วันพฤหัสบดีที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567

ศรีสะเกษ ชุดปฏิบัติการตามยุทธการ 238 พิทักษ์นครลำดวน และยุทธการ พิฆาตทรชน คนค้ายาอีสานใต้ ตำรวจภูธร ภาค 3 รวบแก๊งค้ายาบ้า 5 ราย ได้ของกลาง ยาบ้า 548,200 เม็ด

      เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 ม.ค. 67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์  ผวจ.ศรีสะเกษ ร่วมกับ  พล.ต.ต.พิษณุ  วัตถุ  ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ  พ.อ.โถมวัฒน์ สว่างวิทย์ รอง ผอ.รมน.จ.ศรีสะเกษ  (ท)  นายนพ  พงศ์ผลาดิสัย  รอง  ผวจ.ศรีสะเกษ   พ.ต.อ.ศุภชัย  ศักรินพานิชกุล  รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ  หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง  ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายคดียาเสพติด ตามยุทธการ “238 พิทักษ์นครลำดวน”  จ.ศรีสะเกษ  และ “พิฆาตทรชน คนค้ายาอีสานใต้” ตำรวจภูธร ภาค 3 
 นายอนุพงศ์  สุขสมนิตย์  ผวจ.ศรีสะ เกษ  กล่าวว่า  จากยุทธการของการประสานความร่วมมือกัน ทำให้เราสามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญได้ 15 ราย ของกลาง ยาบ้า  548,200  เม็ด อาวุธปืนพกสั้น ขนาด  9  มม. 1 กระบอก  กระสุน  15 นัด  ขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 6 นัด ยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด พ.ศ.2564 รวม 16 รายการ ได้แก่ รถยนต์  จำนวน  7  คัน  รถจักรยานยนต์  จำนวน  6 คัน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 12,668,080 บาท
    ผวจ.ศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า  ทั้งนี้ จากผลการปราบปรามยาเสพติดตามยุทธการ 238 พิทักษ์นครลำดวน และ ยุทธการพิฆาตทรชนคนค้ายาอีสานใต้ ภ.3 ห้วง 27 ธ.ค. 66 – 30 ม.ค. 67 จับกุมผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 381 ราย  ผู้ต้องหา 398 คน ของกลางยาบ้า จำนวน 558,938 เม็ด ยาไอซ์ 13.20 กรัม ยึด อายัดทรัพย์สิน มูลค่ารวม 12,818,080 บาท จึงขอความร่วมมือประชาชน แจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599, สายด่วน 191, และศูนย์ดำรงธรรม จ.รีสะเกษ สายด่วน 1567 ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ลดปัญหายาเสพติด และปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป
////////ภาพ / ข่าว  ศิริเกษ  หมายสุข  ผู้สื่อข่าวประจำ  จ.ศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ วัดป่าพิมลมังคลารามเตรียมจัดพิธีเพ็ญมาฆมาสตักบาตรใต้แสงจันทร์แห่งแรกของโลก อย่างยิ่งใหญ่

เพื่อรำลึกถึงโอวาทธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา
     เมื่อวันที่ 31 ม.ค.2567  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมวิเศษสิงหนาท ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศ (พิมล ญาณวิมโล) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมิชิแกน เมืองสเตอริงไฮด์ รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา และเจ้าอาวาสวัดป่าพิมลมังคลาราม ต.ทุ่งไชย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ ได้เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการวัดป่าพิมลมังคลาราม และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการจัดงาน"เพ็ญมาฆมาส ตักบาตรใต้แสงจันทร์ เทิดไท้องค์ราชัน 72 พรรษา" ประจำปี 2567 ซึ่งวัดป่าพิมลมังคลารามร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนชาวบ้านโนนแดงโนนม่วง ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้นเพื่อรำลึกถึงโอวาทธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา โดยกำหนดจัดงานนี้ขึ้นในระหว่างวันที่ 22 – 24 ก.พ.2567 ณ วัดป่าพิมลมังคลาราม 
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ซึ่งในปีนี้ทางวัดป่าพิมลมังคลารามจะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา  จะมีกิจกรรมประกอบด้วย การปฏิบัติธรรม (เทิดไท้องค์ราชัน 72 พรรษา) การแข่งขันตอบปัญหาธรรมะระดับ น.ร.ตามช่วงชั้นอายุ  การเสวนาธรรม ละครเวที พิธีแห่พระอุปคุต พิธีเวียนเทียน และที่เป็นไฮไลท์ของการจัดงานครั้งนี้คือ พิธีตักบาตรใต้แสงจันทร์ ซึ่งนับว่ามีการจัดพิธีนี้เป็นแห่งแรกของโลกที่จัดขึ้น                    
        ณ วัดป่าพิมลมังคลาราม ซึ่งที่ประชุมได้มีการหารือกันเกี่ยวกับการเตรียมการจัดงานครั้งนี้ มีการมอบหมายหน้าที่ให้คณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ได้มีการจัดเตรียมงานกันอย่างเต็มที่ โดยมี  พระมหาสมัย  ปัญญาวโร รองเจ้าอาวาสวัดป่าพิมลมังคลาราม นายวิทยา  วิรารัตน์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.ศรีสะเกษ  นายประหยัด  ถิลา  วัฒนธรรม จ.ศรีสะเกษ นายเด่นนคร  ขาวสะอาด  ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาวัดป่าพิมล                              นายมหาหิงค์  ไพรสิน  ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการพนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล จ.ศรีสะเกษ    
                   (ก.อบต.) นายพศิน  ทาศิริ  นายอำเภออุทุมพรพิสัย  พ.ต.อ.นิลกาฬ พรศักดิ์ ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย  ผศ.ดร.อาสนะ  เชิดชู ผู้อำนวยการสถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.ศรีสะเกษ  และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาเข้าร่วมประชุม
      เจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศ (พิมล ญาณวิมโล) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำมิชิแกน เมืองสเตอริงไฮด์ รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา และเจ้าอาวาสวัดป่าพิมลมังคลาราม กล่าวว่า วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอรหันต์ 1,250 องค์ที่เดินทางมาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งเป็นคำสอนที่ชาวพุทธทั่วโลกถือกันว่าเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ทางวัดป่าพิมลมังคลารามจึงได้กำหนดให้วันนี้เป็น "วันเพ็ญมาฆมาส ตักบาตรใต้แสงจันทร์" เพื่อให้คนในชุมชน ภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ตักบาตรใต้แสงจันทร์ รับศีลรับพร สืบสาน และรับฟังสาระความรู้เนื่องในวันมาฆบูชาจากพระมหาเถระต่าง ๆ ในวันที่ 22 – 24 ก.พ.2567 ซึ่งเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งในปีนี้เป็นปีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72  พรรษา ทางวัดป่าพิมลมังคลารามจึงได้จัดงานเพ็ญมาฆมาสตักบาตรใต้แสงจันทร์ เทิดไท้องค์ราชัน 72 พรรษาขึ้น    
      เจ้าคุณพระศรีญาณวิเทศ (พิมล ญาณวิมโล) ยังกล่าวด้วยว่า งานเพ็ญมาฆมาสตักบาตรดอกไม้ใต้แสงจันทร์นี้เป็นงานที่ท่านวัฒนา พุฒิชาติ อดีต ผวจ.ศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้เป็นจุดขายของวัดแห่งนี้ โดยท่านได้กล่าวว่า หากใครนึกถึงงานทำบุญตักบาตรในคืนวันเพ็ญมาฆะ 15 ค่ำ ตักบาตรใต้แสงจันทร์แล้วจะนึกถึงว่ามีที่เดียวในประเทศไทยและจะเป็นแห่งแรกของโลกที่มีการจัดพิธีตักบาตรดอกไม้ใต้แสงจันทร์  โดยมีไอเดียว่า วันแห่งความรักในประเพณีของฝรั่งคือวันวาเลนไทน์ ของพวกเราก็มีวันแห่งความรักเหมือนกันคือวันมาฆบูชา ซึ่งถือว่าวันนั้นเป็นวันที่พระอรหันต์จำนวน 1,250 องค์มาประชุมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วพระองค์ก็ได้แสดงธรรมเทศนาแก่พระอรหันต์ทั้งหมดนั้นฟัง เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาเรียกว่า "โอวาทปาฏิโมกข์" เนื้อหาก็เกี่ยวกับว่าการไม่ทำชั่วทุกอย่าง ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้ผ่องใส รวมไปถึงการไม่เบียดเบียนกัน ไม่กล่าวร้ายว่าร้ายกัน เป็นต้น ซึ่งถือว่าเนื้อหาในโอวาทปาฏิโมกข์นั้นแสดงถึงความรักความปรารถนาดีและมีเมตตาต่อกัน ดังนั้น อาตมาภาพจึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนศรีสะเกษ ชาวจังหวัดใกล้เคียงและชาวไทยทั่วประเทศมาร่วมพิธีในครั้งนี้ตามวัน เวลาดังกล่าวข้างต้นด้วย ขอเจริญพร//////

