาดแรงงานใหม่ รวมทั้งการบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าว เพื่อให้แรงงานต่างด้าวได้รับการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ขอให้พัฒนาทักษะฝีมือแรงงานเพื่อให้มีสมรรถนะสูงและมีมาตรฐานฝีมือ ซึ่งจะทำให้แรงงานได้รับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ขณะเดียวกันต้องเตรียมความพร้อมหลักสูตรอบรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในประเทศไทย เช่น หลักสูตรอาหารไทย หลักสูตรนวดแผนไทย เป็นต้น เพราะหลักสูตรเหล่านี้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในภาคท่องเที่ยวและบริการให้ปัจจุบัน” นายไพโรจน์ กล่าว
นายไพโรจน์ กล่าวต่อไปว่า ผมขอให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้บูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเร่งรัดการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวและป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน โดยการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายด้านแรงงาน ตรวจการทำงานของแรงงานในระบบ แรงงานประมงทะเล แรงงานหญิง แรงงานเด็ก และกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยงที่มีการใช้แรงงานเด็กและแรงงานต่างด้าว แรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เช่น กิจการเกี่ยวเนื่องประมงทะเล กิจการผลิตสินค้าจากอ้อย เครื่องนุ่งห่ม กุ้ง ปลา เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว จะต้องบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านการค้ามนุษย์และกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิแรงงานประมงทะเลอย่างเข้มงวดในการตรวจแรงงานประมงทะเลที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า - ออก (PIPO) โดยต้องให้มีชุดตรวจเรือที่ประกอบด้วยพนักงานตรวจแรงงานและเจ้าหน้าที่ประสานงานด้านภาษา (ล่าม) ทุกครั้ง ตลอดจนส่งเสริมการคุ้มครองแรงงานให้ได้รับสิทธิตามกฎหมาย และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับระบบแรงงานสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
        นายไพโรจน์ ยังได้เน้นย้ำให้สำนักงานประกันสังคม มุ่งสร้างหลักประกันทางสังคมให้แก่แรงงานนอกระบบโดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้แรงงานนอกระบบได้เข้าสู่ความคุ้มครองตามมาตรา 40 เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายและให้เขาได้ส่งเงินสมทบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเร่งรัดติดตามหนี้ค้างชำระ โดยให้มีแนวปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และสุดท้ายสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) หรือ (สสปท.) ขอให้ส่งเสริมการบริหารจัดการความปลอดภัยฯ ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และยกระดับมาตรฐานการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยฯ ไปสู่มาตรฐานสากล โดยประสานงานกับเครือข่ายความปลอดภัยในภาคใต้ เพื่อที่จะสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย ส่งเสริมงานด้านวิชาการให้สถานประกอบกิจการสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียเป็นศูนย์ได้ 
“ผมขอขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดสงขลา ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนนโยบาย ภารกิจกระทรวงแรงงาน อย่างมุ่งมั่น ตั้งใจ และมีส่วนสำคัญในการผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของจังหวัดสงขลาให้เจริญเติบโต เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่าง และศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน เพื่อให้แรงงานและประชาชนทุกคนมีคุณภาพชีวิตตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป ”นายไพโรจน์ฯ กล่าวในท้ายที่สุด

ปลัดกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่สงขลา มอบนโยบายการขับเคลื่อนหมู่บ้านยั่งยืน น้อมเกล้าถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567 
เมื่อวาน (29 ก.พ.67) ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบนโยบายและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านยังยืน  เพื่อเฉลิมพระเกียรติรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา ของจังหวัดสงขลา 
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา  ตัวแทนชุมชนผู้ลงนามภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เข้าร่วมกว่า 8,000 คน 
นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ ระดับจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่ขับเคลื่อนหมู่บ้านยั่งยืนระดับอำเภอ 7 ภาคีเครือข่าย 7 ภาคีเครือข่ายระดับตำบล โดยมีข้าราชการที่ร่วมขับเคลื่อนหมู่บ้านยั่งยืนรวม 1,300 คน 

เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมทั้งขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมาย 1,372 หมู่บ้าน/ชุมชน ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้ว 127 หมู่บ้าน
“โดยเราขับเคลื่อนร่วมกับ 7 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคศาสนา ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคไพร้อมกันนั้น สื่อมวลชน และ ภาคประชาชน ในการบูรณาการการทำงานร่วมกันเพื่อให้”หมู่บ้านยั่งยืน”เกิดผลเป็นรูปธรรม” 

