วันจันทร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร่วมทานข้าว-ละศีลอด กับผู้ต้องขังเรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง หนุนการพัฒนาศักยภาพ-การรักษาพยาบาล-การดูแลผู้ต้องขัง ได้มาตรฐาน

(วันที่ 1 เมษายน 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง กรุงเทพมหานคร ว่า เมื่อช่วงค่ำวานนี้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง ณ เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง กรุงเทพฯ โดยมีคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากเรือนจำ กรมราชทัณฑ์ และ มทบ. 11 ให้การต้อนรับ โดยได้ตรวจเยี่ยมสถานที่คุมขัง เรือนนอน การประกอบอาหาร รวมถึงได้พูดคุยกับผู้ต้องขังเพื่อสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ การดูแลของกรมราชทัณฑ์ ซึ่งในเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องขังได้รับการดูแล การจัดอาหาร รวมถึงการรักษาพยาบาลตามมาตรฐาน โดยในอนาคตอาจพิจารณาแนวทางพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังในช่วงระหว่างรอการพิจารณาคดีให้มากขึ้นจากเดิม รวมถึงในช่วงท้ายได้ร่วมพิธีละศีลอด และรับประทานอาหารเย็นร่วมกับผู้ต้องขังด้วย 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ภายใต้การนำของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้จัดมหกรรมรวมพลคนหลังกำแพง ภายใต้แนวคิด 'ราชทัณฑ์แก้ไข คนไทยให้โอกาส' ถือเป็นครั้งแรกของกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ที่นำอดีตผู้ก้าวพลาดซึ่งประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพต่าง ๆ มารวมตัวกันเป็นการสร้างพื้นที่ในการประสานความร่วมมือ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ในการให้โอกาสกับผู้ก้าวพลาดที่ได้ผ่านกระบวนการพัฒนาพฤตินิสัย การปรับทัศนคติ และการฝึกวิชาชีพ จนสามารถออกมาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวและสังคม ด้วยการประกอบอาชีพสุจริต สามารถเป็นต้นแบบให้กับผู้ต้องขัง เป็นการสร้างแรงบันดาลใจ และความหวังให้กลุ่มคนหลังกำแพง ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นกับสังคม และกลุ่มผู้พ้นโทษ ว่า โอกาสที่สังคมหยิบยื่น และโอกาสที่กลุ่มคนเคยก้าวพลาดได้รับจะเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการสร้างคนดีมีคุณค่า โดยไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับวาระงาน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในช่วงค่ำวันนี้ (1 เมษายน 2567) มีกำหนดการเดินทางไปร่วมรับประทานอาหารค่ำและละศีลอด พร้อมกับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี ด้วย

“พิพัฒน์” เตรียมป้อนแรงงาน รองรับไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมระดับโลก วางยุทธศาสตร์พัฒนาฝีมือ ปี68 เน้นท่องเที่ยว หุ่นยนต์ ดิจิทัล EV การบินและโลจิสติกส์

วันที่ 1 เมษายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช.) ครั้งที่ 1 ประจำปีงบประมาณ 2567 มีคณะกรรมการจากกระทรวงต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 10 กระทรวง  มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศ แผนส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศ เตรียมพร้อม ”Tourism Hub“ ณ ห้องประชุมปกรณ์ อังศุสิงห์ ชั้น 10 อาคารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่พณฯ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ประกาศวิสัยทัศน์ IGNITE Thailand ขับเคลื่อน 8 hub มุ่งเป้าพัฒนาประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืนนั้น ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีภารกิจหน้าที่ในการพัฒนาแรงงาน โดยเฉพาะการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ จำเป็นเร่งด่วน โดยจะต้องมองแรงงานเป็น “ทรัพยากรมนุษย์” ที่สามารถพัฒนาให้มีทักษะสูง รองรับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ทวีความรุนแรงและเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เป็นการเพิ่มผลิตภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งจะทำให้แรงงานได้รับค่าตอบแทนในอัตราที่สูงขึ้น “ตามศักยภาพ คุณภาพ ระดับทักษะฝีมือ" และจะส่งผลให้แรงงานและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง ตรงตามแนวนโยบายสำคัญของรัฐบาล จึงได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพแห่งชาติ (กพร.ปช.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการ นโยบายระดับชาติ ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์การมหาชน ผู้แทนสภาองค์กรนายจ้าง ลูกจ้าง ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ทุกภาคส่วน ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาแรงงานและการฝึกอาชีพของประเทศ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนในเรื่องต่าง ๆ อาทิ การพัฒนากำลังคนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC การพัฒนากำลังคนในเขตระเบียงเศรษฐกิจ 4 ภาค อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ เพื่อให้ตรงตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญสูงสุดเรื่องการท่องเที่ยว และแรงงานมีศักยภาพมีความพร้อมที่จะทำงาน โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีความต้องการผลักดันให้ปี 2568 เป็นปีแห่งการท่องเที่ยวของไทย Tourism Hub” ซึ่งคณะอนุกรรมการดังกล่าว จะทำหน้าที่ในการเร่งรัดติดตามการดำเนินงาน เพื่อให้การพัฒนาฝีมือแรงงานครอบคลุมทุกพื้นที่และทุกมิติ
นอกจากนี้ยังมีการเสนอแผนพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด เพื่อเป็นเกณฑ์ประกอบการพิจารณาขอรับการจัดสรรงบประมาณของงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้แก่คณะอนุกรรมการพัฒนาแรงงานและประสานงานการฝึกอาชีพจังหวัด (กพร.ปจ.) สามารถดำเนินการอย่างบูรณาการ มุ่งเน้นการพัฒนาแรงงานในระดับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดต่อไป