ภาพ / ข่าว ศิริเกษ  หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ

ศรีสะเกษ วันนี้รวยแห่ส่องเลขเด็ด อ.เติ้ล ตะวัน หมอดูเศรษฐีเลขชัดเจน 32,375 ขณะที่เจ้าอาวาสวัดป่าไผ่สมณะกิจเผยยอดผู้มาลงทะเบียนสวดมนต์ 819 คน ส่วนหยดเทียนในบาตรน้ำมนตร์ 329

      เมื่อเวลา 22.45 น.วันที่ 31 ม.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าไผ่สมณะกิจ ตั้งอยู่ที่บ้านหนองกี่  ม.7 ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ  พระอาจารย์วิชาญ วุฑฺฒิโก เจ้าอาวาสวัดป่าไผ่ ได้นำพุทธศาสนิกชนจำนวนประมาณ 1,000 คน ประกอบพิธีสวดมนต์ไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลประจำเดือน ม.ค.2567 โดยมี  อาจารย์เติ้ล ตะวัน หมอดูเศรษฐี แห่งอุทยานนาควัตร จ.อุบลราชธานีและคณะมาร่วมพิธีสวดมนต์ในครั้งนี้ด้วย 
 โดยประกอบพิธีสวดมนต์เบื้องหน้าพระพุทธรัตนวิสุทธาธิบดีที่ประดิษฐานอยู่ภายในปราสาทจักรพรรดิ และภายในวัดมีรูปปั้น “พญาสิริกันทรานาคราช” องค์พญานาคแห่ง อ.กันทรารมย์ ขนาดใหญ่  โดยใช้เวลาสวดมนต์นานประมาณ 2 ชม.เศษจึงเสร็จพิธี 
   จากนั้น  พระอาจารย์วิชาญ วุฑฺฒิโก เจ้าอาวาสวัดป่าไผ่สมณะกิจ  ได้ประกาศแจ้งให้พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมพิธีสวดมนต์ได้ทราบว่า พิธีสวดมนต์ในครั้งนี้ เป็นพิธีสวดมนต์ประจำเดือนของวัดป่าไผ่สมณะกิจ ปีนี้เป็นปีที่ 3 เดือนที่ 1 เป็นครั้งที่ 2 ยอดพี่น้องลงทะเบียนทั้งหมดที่มีรายชื่อเป็นรายชื่อเศรษฐี เป็นรายชื่อของคนดวงดี คนมีบุญทั้งหมด 819 คนนะญาติโยม  819  
      ต่อมา อาจารย์เติ้ล ตะวัน หมอดูเศรษฐี แห่งอุทยานนาควัตร จ.อุบลราชธานี ลูกหลานสายญาณนาคราช ซึ่งได้ให้เลขเด็ดออกมาผ่านเลขหางประทัด และเลขปังๆมาแล้วหลายงวดติดต่อกัน งวดนี้อาจารย์เติ้ล ก็ได้ให้ลูกศิษย์นำเอาประทัดไปแขวนที่ศาลาจีน จากนั้น อาจารย์เติ้ล ได้เข้าไปอธิษฐานจิต และให้ทำการจุดประทัดได้  เมื่อประทัดถูกจุดหมดแล้ว บรรดาคอหวยได้พากันแห่เข้าไปส่องดูเลขเด็ดที่หางประทัดทันที  ซึ่งอาจารย์เติ้ล ได้นำเอาหางประทัดมาถือไว้ และได้ทำการประกาศให้ทราบทั่วกันว่า “วันพรุ่งนี้ เป็นวันที่ 1 ก.พ.2567 ขอให้ทุกท่านโชคดี 32, 375”
       ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่บริเวณด้านหน้าพระพุทธรัตนวิสุทธาธิบดีภายในปราสาทจักรพรรดิ บรรดาคอหวยก็ได้พากันเข้าไปส่องดูเลขเด็ดที่เกิดจากหยดเทียนที่หยดลงไปในบาตน้ำมนต์ ระหว่างที่ทำการประกอบพิธีสวดมนต์ โดยคุณยายคอหวยคนหนึ่งมองดูตัวเลขในบาตรน้ำมนต์แล้ว พูดออกมาดังๆ ว่า ยายมองดูแล้วเห็นว่า เป็น เลข 3 เลข 2 และเลข 9 คือ 329  เหมือนกับเลขเด็ด 32 ของอาจารย์เติ้ล ซึ่งขึ้นอยู่กับโชคลาภของแต่ละคน  และปรากฏว่า เมื่อเลขเด็ด 32, 375 ของอาจารย์เติ้ล ออกมาแล้ว ทำให้ล็อตเตอรี่ที่มีพ่อค้าแม่ค้านำเอามาขายในบริเวณวัด  เลขเด็ดทุกเลขในแผงขายล็อเตอรี่ได้ถูกขายหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น 
///// ภาพ / ข่าว  ศิริเกษ  หมายสุข  ผู้สื่อข่าวประจำ  จ.ศรีสะเกษ