พร้อมกันนั้น ก็ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่ ได้จัดทำโครงการ”1 องค์กร 1 CSR 1 ครัวเรือน 1 ปี” โดยการจัดกิจกรรม CSR (Corporate Social Responsibility) เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเป้าหมายอย่างต่อเนื่องจนเกิดความยั่งยืน
“จังหวัดสงขลาพร้อมด้วย 7 ภาคีเครือข่าย พร้อมดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”พี่น้องประชาชนให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป”

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เป็นการทำงานและพันธสัญญาร่วมกันของ 7 ภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันทำงานโดยมีเจตจำนงค์ที่เข็มแข็งที่สามารถนำเอาพลังของคนในท้องถิ่น มาประกาศตนให้คำมั่นสัญญาว่าจะลงไปดำเนินการขับเคลื่อนหมู่บ้านยั่งยืนให้ครบทั้งจังหวัด
“การทำงานเพื่อส่วนรวม ความร่วมมือคือประการสำคัญ ความเสียสละของคนในสังคมและผู้นำของจังหวัดสงขลา ในระดับอำเภอ ทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อนให้พี่น้องประชาชนลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง เป็นครอบครัวที่มีความมั่นคง ปลอดภัยจากอาชญากรรม ยาเสพติด” พร้อมกล่าวสรุปว่า

“น่าชื่นชมที่เราเห็นผู้นำของจังหวัดสงขลาในศูนย์ประชุมฯ และพื้นที่อื่นๆ ได้ร่วมกันนำแนวทางไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดหมู่บ้านยั่งยืนให้เกิดขึ้น เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุครบ 6 รอบ 75 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567”
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เยี่ยมชมนิทรรศการขับเคลื่อนหมู่บ้านยั่งยืน (Sustainable Village) ของทั้ง 16 อำเภอ โดยจัดเป็นซุ้มๆ แต่ละอำเภอมีการจัดกิจกรรมตามนโยบายของจังหวัดที่ว่า”#บ้านนี้มีรักปลูกผักกินเอง” พร้อมจัดแสดง ผลผลิตที่โดดเด่นชองแต่ละอำเภอ อาหารพื้นบ้าน ผลไม้ ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ พร้อมชื่นชมที่ทุกอำเภอที่นำมาจัดแสดง 

#เกษมลิมะพันธุ์ #สมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย

ชลบุรี จับพ่อค้าวัยรุ่นฟอร์มช่าง เปิดร้านขายน้ำกระท่อม จัดโปรซื้อ 10 ขวด ฟรี 1 ขวด

        เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 1 มี.ค. นายวีกิจ มานะโรจน์กิจ นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.บางละมุง ได้สั่งการชุดสืบสวน และฝ่ายปกครอง บูรณากำลังร่วมกันออกกวดขันจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมมอมเมาเยาวขนในพื้นที่รับผิดชอบ ตามนโยบายผู้บังคับบัญชา
จากการสืบหาข่าว พบว่าบริเวณหน้าห้องแถวเลขที่ 47/6 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีพ่อค้าเป็นชายวัยรุ่น แต่งกายลักษณะฟอร์มช่าง เปิดร้านตั้งโต๊ะจำหน่ายน้ำกระท่อม มีป้ายติดอย่างชัดเจน โดยใช้ชื่อร้านยันยับ น้ำกระท่อม พร้อมข้อความโปรโมชั่นซื้อ 10 ขวด ฟรี 1 ขวด และระบุเบอร์โทรศัพท์ รวมการติดต่อช่องทางอื่นๆ ในการติดต่อสั่งซื้อน้ำกระท่อม
ต่อมา จนท.จึงส่งสายลับนำเงินสด 100 บาท เข้าไปล่อซื้อน้ำกระท่อม 2 ขวด หลังทำการล่อซื้อ จนท.จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัวพ่อค้าชายวัยรุ่น ทราบชื่อคือ นายกานต์ณัฐ บุญมี อายุ 20 ปี ชาวจังหวัดนครสวรรค์ ตรวจค้นบริเวณหลังร้านพบน้ำกระท่อมบรรจุไว้ในขวดพลาสติก ถูกแช่เย็นใส่ลังโฟมไว้อีกจำนวน 12 ขวด จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
เบื้องต้น พ่อค้าน้ำกระท่อม ให้การยอมรับว่า จำหน่ายน้ำกระท่อมจริง และจากการตรวจสอบเพจของร้านดังกล่าว พบว่ามีการโพสต์จำหน่ายน้ำพร้อมต้มแบบดิบ และผสมยาแก้ไอ หลากหลายรสชาต และบริการส่งฟรีในพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย จึงแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายอาหารที่มีพืชกระท่อม เป็นส่วนผสมโดยไม่ได้รับอนุญาต“ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