ประจวบคีรีขันธ์ _ เทศบาลบ้านกรูด เตรียมพร้อมจัดงานเทศกาลดนตรี “บ้านกรูด ฟีลกู๊ด 2024 ครั้งที่ 2” เนื่องในวันมหาสงกรานต์บ้านกรูด ประจำปี 2567

วันที่ 1 เมษายน 2567 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายอิศรา กาญจนรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่า นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน พร้อม นายสมหมาย ปานทอง อุปนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทยในฐานะกำนันตำบลธงชัย ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธงชัย รพ.สต.ธงชัย ผู้บริหารสถานศึกษา ประธานศูนย์ อปพร.ทต.บ้านกรูด คณะผู้บริหารเทศบาลตำบลบ้านกรูด ประธานสภาเทศบาล ปลัดเทศบาล หัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อดำเนินการศูนย์ความปลอดภัยทางถนนเทศบาลตำบลบ้านกรูด ในการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2567 รวมถึงการดูแลรักษาความปลอดภัยเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2567 ซึ่งในปีนี้ เทศบาลตำบลบ้านกรูด ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์ ตั้งแต่ วันที่ 13-17 เม.ย. 2567 โดยในปีนี้ เทศกาลดนตรี "บ้านกรูด ฟีลกู๊ด" 2024 จะจัดขึ้นสองวัน คือวันที่ 14-15 เม.ย. 67 และมีการเปิดถนนให้ประชาชนได้เล่นน้ำกันอย่างเต็มที่ ตั้งแต่วันที่ 13-17 เม.ย. 67
โดย นายอิศรา กาญจนารัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด กล่าวว่า สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2567 เราจะมีขบวนแห่ด้วยเนื่องจากเป็นวันผู้สูงอายุ จะมีขบวนแห่จากจุดเช็คอินของเทศบาลตำบลบ้านกรูด มาสู่สถานที่การจัดงาน ตั้งแต่เวลาประมาณ 13.00 น หลังจากเปิดงานวันผู้สูงอายุแล้วก็จะเป็น เทศกาลสงกรานต์ประจำปีเทศบาลตำบลบ้านกรูด โดยได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และทางอำเภอบางสะพาน ร่วมจัดกิจกรรม 
สำหรับงานเทศกาลดนตรีบ้านกรูด "บ้านกรูด ฟีลกู๊ด" 2024  วันที่ 14-15 เมษายน จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึงประมาณ 5 ทุ่ม จากสถิติที่จัดงานครั้งที่ 1 ที่ผ่านมาเรามีจำนวนนักท่องเที่ยวและก็ประชาชนในพื้นที่และต่างพื้นที่เข้ามาเที่ยว เทศกาลดนตรีและท่องเที่ยววันสงกรานต์กว่าวันละ 10,000 คน ปีนี้ก็คาดว่าไม่น่าต่ำกว่าปีที่แล้ว จึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวอำเภอบางสะพานและใกล้เคียงร่วมเที่ยวงานมหาสงกรานต์ที่ชายหาดบ้านกรูด คาดว่าปีนี้จะสร้างความสนุกความบันเทิงอย่างเต็มที่ 1 ปีมี 1 ครั้ง นายอิศรา กาญจนารัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านกรูด กล่าว
ด้านนายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางสะพาน กล่าวว่า ทางอำเภอบางสะพาน เราจะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ในส่วนนี้ผมเองก็คงจะใช้ในส่วนของฝ่ายปกครองที่จะเป็นเรื่องของ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และก็ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ธงชัย เข้ามาเป็นตัวเสริมในการที่จะสร้างความมั่นใจแล้วก็เรื่องความปลอดภัยในระหว่างที่นักท่องเที่ยวเข้ามาภายในพื้นที่ คาดว่านักท่องเที่ยวจะมีปริมาณมากในเรื่องของการดูแลตรงนี้ผมถือว่าเป็นมาตรการหลักที่ทางอำเภอบางสะพาน เราให้ความสำคัญและจะทำให้มหาสงกรานต์ในปีนี้เป็นมหาสงกรานต์แห่งความสุขของอำเภอบางสะพาน แล้วก็ของเทศบาลตำบลบ้านกรูดร่วมกันครับ สำหรับพี่น้องประชาชนที่จะมาเที่ยวชายหาดบ้านกรูดในช่วงสงกรานต์ปีนี้จะได้รับความปลอดภัย ตลอดเทศกาลสงกรานต์บ้านกรูดปีนี้อย่างแน่นอน
////////////////////////////////////
ข่าว    ณัฐธภพ พันสาย    /    จ.ประจวบคีรีขันธ์    0649646443

