วันพุธที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

มวลชนร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิด พี่เบียร์-ปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา อายุครบ 51 ปีบริบูรณ์

วันที่ 29 พ.ย.66 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ท่ีมีอายุครบ 51 ปีบริบูรณ์ มีรายงานว่ากลุ่มมวลชนต่างๆ ในเขตพื้นที่เมืองพัทยาและใกล้เคียงได้ทยอยเดินทางร่วมอบกระเช้าของขวัญและอวยพรให้กำลังใจในวันคล้ายวันเกิดประจำปีนี้กันอย่างคึกคัก ท่ีหน้าห้องนายกเมืองพัทยา ชั้น 3 ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี
ทั้งนี้ บริเวณดาดฟ้าชั้น 4 ของอาคารศาลาว่าการเมืองพัทยา พบว่า บรรดามวลชน องค์กร และห้างร้าน ตลอดจนชุมชนต่างๆ ได้ร่วมกันออกร้านให้บริการอาหาร ของคาว ของหวาน และเครื่องดื่ม เพื่อร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันคล้ายวันเกิดนายกเมืองพัทยาในวันนี้ โดยเปิดให้บริการกับเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ และผุ้ร่วมงานได้รับประทานฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
สำหรับ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ถือเป็นนักการเมืองมากความสามารถที่ผ่านบทบาทและหน้าที่ทางการเมืองมาแล้วหลายตำแหน่ง อาทิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รองนายกเมืองพัทยา และผู้ช่วยรัฐมนตรี ประกอบกับเป็นคนอัธยาศัยไมตรีที่ดีกับคนทั่วไป และเป็นคนสุภาพ ใช้ชีวิตเรียบง่ายและเข้าถึงง่าย ทำให้เป็นที่รักต่อบุคคลที่รู้จักและประชาชนทั่วไปจนเรียกกันติดปากว่า “นายกพี่เบียร์” 
/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

กอช.ลงพื้นที่ อุตรดิตถ์ เดินหน้าส่งเสริมวินัยการออมในกลุ่มนักเรียน

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ที่โรงแรมสีหราช จ.อุตรดิตถ์ นายอนวัช สัตตบุศย์ ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนส่งเสริมวินัยการออม กับ กอช. (กองทุนการออมแห่งชาติ) ในกลุ่มนักเรียน โดยมี น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ, ศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา, ผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด, ผู้แทนจากธนาคาร, ผู้แทนจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัด, ผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ตลอดทั้งนักเรียน นักศึกษา ให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก
      น.ส.จารุลักษณ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนส่งเสริมวินัยการออมกับ กอช.ในกลุ่มนักเรียน จะช่วยให้นักเรียนเกิดพฤติกรรมการออมก่อนใช้และใช้จ่ายอย่างพอเพียง เพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ มีการวางแผนทางการเงินบริหารเงินของตนเองให้งอกเงยเพิ่มขึ้น ซึ่ง กอช. เป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยสร้างวินัยการเงินกับเยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้ผลตอบแทนที่ดี และเป็นหน่วยงานที่มีความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณให้กับนักเรียน นักศึกษา เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เริ่มต้นออมได้ตั้งแต่วัยเรียน จนเข้าสู่วัยทำงานถึงอายุ 60 ปี ออมขั้นต่ำเพียง 50 บาท สูงสุด 30,000 บาทต่อปี พร้อมรับเงินสมทบจากรัฐสูงสุด 1,800 บาทต่อปี และมีความคุ้มครองผลตอบแทนการลงทุนไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ และเงินออมสะสมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเต็มจำนวน
สำหรับช่องทางการออมเงิน ปัจจุบัน กอช. ได้มีเครือข่ายอำนวยความสะดวกในการให้บริการสมาชิกทั้งการสมัคร ส่งเงินออมต่อเนื่อง และการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ กอช. ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน ครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ สำนักงานคลังจังหวัด เสมียนตราอำเภอ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยทุกสาขา สถาบันการเงินชุมชน ตัวแทน กอช. ประจำหมู่บ้าน ที่ทำการไปรษณีย์ไทย เซเว่น-อีเลฟเว่น เทสโก้โลตัส และตู้บุญเติม อีกทั้ง กอช. ได้มีการออมที่ทันสมัยด้วยเทคโนโลยี ให้สมาชิกให้ประชาชนเข้าถึงการออมง่ายยิ่งขึ้น ด้วยความสะดวกสบายได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟน อาทิ แอปพลิเคชัน กอช., ไลน์ กอช., แอป K PLUS, Krungthai NEXT และ Mymo GSB
ในปี 2565 ที่ผ่านมา จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มีการขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมให้เกิดการออมกับ กอช. ในพื้นที่ ซึ่งมีจำนวนสมาชิก กอช. สะสมตั้งแต่ปี 2558-2566 ทั้งสิ้น 2,100 คน มีเป้าหมายในการส่งเสริมให้ประชาชนในจังหวัดอุตรดิตถ์ สมัครเป็นสมาชิก กอช. อีกจำนวน 340 คน ตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,440 คน และมีเป้าหมายการสร้างตัวแทน กอช. ประจำหมู่บ้าน ทั้งสิ้น 396 คน เพื่อทำหน้าที่ในการให้คำปรึกษาการออมเงินกับ กอช. แก่ประชาชนในหมู่บ้าน ทั้งการรับสมัครสมาชิก ส่งเงินออมสะสมและออมต่อเนื่อง