50 ศิลปินเตรียมระเบิดความมันส์ริมทะเลพัทยา PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2024 SOUND ON THE SAND กลับมาอีกครั้ง!

เย็นวันที่ 1 มี.ค.67 มีรายงานว่า เมืองพัทยาได้จัดให้มีพิธีแถลงข่าวเตรียมจัดงานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา ประจำปี 2567 PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2024 SOUND ON THE SAND ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา นายวิทยา คุณปลื้ม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี นางสาวอุไร มุกประดับทอง ผู้อำนวยการสำนักการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพัทยา
ร่วมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และมีศิลปินวง Clockwork Motionless และ Mirrr กล่าวเชิญชวนร่วมงานและแสดงมินิคอนเสิร์ตสร้างสีสันในงานแถลงข่าว
งานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา หรือ PATTAYA MUSIC FESTIVAL เป็นการจัดขึ้นโดยความร่วมมือของเมืองพัทยา อบจ.ชลบุรี และ ททท. ร่วมดำเนินการจัดมาหลายปีติเต่อกันจนกลายเป็นอีเว้นท์ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีขื่อเสียงและบรรจุอยู่ในปฏิทินการท่องเที่ยวจังหสัดชลบุรี ที่แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดีตลอดช่วงเวลาจัดงาน
   ทั้งนี้ งานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา ประจำปี 2567 PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2024 SOUND ON THE SAND กำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์และวันเสาร์ของเดือนมีนาคม 2567 คือ ในวันที่ 8-9 มีนาคม 2567 จำนวน 3 เวที มีที่ชายหาดพัทยา เวทีพัทยาเหนือโค้งดุสิต เวทีซอย 6 ถนนเลียบชายหาดพัทยา และเวทีพัทยากลาง, วันที่ 15-16 มีนาคม 2567 จำนวน 1 เวทีที่ชายหาดจอมเทียน, วันที่ 22-23 มีนาคม 2567 จำนวน 1 เวทีที่สวนสาธารณะลานโพธิ์ นาเกลือ, วันที่ 29-30 มีนาคม 2567 จำนวน 1 เวทีที่ชายหาดพัทยากลาง และวันที่ 30 มีนาคม 2567 จำนวน 1 เวที ที่เกาะล้าน
         ด้าน นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เผยด้วยว่า การจัดงาน งานเทศกาลดนตรีเมืองพัทยา ประจำปี 2567 PATTAYA MUSIC FESTIVAL 2024 SOUND ON THE SAND เป็นหนึ่งในกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับประเทศ ที่จะได้รวบรวมศิลปินนักร้องหลากหลายแนวเพลงที่มีชื่อเสียงระดับประเทศฝกว่า 50 ศิลปิน มาแสดงที่ชายหาดพัทยา ชายหาดจอมเทียน และเกาะล้านในสุดสัปดาห์ตลอดเดือนมีนาคมนี้เพื่อสร้างความสุขให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้มายังเมืองพัทยาตลอดทั้งปี สมกับคำกล่าวที่ว่า "พัทยา มาได้ทุกวัย ไปได้ทุกวัน" 
โดยพบว่าปัจจุบันยอดจองห้องพักภาพรวมในพื้นที่อยู่ที่ประมาณ 80% แล้วเช่นกัน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของเมืองพัทยาซึ่งเป็นสถานที่สำคัญและสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดชลบุรี รวมไปถึงการจับจ่ายใช้สอยในระหว่างมาท่องเที่ยวทั้งยังเป็นการได้เข้ามาพักผ่อนยังที่พักต่างๆ ภายในจังหวัดชลบุรีด้วยเช่นกัน
//เก่ง ณ สงขลา รายงาน//