อบจ.พิษณุโลก ร่วมพิธีปล่อยตัวการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี The Princess Maha Chakrit Sirindhorn’s Cup “ Tour of Thailand 2024” สเตจที่ 1 (พิษณุโลก-สุโขทัย)

วันที่ 1 เมษายน 2567 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก มอบหมายให้  นายเชาวฤทธิ์ ฉายะกูล รองนายกองค์การบริหารเงินจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายวิโรจน์ มะลิซ้อน ผู้อำนวยการกองการศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมเป็นเกียรติในพิธีปล่อยตัวนักกีฬาในการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี The Princess Maha Chakrit Sirindhorn’s Cup “ Tour of Thailand 2024” ระหว่างวันที่ 1-10 เมษายน 2567 สเตจที่ 1 จังหวัดพิษณุโลก - จังหวัดสุโขทัย ระยะทาง 131 กิโลเมตร โดยมี นายทรงพล วิชัยขัทคะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธี  และมี พลเอก เดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชปถัมภ์ พร้อมด้วย  ดาโต๊ะ อมาจิต ซิงห์ กิล คณะกรรมการบริหารสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UC) รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC) เลขาธิการสมาพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกิจกรรม 
ทั้งนี้สำหรับการจัดแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ "Tour of Thailand 2024" เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวาระมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุ 69 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2567 อีกทั้งเพื่อเป็นการแข่งขันเพื่อความเป็นเลิศและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และพัฒนากีฬาจักรยานของประเทศไทยให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันในระดับนานาชาติและเพื่อให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศทั่วโลก
สำหรับการแข่งขันสเตจที่ 1 ใช้เส้นทางเริ่มต้นการแข่งขันจากศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก ผ่านวัดนางพญา-สะพานแม่น้ำแควน้อย-เขื่อนนเรศวร-อำเภอพญาแมน (จังหวัดอุตรดิตถ์) - อำเภอศรีสำโรง (จังหวัดสุโขทัย) และเข้าเส้นชัยที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย รวมระยะทาง 131 กิโลเมตร โดยมีนักกีฬาจากต่างประเทศ 15 ทีม 17 ชาติ ประกอบด้วย ไอร์แลนด์ ,แอลจีเรีย , อินโดนีเซีย, มาเลเซีย , จีน , ฝรั่งเศส , ฟิลิปปินส์ , มองโกเลีย , ออสเตรเลีย , เยอรมัน , อังกฤษ , ญี่ปุ่น , เกาหลีใต้ ,สิงคโปร์ , ฮ่องกง ,นิวซีแลนด์ และประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขัน.