นาคา คะเลิศรัมย์/รายงาน

ไทยลุ้นเหรียญ! แข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 2 รมว.แรงงาน “พิพัฒน์” ให้กำลังใจติดขอบสนาม

รมว.แรงงาน “พิพัฒน์” พร้อมคณะผู้บริหาร เดินทางให้กำลังใจเยาวชนไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 2 ติดขอบสนามแข่งขัน เผยเยาวชนไทยมีกำลังใจและทำผลงานได้ดี รอลุ้นเหรียญรางวัลกลับประเทศไทย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 2 ได้ดำเนินมาถึงวันที่ 3 แล้ว เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขันที่กำหนดแข่งขัน 3 วัน ระหว่างวันที่ 27-29 พฤศจิกายน 2566 ณ Hall 9-11 ศูนย์แสดงนิทรรศการแห่งชาติอาบูดาบี (ADNEC)  ซึ่งในการแข่งขันวันแรกตนเองและคณะผู้บริหารมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมการแข่งขัน สังเกตการณ์ การทำผลงานของน้อง ๆ เยาวชนไทยที่อยู่ระหว่างการแข่งขัน พร้อมพูดคุยกับคณะผู้เชี่ยวชาญประจำแต่ละสาขาทำให้ทราบว่าเยาวชนไทยมีกำลังใจที่ดี ผลงานที่ทำเสร็จในวันแรกอยู่ในเกณฑ์ที่ดี จุดไหนที่พบว่าน้องแก้ไขไม่ได้หรือทำได้ไม่สมบูรณ์นั้น ผู้เชี่ยวชาญจะได้นำไปให้คำแนะนำเพิ่มเติมอีกครั้ง ทั้งนี้ได้ย้ำกับผู้เชี่ยวชาญให้ดูแลเยาวชนที่เข้าร่วมแข่งขันอย่างเต็มที่ ให้กำลังใจเพื่อลดความกดดันและย้ำว่าขอให้มีสติตลอดเวลาจะช่วยให้ทำผลงานออกมาได้ดี นอกจากนี้ ยังได้ฝากกำลังใจไปถึงเยาวชนที่เข้าแข่งขันทุกคนด้วย ขอให้ทำผลงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ผลงานจะออกมาอย่างไรไม่สำคัญเท่ากับประสบการณ์ที่ทุกคนได้รับ อย่างไรก็ตาม ขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนร่วมเชียร์และร่วมลุ้นเหรียญรางวัลของเยาวชนไทยกับการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชียในครั้งนี้ด้วย
ด้านของนางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวเพิ่มเติม เยาวชนไทยทั้ง 9 คน ทำผลงานได้ดี ทำทุกภารกิจได้ตามที่ซ้อมมา สำหรับคู่แข่งที่น่าจับตามอง คือ เกาหลี และไต้หวัน แต่ไทยก็ยังเกาะกลุ่มนำ โดยในสาขาเทคโนโลยีงานเชื่อม แข่งกับเกาหลี เยาวชนไทย นายสิทธิชัย ไชยวิเศษ (น้องแบงค์) ทำชิ้นงานได้ดี มีพลาดบ้าง แต่สามารถแก้ไขได้ทันเวลา สาขาเทคโนโลยีระบบทำความเย็น นายหัตศนัยต์ บุญแก้วคง (น้องไอซ์) ทำทุกอย่างได้ตามที่ซ้อมมา ส่วนสาขาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ (ทีม) นายภัคพล ปรีชาวนา (น้องเพชร) และนายฬูค่า ชนกันต์ บอนด์ (น้องฬูค่า) เจอโจทย์ที่ต่างจากการซ้อม แต่น้องทั้ง 2 คน ยังแก้ไขสถานการณ์และทำคะแนนอยู่ในกลุ่มนำได้ สาขาอื่น ๆ ทุกคนทำผลงานได้ดี เยาวชนไทยมีความตั้งใจและมุ่งมั่น จาก performance ของการแข่งขันมีแนวโน้มที่ดี ยังอยู่ในเกณฑ์ตามที่ฝึกซ้อมมา และทุกคนมีความหวังที่จะคว้าชัยชนะและเหรียญรางวัลกลับประเทศไทยให้ได้ 
“ในวันพรุ่งนี้ (30 พฤศจิกายน 2566) จะเป็นวันประกาศผล น้อง ๆ ทั้ง 9 คน ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจทำผลงานให้ดีเพื่อนำเหรียญรางวัลกลับประเทศให้ได้ โดยผู้บริหารและทีมงานกระทรวงแรงงาน ยังคงร่วมสังเกตการณ์และติดตามการแข่งขันอย่างใกล้ชิด จึงขอเชิญชวนชาวไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์เยาวชนไทยในการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 2 โดยท่านสามารถติดตามข่าวการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย ครั้งที่ 2 ได้ทางเพจ WorldSkills Thailand” อธิบดีบุปผากล่าว