ศรีสะเกษ หอการค้าผลิตกางเกงลายกูปรีพลัสขายราคาเพียงตัวละ 139 บาท เป็นผ้าไหมอิตาลี

คุณภาพดีใส่ได้สวยใส่ได้สะดวกใส่ได้สบายเพื่อหารายได้ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง สร้างซ่อมบ้านให้ผู้ยากไร้ขาดโอกาส  
       เมื่อวันที่ 1 มี.ค.2567  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอศรีลำดวนเฉลิมพระ เกียรติ เกาะกลางน้ำห้วยน้ำคำ ลานกิจกรรมชั้น 1 อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ นายอนุพงศ์  สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายรัฐวิทย์  อังคสกุลเกียรติ  ประธานหอการค้าศรีสะเกษ และนายสฤษฏ์ นาควารินทร์ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี  ศรีสะเกษ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ได้ร่วมกันแถลงข่าวกางเกงจังหวัดศรีสะเกษ “ลายกูปรีพลัส” 
    ซึ่ง จ.ศรีสะเกษร่วมกับหอการค้า จ.ศรีสะเกษ และบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีศรีสะเกษ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ได้จัดทำสินค้ากางเกง จ.ศรีสะเกษ "ลายกูปรีพลัส" ที่บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ความเป็นศรีสะเกษ โดยใช้ลายอัตลักษณ์ที่สำคัญของ จ.ศรีสะเกษมาพิมพ์ลวดลายลงบนกางเกง ซึ่งประกอบด้วย 1.ดอกลำ ดวน เป็นดอกไม้ประจำ จ.ศรีสะเกษ   2.ทุเรียนภูเขาไฟ พืช GI เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของ จ.ศรีสะเกษ 3. กูปรี แหล่งท่องเที่ยว Unseen ชื่อ ผาพญากูปรี เพื่อรำลึกถึงกูปรีตัวสุดท้ายที่สูญพันธุ์ที่ จ.ศรีสะเกษ 4. ลายแส่ว คือ การปักลวดลายด้วยเส้นไหมสีต่าง ๆ เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของ จ.ศรีสะเกษ ที่เพิ่มมูลค่าให้กับผ้าทอ และ 5. หอมแดง พืช GI เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของ จ.ศรีสะเกษ และใช้ผ้าสีน้ำตาลซึ่งเป็นสีของดินภูเขาไฟถิ่นทุเรียนภูเขาไฟ จ.ศรีสะเกษ โดยมี นายวิชัย  ศรีโพธิ์งาม เกษตร จ.ศรีสะเกษ นายนคร บุตรดีวงศ์ พาณิชย์ จ.ศรีสะเกษ หัวหน้าส่วนราชการ มาเข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวจำนวนมาก
          นายอนุพงศ์  สุขสมนิตย์ ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า  รายได้จากการจำหน่ายหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ส่วนหนึ่งจะนำไปช่วยเหลือครัวเรือนเปราะบาง/ครัวเรือนที่ตกเกณฑ์ จปฐ. และช่วยเหลือเด็กพิเศษในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่ง จ.ศรีสะเกษมีครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายตาม TPMAP มิติด้านความเป็นอยู่จำนวน 395 รัวเรือน และมิติด้านรายได้ จำนวน 992 ครัวเรือน และเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย ต้องซื้อกางเกงกี่ตัว จึงจะได้สร้างบ้านกาชาด 1 หลัง ต้องซื้อกางเกง 2,500 ตัว ได้ซ่อมบ้านกาชาด 1 หลัง ต้องซื้อกางเกง 1,000 ตัว ได้อาหาร 3 มื้อ (1 วัน) กางเกง 1 ตัว ได้ค่าอาหาร 1 มื้อ ต้องซื้อ 3 ตัวจะได้ค่าอาหาร 1 วัน ฐานในการคำนวณ บ้านกาชาด 1 หลัง - ซ่อมแชมราคา 40,000 บาท - สร้างใหม่ 100,000 บาท - ค่าอาหาร : ต่อมื้อ 40 บาท x 3 มื้อ = 120 บาท ต่อวัน/คน จึงขอเชิญชวนประชาชนศรีสะเกษ ทุกส่วนราชการ ภาคเอกชน ได้ร่วมกันซื้อกางเกงลายกูปรีพลัสไปสวมใส่ทุกคนด้วย 