รมว.ยุติธรรม สั่ง เร่งขับเคลื่อนการ แก้ปัญหายาเสพติดภาคประชาชนอย่างเต็มที่ หลังสถานการณ์ของ”คนติดยา” ก่อคดีเพิ่มมากขึ้น

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า ได้ให้ แนวทาง ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ดำเนินการ ขับเคลื่อน อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้การ ขับเคลื่อน ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรมในเชิงของคุณภาพ  โดยการนำร้องใน 68 ตำบล ที่ คณะขับเคลื่อนได้มีการประชุม ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และ ผู้นำทางศาสนาและแกนนำอาสาในการเอาชนะยาเสพติดไปแล้วทุกตำบล หลังจากนี้จะเป็นวิธีการ ปฏิบัติ ตาม ยุทธศาสตร์ของคณะ ขับเคลื่อน การแก้ปัญหาเอาชนะยาเสพติด ที่มี พล.อ.วิชาญ สุขสง เป็นประธาน
การขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเพื่อเอาชนะยาเสพติดใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ภาคประชาชน เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ที่ต้องการให้ประชาชน ซึ่งอยู่ในชุมชน รู้ปัญหาและได้รับผลกระทบโดยตรงจากยาเสพติดที่คนในครอบครัวติดยา ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหา โดยที่ไม่ได้เป็นการทับซ้อนกับการแก้ปัญหาของ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และอื่นๆ ซึ่งต่างมีหน้าที่ในการแก้ปัญหายาเสพติดด้วยกัน และภาคประชาชน ก็สามารถที่จะประสานงานกับ หน่วยงานของรัฐ เพื่อที่จะให้ข้อมูล และบอกถึงข้อเท็จจริงว่า การแก้ปัญหายังไม่ได้ผล มีการระบาด มีการ ซื้อ ขาย ในพื้นที่ เพื่อให้ทุกหน่วยสามารถร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างได้ผล
รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ปัญหาของคนติดยา ซึ่งถือว่าเป็น คนป่วย ในสังคมในชุมชน ต้องเร่งนำออกมาเพื่อเข้าสู้การาบำบัด และการฟื้นฟู เพราะผู้ป่วยที่อยู่ในสังคม ในชุมชน ยิ่งนานวันยิ่งเป็นอันตรายต่อคนใกล้ตัว คนในครอบครัว และคนในชุมชน อย่างคดีการ พ่อ แม่  และ ทำร้ายคนในครอบครัว คนในชุมชนที่เพิ่มมากขึ้น ต้องเร่งแก้ไข โดยคนคนติดยาที่เป็นคนป่วย ออกมาสู่ขบวนการทางกฎหมายให้เร็วที่สุด
โดย พล.อ.วิชาญ สุขสง ประธานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน การแก้ปัญหาเพื่อเอาชนะยาเสพติดภาคประชาชน ได้เปิดเผยว่า หลังจากมีการสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วนที่อาสาเข้ามาแก้ปัญหาครบทุกตำบลของทุกอำเภอใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้เข้าใจตรงกันในการ ขับเคลื่อน มีการเขียนแผน และมีการตั้งงบประมาณเพื่อการขับเคลื่อนอย่างมีระบบและเชิงคุณภาพ ที่ไม่ใช่เชิงปริมาณ วันที่ 21 เมษายน 2567 ก็จะนำ ตัวแทน ของทุกตำบล เดินทางไปเพื่อการศึกษาดูงาน ชุมชนต้นแบบการแก้ปัญหายาเสพติดใน จ.ลพบุรี และ นนทบุรี  เพื่อเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้ เพื่อนำไปใช้ในการ ขับเคลื่อน  ให้ได้ผลมากยิ่งขึ้น วันนี้ชุมชน และ สังคมไทย ต่างมีความวิตกกังวล กับภัยใกล้ตัว ที่มาจากยาเสพติด จึงเป็นนิมิตหมายอันดีที่ ทุกชุมชน ต่างต้องการที่จะร่วมเป็นอาสาในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนของตน ซึ่งเป็นไปตาม เจตนารมณ์ ของ รมว. กระทรวงยุติธรรม พ.ต.อ.ทวีสองส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ที่เห็นถึงภัยร้ายของประเทศชาติที่เกิดจากยาเสพติด ที่ถือเป็นภัยร้ายแรง ที่ต้องเร่งดำเนินการในการให้ ภาคประชาชน เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งคณะขับเคลื่อนได้เร่งดำเนินการอย่างเต็มที่เต็มกำลัง เพื่อ เอาชนะ ยาเสพติดให้เห็นผลตามกำหนดเวลาที่วางไว้

ประกันสังคม รุก ตรวจสุขภาพ ฟรี เพิ่ม 14 รายการ จากสิทธิพื้นฐาน จับมือ สปสช. สถานพยาบาล ผู้ประกอบการ ทั่วประเทศ