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แจงเหตุย้ายอธิบดีสุริยา เพื่อมาช่วยขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญ

(28 พฤศจิกายน 2566) กรณีมีข่าวเผยแพร่ว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ย้ายพันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล จากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม นั้น

พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่าเหตุที่ต้องมีการเสนอโยกย้ายในครั้งนี้สืบเนื่องจากพันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรัตน์ ได้ถูกย้ายไปดำรงเลขาธิการ ศอ.บต. ทำให้ตำแหน่งอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนว่างลง จึงจำเป็นต้องเสนอย้ายพันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล รองปลัดกระทรวงยุติธรรมไปดำรงตำแหน่งดังกล่าว และเนื่องจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวงยุติธรรม มีความสำคัญที่จะต้องขับเคลื่อนงานนโยบายของกระทรวงในภาพรวม กำกับงานของกรมในกลุ่มภารกิจ รวมทั้งประสานงานหน่วยงานต่างกระทรวง ซึ่งพันตำรวจตรีสุริยาฯ มีประสบการณ์ผ่านงานระดับอธิบดี ที่ปรึกษาหลายหน่วยงาน เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม จึงเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับตำแหน่งรองปลัดกระทรวงที่ว่างจากการเสนอแต่งตั้งในครั้งนี้ โดยเฉพาะการยกระดับหลักนิติธรรมของประเทศ และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ส่วนข้อกังวลในการดำเนินคดีสำคัญตามนโยบายรัฐบาลในภารกิจของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า จะไม่ส่งผลกระทบกับการดำเนินคดีดังกล่าว โดยการพิจารณาดำเนินการจะยังคงเป็นไปตามพยานหลักฐาน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามมาตรฐานการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษทุกประการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวยืนยันว่า “กระทรวงยุติธรรมจะมุ่งมั่นสร้างศักยภาพและความเชี่ยวชาญของกรมสอบสวนคดีพิเศษด้านการสืบสวนสอบสวน ยกระดับในการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดของผู้ทรงอิทธิพลและการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบในทุกรูปแบบ เพื่อปกป้องคุ้มครองและสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน..” ที่ พ.ต.ต.สุริยา เป็นส่วนหนึ่งในทีมบริหารของกระทรวงยุติธรรม ด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกล่าวทิ้งท้ายว่า “การแต่งตั้งโยกย้ายของกระทรวงยุติธรรมในครั้งนี้ ได้คำนึงถึงความรู้ความสามารถของผู้รับแต่งตั้งโยกย้าย รวมถึงเอกภาพและความรู้ความสามารถในการบังคับบัญชา โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและส่วนรวมเป็นสำคัญไม่มีการกลั่นแกล้งหรือมีอคติใดๆ รวมทั้งไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่เป็นที่สนใจของสังคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ คือคดีหมูเถื่อน    โดยคดีดังกล่าวจะมีการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาจนถึงที่สุด และครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ”