สท.กลุ่มผาดฯไม่ทน ยื่นญัตติ-‘จี้’ ผู้บริหารเทศบาลเมืองเพชร ”ตื่น“ ร่วมกรมอุทยานฯ แก้“ลิงล้นเมือง”

      เช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 นายสำราญ รัตนไพบูลย์กิจ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี นำคณะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี(กลุ่มผาดอังกินันทน์) ยื่นญัตติเรื่องการดำเนินการขับเคลื่อนเหตุรำคาญที่เกิดจากสัตว์ป่าคุ้มครอง (ลิงแสม)“ลิงล้นเมือง” ให้ นายจรินทร์ แสงเจริญ ประธานสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี เพื่อให้บรรจุในวาระการประชุมของสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรีในการสมัยประชุมต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยนายสำราญฯ ได้กล่าวว่า สืบเนื่องจากปัญหาลิงล้นเมือง ที่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต และทำความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน บางครั้งทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ เป็นที่ทราบโดยทั่วกันแล้วนั้น 
    ที่ผ่านมาทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน โดยการนำของ ดร.ยุทธพล อังกินันทน์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการทำกรงพักพิงลิง และได้เคลื่อนย้ายลิงบนเขาวัง ไปจำนวนหนึ่งแล้วและยังเหลือลิงอีกจำนวนมาก ที่รอกันเคลื่อนย้ายไปกรงพักพิงลิง ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย ซึ่งจะต้องรอการปรับพฤติกรรมและทำหมันลิงในชุดแรกก่อน โครงการดังกล่าวเป็นโครงการนำร่อง ที่เห็นผล ได้ทันที จะสังเกตุได้ว่า ตั้งแต่ย้ายลิงชุดแรกไปนั้นปริมาณลิงลดลงชัดเจน 
และต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชที่เลือกเขาวังซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ทำโครงการนี้นำร่อง แต่ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าทางเทศบาลเทศบาลเมืองเพชรบุรี ยังไม่ได้เตรียมการหรือทำโครงการรองรับ เพื่อเป็นการสนับสนุนการแก้ไขแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองอย่างเป็นรูปธรรมเลย ตนและสมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี(กลุ่มผาดอังกินันทน์) จึงใช้สิทธิ์ยื่นญัตติ เพื่อให้สภาเทศบาลเมืองเพชรบุรีพิจารณาแนวทางร่วมกันและเสนอต่อคณะผู้บริหารเทศบาลเมืองเพชรบุรีดำเนินการร่วมแก้ปัญหาลิงล้นเมืองกับทางกรมอุทยาน แห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยขอเสนอแนวทาง ดังนี้
1.จากการสำรวจของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช บนเขาวัง เพชรบุรี มีจำนวนลิงแสมอยู่ประมาณ 1,204 ตัว ซึ่งเรา(เทศบาลฯ)สามารถทำกรงพักพิงลิงได้ เพื่อรองรับการจับลิงแสมที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะมาจับเพิ่มในเวลา 2 สัปดาห์ – 1 เดือน เพื่อนำลิงแสมที่จับได้ใหม่ไปปรับพฤติกรรมความเป็นอยู่ การกินอาหารตามธรรมชาติของลิงแสม เมื่อปรับสภาพความเป็นอยู่ได้ ลิงแสมชุดแรกก็จะถูกผลักเข้าไปอยู่ในกรงใหญ่เพื่อรอการส่งต่อให้ไปอยู่เกาะ หรือ พื้นที่ที่เป็นแหล่งที่อยู่ของลิงแสม และหาอาหารกินได้เองตามธรรมชาติ  แต่การจะดำเนินการในขั้นต่อไปเทศบาลฯ จะต้องทำ MOU กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเช่นเดียวกับเทศบาลเมืองหัวหิน ซึ่งได้ลงนาม MOU กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชไปแล้วเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา โดยขอให้จัดตั้งงบประมาณเพื่อทำหมันลิงที่ยังคงเหลือบนเขาวัง เพชรบุรี ซึ่งอาจมีการสืบพันธุ์จำนวนลิงเพิ่มขึ้น และนำกรงใส่ลิงที่ทำหมันแล้วไปไว้ในพื้นที่ ประมาณ 5 ไร่เศษ ที่ตำบลบ้านกุ่ม เพื่อรอการมารับเข้าสู่กระบวนการดำเนินการในขั้นตอนจับลิงชุดที่ 2 เพื่อปรับพฤติกรรมที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