       นายรัฐวิทย์  อังคสกุลเกียรติ  ประธานหอการค้าศรีสะเกษ กล่าวว่า หอการค้า จ.ศรีสะเกษต้องการสะท้อน   อัตลักษณ์ สร้างซอฟต์พาวเวอร์ของ จ.ศรีสะเกษรวมถึงเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในเรื่องของการเป็นท้องถิ่นกับคนศรีสะเกษ เราจึงได้หารือกันกับหลายๆฝ่ายของหอการค้าเพื่อที่จะได้ออกแบบกางเกงกูปรีพลัสซึ่งเป็นกางเกงที่เรารวบรวมเอาของดีที่เป็นอัตลักษณ์ของ จ.ศรีสะเกษและเราก็มุ่งหวังว่าเราอยากจะทำกางเกงออกมาในราคาที่ไม่แพง เพื่อที่จะได้ให้พี่น้องประชาชนสามารถใส่ได้ง่ายใส่ได้สวยใส่ได้สะดวกใส่ได้สบาย โดยเราใช้วัสดุก็คือเป็นผ้าไหมอิตาลีซึ่งเป็นผ้าที่มีคุณภาพที่ดี เรากำหนดราคาขายอยู่ที่ตัวละ 139 บาท เพราะเรามองว่าการที่ทำกางเกงจังหวัดที่พี่น้องประชาชนได้ใส่สะดวกก็จะทำให้เขาภาคภูมิใจในความเป็นศรีสะเกษ  วัตถุประสงค์หลังจากที่เราได้ดำเนินการขายกางเกงกูปรีพลัส ไปแล้วเราก็ได้มีการหารือร่วมกับทาง จ.ศรีสะเกษและบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีศรีสะเกษ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด ว่า เราจะได้นำรายได้ที่เหลือจากการจำหน่ายกางเกงไปทำสาธารณะประโยชน์ให้กับกลุ่มเปราะบาง  จ.ศรีสะเกษไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการซ่อมแซมบ้าน การสร้างบ้านใหม่ให้ผู้ยากไร้ขาดโอกาสและแม้แต่กิจกรรมสาธารณะอื่นๆ
นายรัฐวิทย์  อังคสกุลเกียรติ  กล่าวต่อไปว่า ท่านที่สนใจกางเกงกูปรีพลัสสามารถสั่งจองได้ มีอยู่ 3 ช่องทางด้วยกัน ช่องทางที่1 คือทางเพจ Facebook หอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ  2.เพจ Facebook  บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีศรีสะเกษ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด หรือท่านสามารถเดินทางไปสั่งจองได้ที่หอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งการที่นำเอาผ้าไหมอิตาลีมาทำกางเกงกูปรีพลัสขายในราคา 139 บาทนั้น ตนขอบอกว่ากำไรเหลือน้อยมาก ซึ่งเจตนาของเราก็คือเราไม่ได้ต้องการกำไรในส่วนนี้เพื่อที่จะไปดำเนินธุรกิจอะไรอยู่แล้ว เราก็มองว่าทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนซื้อง่าย ซื้อสินค้าที่ราคาไม่สูง ในช่วงนี้สินค้าอะไรๆก็อาจจะแพง   มีอย่างหนึ่งที่อาจจะถูกอยู่ก็คือกางเกงกูปรีพลัส 
 ตนขอฝากเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษว่าเรามีกางเกงที่เป็นลายของพวกเราแล้วในราคาที่ท่านจับต้องได้ สามารถใส่ได้ ใส่สบาย ใส่สะดวก ก็ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสะท้อนความรักท้องถิ่น ความรัก จ.ศรีสะเกษของพวกเราซึ่งการที่ท่านได้อุดหนุนกางเกงกูปรีพลัสก็เท่ากับว่าท่านได้ร่วมทำบุญด้วย ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์พี่น้องประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง จ.ศรีสะเกษด้วย และพี่น้องประชาชนที่อยู่จังหวัดอื่นๆก็ขอเชิญชวนท่านที่เก็บคอลเลคชั่นกางเกงของจังหวัดอื่นๆ  ก็ขอฝากทุกท่านซื้อกางเกงกูปรีพลัสของ จ.ศรีสะเกษอีกคอลเลคชั่นหนึ่งด้วย///// 


ภาพ / ข่าว  ศิริเกษ  หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ศรีสะเกษ