สถาปนาเมืองพัทยาครบรอบปีที่ 45

วันที่ 29 พ.ย.66 ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้เป็นประธานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาเมืองพัทยาครบรอบ 45 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ คณะทำงานและผู้ปฏิบัติงานศาลาว่าการเมืองพัทยา
โดยมีแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วม อาทิ นายสนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พัฒนาเมืองพัทยา นางภารดี เผือกโสภา ปลัดอาวุโสอำเภอบางละมุง ตลอดจนตัวแทนหน่วยงานและชุมชนต่างๆ เข้าร่วม
ทั้งนี้ ได้จัดให้มีพิธีสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์จากพระเถรานุเถระจำนวน 9 รูป  โดยมี คณะผู้บริหารเมืองพัทยา คณะที่ปรึกษานายกเมืองพัทยา คณะทำงานนายกเมืองพัทยา คณะสมาชิกสภาเมืองพัทยา คณะข้าราชการเมืองพัทยา และพนักงานเมืองพัทยาเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะนายกเมืองพัทยาจะวางพวงมาลัยเพื่อรำลึกถึงนายปริญญา ชวลิตธำรง ผู้มอบที่ดินจำนวน 10 ไร่ ในการสร้างศาลาว่าการเมืองพัทยา
ในอดีตเมืองพัทยามีฐานะเป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ในเขตการปกครองของสุขาภิบาลนาเกลือ ตั้งแต่ พ.ศ.2499 ในเฉพาะตำบลนาเกลือประมาณ 22.2 ตารางกิโลเมตร และเนื่องจากพัทยาได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ ทำให้หน่วยการปกครองที่เป็นสุขาภิบาลอยู่เดิม ไม่อาจจะบริหารงานและให้บริการได้ทันกับความเจริญอย่างรวดเร็ว 
ดังนั้นรัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาขึ้น เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ.2521 จึงทำให้พัทยาเปลี่ยนจากการอยู่ในเขตการปกครองของสุขาภิบาลนาเกลือไปเป็นรูปแบบการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ แบบมีผู้จัดการเมือง (City Manager) เป็นการปกครองท้องถิ่นรูปแบบที่ 5 ของไทย และให้เมืองพัทยามีฐานะเทียบเท่าเทศบาลนครจนถึงทุกวันนี้
/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

มทภ.3 เปิดประชุมเสริมทักษะและศักยภาพการปฏิบัติงานการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนระดับจังหวัด

          วันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงของชาติในระดับพื้นที่ ในเขตกองทัพภาคที่ 3 (สล.พมพ.ทภ.3) กำหนดการประชุมเสริมทักษะและศักยภาพการปฏิบัติงานการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนระดับจังหวัด และบูรณาการงานร่วมกับจังหวัดพื้นที่ตอนใน ประจำปีงบประมาณ 2567 ณ ห้องพิจิตรา โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก 
โดยมี  พลโท ประสาน  แสงศิริรักษ์  แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3/ประธานกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงของชาติในระดับพื้นที่ ในเขตกองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดการประชุมเสริมทักษะและศักยภาพการปฏิบัติงานการพัฒนาพื้นที่เพื่อเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนระดับจังหวัด และบูรณาการงานร่วมกับจังหวัดพื้นที่ตอนใน ประจำปีงบประมาณ 2567
เพื่อให้กำลังพลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบแนวทางการบริหารจัดการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ พ.ศ. 2566 - 2570 ของ สมช. ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการเตรียมการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถบูรณาการขับเคลื่อนงานในพื้นที่เป้าหมายร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่
1.พื้นที่เป้าหมายที่จังหวัดประกาศ
2.พื้นที่โครงการพัฒนาเพื่อเสริมความมั่นคงเฉพาะพื้นที่
3.พื้นที่เป้าหมายหมู่บ้านตำบลชายแดนของกองกำลังป้องกันชายแดน ในพื้นที่
กองทัพภาคที่ 3 เพื่อให้กำลังพลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจ และมีความรู้ในกระบวนการจัดทำแผนงาน/โครงการด้านความมั่นคงหรือแผนงานเสริมความมั่นคง เพื่อบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นรูปธรรมมีผู้เข้าร่วมรับการอบรม รวมจำนวนทั้งสิ้น 60 นาย 

3 ดารา-นักคิด-นักแสดง นำทีมวิ่งการกุศลสมทบทุนการศึกษา-หมู่บ้านรักษาศีล 5

พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ รองผอ.วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร. วัดไร่ขิง) จัด “วิ่งการกุศล RUN FOR MCURK” ครั้งที่ 1 ในที่ 28 ม.ค. 2567 ณ เกาะลัดอีแท่นอำเภอสามพรานจังหวัดนครปฐม เส้นทางวิ่งมินิมาราธอน วิ่งสร้างบุญ วิ่งชมธรรมชาติ