        วันนี้ 1 เมษายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมโครงการการตรวจสุขภาพเชิงรุกในสถานประกอบการ (KICK OFF) ระหว่าง สำนักงานประกันสังคมและสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ณ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมีนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารสำนักงานประกันสังคม ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ นายอดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา ประธานบริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) นายผยง ศรีพาณิช์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหารโรงพยาบาลปทุมธานี คณะผู้บริหารดูโฮมฯ สื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมงาน ให้การต้อนรับ
         นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การร่วมมือกันของ สปส. และ สปสช. เป็นกลไกสำคัญที่ส่งเสริมให้ผู้ประกันตนมาใช้สิทธิตรวจสุขภาพตามรายการสุขภาพพื้นฐานของ สปสช. และสนับสนุนการใช้สิทธิตรวจสุขภาพเพิ่มเติมของ สปส. “ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย” ซึ่ง สปส. ได้ปรับปรุงประกาศคณะกรรมการการแพทย์ของสำนักงานประกันสังคม และเพิ่มสิทธิการตรวจสุขภาพของผู้ประกันตน (มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 เมษายน 2567) คือ เพิ่มรายการตรวจสุขภาพ 14 รายการ ให้ได้รับการตรวจสุขภาพที่ถี่ขึ้นตามช่วงอายุที่เหมาะสม เช่น ช่วงอายุ 35 ปีขึ้นไป ได้ตรวจสุขภาพประจำปีฟรี 1 ครั้งทุกปี (ตรวจไขมันในเส้นเลือด น้ำตาลในเลือด การทำงานของไต ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจปัสสาวะ) เพิ่มรายการตรวจ คัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง FiT TEST การตรวจวัดความดันของเหลวภายในลูกตา รวมถึงเพิ่มความถี่การถ่ายภาพรังสีทรวงอก ซึ่งการปรับปรุงประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฯ ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการค้นหาโรคและเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคของผู้ประกันตน เพื่อให้ผู้ประกันตนมีสุขภาพที่ดี พร้อมทั้ง ลดค่าใช้จ่ายที่อาจสูญเสียไปกับค่ารักษาพยาบาล ลดอัตราการลางาน ลดอัตราการเจ็บป่วยเรื้อรังที่อาจทำให้เกิดอันตราย พิการ หรือเสียชีวิตได้
         รมว.แรงงาน กล่าวต่อไปว่า ผมขอขอบคุณ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพแรงงานในสถานประกอบการ ขอขอบคุณโรงพยาบาลปทุมธานี และบริษัท ดูโฮมฯ ที่จัดบริการตรวจสุขภาพให้แก่ผู้ประกันตน จำนวน 500 คน ในวันนี้ ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่ 2 กระทรวงของภาครัฐร่วมผลักดันด้านสุขภาพกับภาคเอกชน ลดความซ้ำซ้อนของงบประมาณ วางเป้า ตรวจสุขภาพเชิงรุกในสถานประกอบการเพิ่มขึ้น 100% พร้อมทั้งพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติต่อไป
         ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า KICK OFF เป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำว่าผู้ประกันตนจะได้รับการดูแลด้านสุขภาพที่ครอบคลุม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุก รพ. ทั่วประเทศ สถานประกอบการที่สนใจ สามารถดำเนินการประสานสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการให้บริการตรวจสุขภาพ ที่ขึ้นทะเบียนเรื่องส่งเสริมสุขภาพของสำนักงานประกันสังคม และสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ ณ ปัจจุบันมีสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการฯ รวม 213 แห่ง แบ่งเป็น สถานพยาบาลรัฐ 165 แห่ง เอกชน 48 แห่ง สามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ www.sso.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
…………………………………………
ศูนย์สารนิเทศ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน         

