วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2566

นายก อบจ.พิษณุโลก ร่วมประชุมใหญ่สามัญสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.2566 พร้อมเลือกตั้งนายกสมาคมฯ คนใหม่

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายกองค์การบริหารสาวนจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นายนฤภพ ลิมปะพันธุ์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ร่วมประชุมใหญ่สามัญสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.2566
โดยมี นายบุญชู จันทร์สุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุม ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
          ทั้งนี้เพื่อแถลงผลงานในรอบปี พ.ศ.2566 ของสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย, แถลงบัญชีรายรับ-รายจ่าย และบัญชีงบดุล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 การขอความเห็นชอบในการเลือกผู้สอบบัญชีสมาคมฯ ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 และขอความเห็นชอบร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ของสมาคมฯ พร้อมทั้งมีการเลือกนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทยคนใหม่แทนคนเก่าที่ครบวาระลง 
โดยที่ประชุมได้เสนอชื่อ ดร.ชูพงศ์ คำจวง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร ให้ดำรงตำแหน่งเป็นนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทสไทยคนใหม่เพื่อบริหารงานของสมาคมฯ ต่อไป

รมว."พิพัฒน์" ชูสิทธิประโยชน์มาตรา 40 สร้างหลักประกันที่มั่นคงแก่แรงงานนอกระบบ จ.บุรีรัมย์

      เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2566 เวลา 09.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประกันสังคมมาตรา 40 สู่เครือข่ายประกันสังคม รุ่นที่ 5 ณ โรงแรมเทพนคร จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายจําเริญ แหวนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และเจ้าหน้าที่ โดยมี เครือข่ายประกันสังคม และผู้ประกันตนในพื้นที่ ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
         นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยถึงความรู้สึกในการลงพื้นที่ในครั้งนี้ว่า ตนมีความยินดีอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสเดินทางมาที่จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมได้รับเกียรติเป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประกันสังคมมาตรา 40 สู่เครือข่ายประกันสังคม รุ่นที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ที่ โรงแรมเทพนคร จังหวัดบุรีรัมย์ โดยประกันสังคมมาตรา 40 ถือเป็นการให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่ผู้ประกันตนสามารถเลือกการคุ้มครองที่เหมาะสมกับตนเองได้ โดยเริ่มต้นจากทางเลือกที่ 1 ชำระเงินสมทบเดือนละ 70 บาท ทางเลือกที่ 2 ชำระเงินสมทบเดือนละ 100 บาท และทางเลือกที่ 3 ชำระเงินสมทบเดือนละ 300 บาท โดยจะได้รับการคุ้มครองสูงสุดถึง 5 กรณี ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองกรณีเงินทดแทนการขาดรายได้จากการเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร ทำให้แรงงานนอกระบบมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงแรงงาน “สร้างรากฐานเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพด้วยการคุ้มครองแรงงาน” ทั้งนี้ จังหวัดบุรีรัมย์มีผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทั้งสิ้น 66,739 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร เช่น ทำนาข้าว ปลูกอ้อย กลุ่มอาชีพหัตถกรรม รวมถึงกลุ่มอาชีพค้าขาย และกลุ่มอาชีพอิสระรับจ้างทั่วไป ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จนทำให้ปัจจุบันจังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจเป็นอันดับต้นๆ ของภาคอีสาน ทั้งนี้ โครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประกันสังคมมาตรา 40 สู่เครือข่ายประกันสังคม ยังมีจุดประสงค์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระเข้าสู่ระบบประกันสังคมภาคสมัครใจมากขึ้น รวมถึงการมีส่วนร่วมของเครือข่ายประกันสังคม ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ภารกิจงานประกันสังคมกับประชาชนและกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่ระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน และชุมชนอย่างทั่วถึง อีกทั้ง ภายในงานยังมีกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระมากมาย อาทิ การรับสมัครผู้ประกันตนมาตรา 40 การออกร้านจำหน่ายสินค้าจากกลุ่มภาคีเครือข่าย การจัดนิทรรศการให้ความรู้จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน การให้บริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ รวมถึงยังมีการมอบเกียรติบัตรให้แก่เครือข่ายที่สนับสนุนงานประกันสังคมดีเด่น อีกด้วย 
        ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมได้จัดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ประกันสังคมมาตรา 40 สู่เครือข่ายประกันสังคม ที่จังหวัดบุรีรัมย์ในวันนี้ เป็นรุ่นที่ 5 แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากพี่น้องประชนในพื้นที่เป็นอย่างดีในทุกรุ่น ทุกจังหวัด แสดงให้เห็นว่า ในปัจจุบันกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันทางสังคม และการสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประกันตนมั่นใจได้ว่า กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม พร้อมให้การดูแลผู้ประกอบอาชีพอิสระทุกกลุ่ม และจะดำเนินงานโดยยึดถือประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ 