คุณกิ๊กมยุริญ ผ่องผุดพันธ์ นักแสดงชื่อดัง กล่าวว่าขอเรียนเชิญเพื่อนๆกัลยาณมิตรมาร่วมบุญกับกิจกรรมวิ่งการกุศลในครั้งนี้ 

ดร.เนตรปรียา ชุมไชโย นักจิตวิทยาการปรึกษา กล่าวว่าได้วิ่งสร้างบุญ ชมธรรมชาติ ณ เกาะลัดอีแท่น โดยนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนการศึกษาสำหรับพระภิกษุ สามเณร และนิสิต วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี 

โจอี้ กาน่า นักแสดงชื่อดังกล่าวว่า
เป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มากครับ 
รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำไปสมทบทุนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา “หมู่บ้านรักษาศีล 5"ขอให้ทุกท่านได้บุญได้กุศลในงานนี้ด้วยกันนะครับ

อย่างไรก็ตามกิจกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย Fun Run (เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ 3 กม.) Fun Run (วิ่งเพื่อสุขภาพ 5 กม.) Mini Marathon (วิ่ง มินิมาราธอน 10 กม.) และ VIP (เดิน-วิ่งได้ทุกระยะ) สามารถสมัครได้แล้วที่  https://forms.gle/HBUt9rpcsk2znha99 สอบถามเพิ่มเติมโทร. 091-052-2487, 099-454-6504

วันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566

จบลงด้วยดี! รองนายกเล็กบางละมุงเปิดห้องแถลงข่าวไม่เอาความชาวบ้านแชร์ข้อมูลผิดพลาด

         วันที่ 28 พ.ย.66 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลบางละมุง จ.ชลบุรี นางณัฐธิณีย์ เชิดฉาย รองนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง พร้อมผู้บริหารเทศบาลตำบลบางละมุง และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนกรณีเกิดความคลาดเคลื่อนและเข้าใจผิดในการแชร์ข้อมูลในสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยมี ว่าที่ร้อยตรี จเรวัฒน์ ชินวัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง ร่วมเป็นสักขีพยาน
โดย นางณัฐธิณีย์ เชิดฉาย รองนายกเทศมนตรีตำบลบางละมุง กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความเข้าใจผิดของพ่อแม่พี่น้องประชาชนเกี่ยวกับเรื่องกำหนดพิจารณาให้ใช้พื้นที่วัดแห่งหนึ่งเป็นศูนย์พักคอยพักคอยผู้ป่วย แต่ในกระแสโซเชียลทำให้เกิดการแชร์ข้อมูลที่บิดเบือนไปจากความจริง สร้างความไม่สบายใจให้ประชาชน 
และเมื่อแชร์ข้อมูลข่าวสารที่ผิดพลาดและไม่เป็นความจริงออกไป ก็ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดพากันโจมตีตนเองจนส่งผลกระทบต่อจิตใจและการทำงาน ก็ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย จนในที่สุดได้ทางออกร่วมกันคือ ทุกฝ่ายให้อภัยกัน ไม่ติดใจเอาความกันและกันและถอนฟ้องในที่สุด
ด้าน นายสมเกียรติ หอมขจร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.บางละมุงกล่าวว่า ข้อมูลที่ได้แชร์ต่อกันไปเป็นความห่วงใยของคนในพื้นที่ จนขาดการตรวจสอบ ยอมรับว่ากระทำความผิดที่แชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจนเป็นกระแสในสังคมพื้นที่ตำบลบางละมุง และได้พูดคุยกับทางนายก รองนายก และผู้บริหารจนได้รับทราบความที่แท้จริงจึงต้องขอโทษมาในโอกาสนี้ด้วยเช่นกัน หลังจากนี้จะร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นตำบลบางละมุงร่วมกับทางเทศบาลเพื่อประโยชน์ของชาวบ้านและประชาชนตำบลบางละมุงต่อไป
ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องอีก 2 ราย ซึ่งเป็นผู้แชร์และกระจายข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจนส่งผลกระทบต่อรองนายกเทศมนตรีนั้น หลังทราบว่าตัวรองนายกไม่ติดใจเอาความ ได้กล่าวขอบคุณและยอมรับผิดต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และจะนำไปเป็นบทเรียนในการไต่ตรองข้อมูลข่าวสารทางโซเชียลก่อนแชร์หรือส่งต่อ ก่อนจะมีพิธีมอบกระเช้าเพื่อขอขมาและทุกอย่างจบลงไปได้ด้วยดี
/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/