นครปฐม ชาวบ้านเดือดร้อน ต้นธูปฤาษีกว่า 1000 ไร่ ลอยฟุ้งทั่วหมู่บ้าน

วันที่ 31 มีนาคม67  ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียน จาก นางสาวเกษศิรินทร์ แสงวงษ์ทอง 63 ปี 19 หมู่ 9 ต.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกับดอกธูปฤาษีลอยฟุ้งทั่วหมู่บ้าน 
นางสาวเกษศิรินทร์ เจ้าของที่ข้างเคียง พื้นที่แปลงต้นปรือ กล่าวว่า ช่วงหน้าแล้งได้รับความเดือดร้อนมากเพราะมีนายทุนมาซื้อที่รวมกัน 1000 กว่าไร่ ทำให้ต้นปรือ หรือ ต้นธูปฤษี ขึ้น ทำให้พื้นที่ข้างเคียงได้รับความเดือดร้อนเพราะรกร้าง ทำให้ดอกธูป ปลิวตามลมกระจายไปทั่วหมู่บ้าน เข้าจมูกเกาะติดเสื้อผ้า และจะทำให้ระบบหายใจพังด้วย อีกอย่างคือเรื่องอัคคีภัย วันนี้ก็มีคนแอบจุดเผา ต้นปรือ ต้องประสานรถดับเพลิงขององค์การบริหารส่วนตำบลบางหลวง มาช่วยดับ เพื่อรักษาบ้านไว้ ตอนนั้นเรือไม้โดนไฟไหม้ทั้งลำ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือถึงฤดูร้อน ได้รับผลกระทบทุกปี
และได้พาไปดูเสื้อผ้าภายในบ้านพบว่าดอกธูปฤาษีติดเสื้อผ้าเป็นจำนวนมากต้องหาถุงพลาสติกมาสวมเสื้อผ้าเพื่อการไม่ให้ดอกธูปฤาษีติดเสื้อผ้า
ด้าน นายสมชาย ยอดแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 กล่าวว่า ชาวบ้านได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก เมื่อช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ทางอบต. บางหลวง ได้ ประสานไปยังผู้ดูแลที่ดินแปลงนี้
และได้ข้อตกลง 3 ข้อคือ 1.ใช้รถแบคโคย่ำต้นธูป 2.ใช้โดรน ฉีดยาฆ่า 3. ให้ประชาชนเช่าทำเกษตร โดยขอเวลาหนึ่งเดือนจะทราบผลว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างไร แต่ตอนนี้ผ่านมา2 เดือนแล้วยังไม่มีความคืบหน้าหรือการที่จะแก้ไข วันนี้ผมได้โทรหาคนดูแลเพื่อติดตามความคืบหน้าว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างไรแต่เขากลับไม่รับโทรศัพท์ 

ด้าน นส.ศุภรัตน์ ประวิงวงศ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 9 ต.บางหลวง อ.บางเลน จ.นครปฐม ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบกล่าวว่า
ได้รับผลกระทบหนักมาก มีความเสี่ยงเวลาเกิดไฟไหม้ไฟก็จะลามเข้าบ้านได้ ดอกธูปฤาษีติดเสื้อผ้ารวมทั้งคอมแอร์ด้วย
อยากให้ได้รับการแก้ไขอยากให้พื้นที่ตรงนี้ใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น ได้รับผลกระทบเต็มเต็มทั้งตัวเองและลูกเล็ก รวมทั้งห่วงเรื่องระบบการหายใจ
//วีรวิชญ์ โรจนอัครพงศ์ 0871611795//

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รมว.กระทรวงยุติธรรม ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ร่วมงานเลี้ยงรับรอง ที่จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย

ในโอกาสที่ นายหลิว เจี้ยนเชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
(วันที่ 31 มีนาคม 2567) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก โรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพฯ ว่า เมื่อเวลา 20.00 น. ที่ผ่านมา พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาชาติ ร่วมงานเลี้ยงรับรอง ที่จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ในโอกาสที่ นายหลิว เจี้ยนเชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิเทศสัมพันธ์พรรคคอมมิวนิสต์จีน เดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม - 2 เมษายน 2567 โดยมี นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ให้การต้อนรับ และมีหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลหลายพรรค และมีบุคคลสำคัญในรัฐบาลเดินทางมาร่วมเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงดังกล่าวด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานเลี้ยงรับรองที่จัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทยในครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมต้อนรับมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีมายาวนาน และถือเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจ กระบวนการยุติธรรม รวมถึงนโยบายการต่างประเทศต่าง ๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ซึ่งประเทศจีนถือเป็นประเทศแรกนอกอาเซียนที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ว่าการ กระทรวงการคลัง ได้ไปเยือนหลังได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นการแสดงถึงความสำคัญที่รัฐบาลไทยชุดใหม่นี้ที่มีต่อประเทศจีน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทางการจีนยินดีที่ได้เห็นไทยมีบทบาทเชิงบวกต่อเสถียรภาพของภูมิภาคและสันติภาพของโลก ในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน โดยการเสริมสร้างมิตรภาพและความไว้วางใจต่อกันระหว่างจีนไทยจะทำให้สันติภาพในเอเชียมีหลักประกันเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจะเป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนไทยในการทำให้เกิดพลังเชิงบวกต่อการพัฒนาในภูมิภาคเพิ่มมากขึ้น