2. จัดตั้งงบประมาณสนับสนุนเพื่อซื้ออาหารให้ลิงที่ศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์ป่า(ในส่วนของลิงที่ไปจากเขาวัง) และลิงที่อยู่ในกรงที่จับได้ เพื่อรอการมารับไปปรับพฤติกรรม เป็นการแบ่งเบาภาระของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้บ้างไม่มากก็น้อยในการเข้าร่วมกับโครงการนำร่องแก้ไขปัญหาลิงล้นเมือง

3. จัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ที่เกิดปัญหาจากลิง (199) เพื่อประสานไปส่วนสัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

4. จัดสรรงบประมาณ  เพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน กรณีได้รับความเสียหายจากการทำลายโดยลิงแสมซื้ออาหารให้ลิง

5. จัดพื้นที่ในการให้อาหารลิงให้เป็นจุด ๆ ไปจากนักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไปหรือจากผู้บริจาคหรือจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจ เจ้าหน้าที่ป้องกันฯ คอยดูแลและแนะนำสถานที่ที่จะให้อาหารให้ถูกต้อง เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นการสร้างนิสัยให้กับคนทั่วไปในการรักษาความสะอาด
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมสภาเทศบาลท้องถิ่น พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติมถึง(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2565 ข้อ 37(1) ข้อ 38 โดยสมาชิกสภาท้องถิ่นลงนามเสนอ และมีสมาชิกสภาท้องถิ่นรับรองอย่างน้อย 2 คน แต่หากสภาท้องถิ่นนั้น มีสมาชิกสภาท้องถิ่นเหลืออยู่น้อยกว่าแปดคน ให้มีสมาชิกสภาท้องถิ่นรับรองหนึ่งคน โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธานสภาท้องถิ่น ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าห้าวัน
              สมาชิกสภาเทศบาลเมืองเพชรบุรี(กลุ่มผาด อังกินันทน์) จึงขอเสนอญัตตินี้มาเพื่อโปรดพิจารณาบรรจุไว้ในระเบียบวาระการประชุมสภาเทศบาล สมัยแรก ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567  มีกำหนดไม่เกิน  30  วัน                                                  //ข่าว-สุรพล  นาคนคร จ.เพชรบุรี//

“พิพัฒน์” รมว. แรงงาน มอบ บุญสงค์ เลขาธิการ สปส. รุดช่วยเหลือคนงานก่อสร้างประสบเหตุถูกแท่งคานคอนกรีตสะพานข้ามแยกสนามบินกระบี่ หล่นทับขาขาด 2 ข้าง ให้ได้รับสิทธิเต็มที่

        ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์คานคอนกรีตสะพานข้ามแยกสนามบินจังหวัดกระบี่ น้ำหนักกว่า 45 ตัน หล่นลงมาทับคนงานก่อสร้าง อาการสาหัส เป็นเหตุให้ขาทั้ง 2 ข้างขาด เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใย พร้อมสั่งการด่วนให้ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือคนงานที่ประสบอุบัติเหตุ ให้ได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทนอย่างเต็มที่ 
         ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้นางสาวสุมณฑา พลคง ประกันสังคมจังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และสถานที่เกิดเหตุเป็นโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกสนามบินจังหวัดกระบี่ ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ คนงานที่ประสบเหตุได้รับบาดเจ็บสาหัส ชื่อ นายตุลา สวัสดิรักษ์ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ลูกจ้างของบริษัท ฟิวเจอร์ ฟาวน์เคชั่น จำกัด ขณะเกิดเหตุ นายตุลา กำลังเคลื่อนย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์ในการเจาะเสาเข็มออกจากพื้นที่ เพราะคานคอนกรีตถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้วพร้อมปูพื้นถนน จะย้ายจุดทำงาน ระหว่างนั้นรถแบ๊กโฮของบริษัทเจาะเสาเข็ม ขับเข้าไปใต้สะพาน ทำให้แขนของรถแบ๊กโฮขึ้นไปกระแทกกับแท่นคานจนร่วงหล่นมาทับขาของนายตุลา จนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้ง 2 ข้าง เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งโรงพยาบาลกระบี่อย่างเร่งด่วน ซึ่งแพทย์ได้ทำการรักษา และตัดขาทั้ง 2 ข้าง 
        ในวันที่ 30 มกราคม 2567 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ได้มอบหมายให้นางสาวสุมณฑา พลคง ประกันสังคมจังหวัดกระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ ร่วมกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดกระบี่ และศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 8 (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและเข้าเยี่ยมนายตุลา สวัสดิรักษ์ เพื่อให้กำลังใจ พร้อมชี้แจงสิทธิประโยชน์ โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ลูกจ้างประสบอันตรายเนื่องจากการทำงาน ลูกจ้างจะได้รับสิทธิประโยชน์จากกองทุนเงินทดแทน  ดังนี้
          1. ค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น แต่ไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง 
          2. ค่าทดแทนตามมาตรา 18(1) กรณีลูกจ้างหยุดงานไม่สามารถทำงานได้ โดยได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ตามจำนวนวันที่แพทย์ให้หยุดงานจนสิ้นสุดการรักษา 
          3. ค่าทดแทนตามมาตรา 18(3) กรณีที่ลูกจ้างทุพพลภาพ ได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 70 ของค่าจ้าง ตลอดชีวิต
          นายบุญสงค์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า ตนอยากให้ลูกจ้างและนายจ้าง ตระหนักถึงความสำคัญและสิทธิความคุ้มครองจากกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม ที่รัฐบาลและกระทรวงแรงงานได้มอบให้กับลูกจ้าง เพื่อสร้างหลักประกันทางสังคมที่เป็นธรรมและเท่าเทียม ให้ได้รับความคุ้มครองแรงงานในยามประสบอันตรายเนื่องจากการทำงานอย่างทั่วถึง เพื่อให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 (ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) 

นศ.คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มอ.ปัตตานี จัดงาน Malayu Night ครั้งที่ 17 หวังสืบสานศิลปวัฒนธรรมมลายู ท่ามกลางสังคมพหุฯ

   ช่วงค่ำของวันที่ 31 มกราคม 2567 เวลา 19.30 น.  คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยนักศึกษาสาขาวิชาภาษามลายูและมลายูศึกษา จัดกิจกรรมราตรีสืบสาน ศิลปวัฒนธรรมมลายู ครั้งที่ 17 ประจำปีการศึกษา 2566” โดยมีนายรอมดอน หะยีอาแว ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ร่วมพบปะพร้อมด้วยผศ. ดร. เชิดชัย อุดมพันธ์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เป็นประธานในพิธีเปิด ฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  รองกงสุลใหญ่มาเลเซียคนที่ 2 ประจำจังหวัดสงขลา  กงสุลอินโดนีเซียประจำจังหวัดสงขลา เข้าร่วม ณ ห้องประชุมชูเกียรติปิติเจริญกิจ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ทั้งนี้ภายในงานมีการขับร้องเพลงหมู่ Jalur gembilang การแสดงละครเวที การกล่าวสุนทรพจน์ Silat การแสดง Tari Kipas การแสดง Zapin Dikir ตลอดจนการแสดงสีสันที่สื่อถึงอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมมลายู ทั้งนี้เพื่อให้นักศึกษาที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมและเป็นผู้รับผิดชอบในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้ เจริญก้าวหน้าในอนาคต ได้ตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมมลายูที่แสดงถึงอัตลักษณ์และความเป็นกลุ่มวัฒนธรรมมลายู รวมทั้งความหลากหลายท่ามกลางสังคมพหุวัฒนธรรมชายแดนภาคใต้