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อน "1 เขต 1 เรือนจำอุตสาหกรรม"

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อน "1 เขต 1 เรือนจำอุตสาหกรรม" และเยี่ยมชมผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ณ เรือนจำกลางชลบุรี และทัณฑสถานหญิงชลบุรี 
  วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนเรือนจำอุตสาหกรรม และเยี่ยมชมผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง โดยมี นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วยนายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายพัฒนา นางสาววริศรา ศิริสุทธิเดชา เลขานุการกรม รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางชลบุรี ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงชลบุรี คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ผู้บัญชาการเรือนจำ/ผู้อำนวยการทัณฑสถาน​ เขต 2 และคณะเจ้าหน้าที่สังกัดกรมราชทัณฑ์ให้การต้อนรับ ณ เรือนจำกลางชลบุรี และทัณฑสถานหญิงชลบุรี จังหวัดชลบุรี
     โดย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชมเรือนจำอุตสาหกรรมประจำเขต 2 เรือนจำชั่วคราวบ้านบึง ในสังกัดเรือนจำกลางชลบุรี โดยได้กล่าวถึงการดำเนินงานของเรือนจำอุตสาหกรรมแห่งนี้ว่า เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของกระทรวงยุติธรรม และกรมราชทัณฑ์ ตลอดจนภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะสภาอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี และสถานประกอบการในพื้นที่ที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของประเทศ โดยผู้ก้าวพลาดจะได้รับโอกาสในการพัฒนาฝีมือ และความชำนาญในการประกอบอาชีพจากผู้ประกอบการในพื้นที่ ซึ่งการได้ทำงานในลักษณะเช่นนี้จะทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดของผู้ที่เคยกระทำผิดให้สามารถมองเห็นโอกาสของการมีงานทำที่แน่นอน และจะช่วยลดการกลับไปกระทำผิดซ้ำ รวมทั้งยังทำให้ตระหนักถึงคุณค่าของตัวเองที่สามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมต่อไปได้ 
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “การจัดตั้งเรือนจำอุตสาหกรรมศูนย์บริการข้อมูลภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทไนซ์คอล จำกัด” (Call Center) ณ ทัณฑสถานหญิงชลบุรี เพื่อร่วมขับเคลื่อนต่อยอดการดำเนินการเรือนจำอุตสาหกรรมให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ เพื่อส่งเสริม พัฒนาทักษะอาชีพด้านการทำงานกับสถานประกอบการและภาคธุรกิจจริง เป็นการเตรียมความพร้อมให้ผู้ก้าวพลาดได้มีโอกาสประกอบอาชีพสุจริต ถือเป็นการคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืนต่อไป

สื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวมาเลเซียและอินโดนีเซีย เยือน ศอ.บต. รับฟังการดำเนินการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาในพื้นที่ จชต. พร้อมเปิดมุมมองด้านการท่องเที่ยวชายแดนใต้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

       เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566 พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มอบหมายให้ นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและสนับสนุนงานพัฒนาฝ่ายพลเรือน ศอ.บต. ให้การต้อนรับ นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ซึ่งนำคณะสื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวมาเลเซียและอินโดนีเซียกว่า 42 คน พบปะผู้บริหารของ ศอ.บต. และรับฟังการดำเนินการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  ณ ห้องประชุมน้อมเกล้า ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อ.เมือง จ.ยะลา ในโอกาสเดินทางมาเยือนจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อร่วมกิจกรรมสานสัมพันธ์สื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวคาบสมุทรมลายูครั้งที่  1 ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2566 ซึ่งจัดโดยสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่าย เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซียและอินโดนีเซีย โดยเฉพาะเขตพัฒนาเศรษฐกิจ IMTGT และกระชับมิตรระหว่างสื่อมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสื่อไทยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อแลกเปลี่ยนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นระหว่างผู้ประกอบท่องเที่ยวทั้ง 3 ประเทศและเปิดมุมมองหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในอนาคต
นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม กล่าวว่า จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะ แตกต่างจากภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย โดยประชากรมากกว่าร้อยละ 80 นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งรัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความพิเศษของวิถีชีวิต และความศรัทธาของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ จึงได้จัดให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พิเศษ มีนโยบายการพัฒนาที่ตอบสนองต่อวิถีชีวิตและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินชีวิตตามอัตลักษณ์และความเชื่อของตนเอง โดยเมื่อปี พ.ศ. 2524 รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. มุ่งเน้นบทบาทในการบูรณาการความร่วมมือและสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือ “ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถอยู่ร่วมกันได้ในวิถีพหุวัฒนธรรม อย่างยั่งยืน” ปัจจุบัน ศอ.บต. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานกว่า 40 แห่ง เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านการพัฒนา อีกทั้งเป็นหน่วยรับผิดชอบในการกำกับดูแล ติดตาม และประเมินการดำเนินงานในภาพรวม  โดยได้มีการแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างหลักประกันด้านสังคมจิตวิทยา เพื่อสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง และ การสนับสนุนการแสวงหาทางออกโดยสันติวิธี นอกจากนี้ ศอ.บต. มีภารกิจในการเสริมสร้างความเข้าใจที่ดีและการรับรู้อันดีเกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล ให้แก่กลุ่มเป้าหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ด้าน ดาโต๊ะ ซัมซีร อาลัม เอส เอ็ม คัยรุดดีน ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศ สำนักงานเลขานุการ องค์กร Kebangkitan Nusantara Sejahtera หรือ SKNS จากรัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ทางกลุ่มของตนต้องการที่จะพัฒนาความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นในเรื่องของ Eco Tourism การท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ และประวัติศาสตร์ที่มีร่วมกัน โดย SKNS เชื่อมั่นในความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างกลุ่มมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้และประชาชนในทาง 4 รัฐตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย 
ทั้งนี้ โครงการสานสัมพันธ์สื่อมวลชน เริ่มต้นวันแรกเข้าจากด่านเบตง จ.ยะลา จ.นราธิวาส จ.ปัตตานี จ.สงขลา พบปะ ผู้บริหาร ศอ.บต. ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บริหารองค์กรการท่องเที่ยว ผู้บริหารองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ชมแหล่งท่องเที่ยวอันซีนและแหล่งใหม่ของแต่ละจังหวัด และสัมมนาหัวข้อ ความร่วมมือการพัฒนาการท่องเที่ยวและเขตเศรษฐกิจ IMTGT ที่จังหวัดสงขลา ก่อนเดินทางกลับผ่านด่านสะเดา

นร.พลูตาหลวงวิทยาเก็บตัวแค้มป์ทีมชาตินักกีฬาเรือพายพร้อมลุยโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 33

      ตามที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย อนุมัติให้สมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่  นักกีฬา และนายวิศรุต ผาสิกา นักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3/5 โรงเรียนพลูตาหลวงวิทยา (อบจ.ชบ.6) เข้าร่วมการเก็บตัวฝึกซ้อม ณ ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายราชนาวี อ่างเก็บน้ำบางไผ่ ตำบลสำนักท้อน อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ก่อนเดินทางไปเข้าร่วมการแข่งขันเรือแคนูคยัคชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย คัดเลือกเพื่อให้ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 33 รายการ 19" Asian Canoe Sprint Championships and Asian Qualifiers for ParisOympic 2024 ระหว่างวันที่ 18- 22 เมษายน 2567 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 
          
โดย นายวิศรุต ผาสิกา นักเรียนโรงเรียนพลูตาหลวงวิทยา (อบจ.ชบ.6) นักกีฬาทีมชาติ ได้เข้าเก็บตัวฝึกซ้อม ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2566-17เมษายน 2567 ณ ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายราชนาวี ก่อนบินลัดฟ้าสู่ประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมแข่งขัน ระหว่างวันที่ 18- 22 เมษายน 2567 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 33
ประวัติและผลงานนายวิศรุต ผาสิกา ปัจจุบันเรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นนักเรียนโรงเรียนพลูตาหลวงวิทยา (อบจ.ชบ.6) เป็นนักกีฬาทีมชาติกีฬาเรือพายประเภทเรือแคนู ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจและได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจในการซ้อมอย่างหนัก เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในหลายรายการจนสามารถคว้าเหรียญรางวัลมากมาย และสร้างชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียน
โรงเรียนพลูตาหลวงวิทยาในฐานะนักเรียนโรงเรียนพลูตาหลวงวิทยา และยังเป็นตัวแทนของสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทยในการเข้าร่วมในการแข่งขันต่างๆ  จนได้รับรางวัลมากมายอาทิเช่น 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน รอบคัดเลือกตัวแทนกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ภาค 1  ได้ 1 เหรียญทองแดง กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 38 นครสวรรค์เกมส์ ได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 
รายการชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย สนามที่ 1 จังหวัดยโสธร 1 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง เรือมังกรชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 16 ณ ศูนย์เรือพายราชนาวี ตัวแทนภาค 1 เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ กาญจนบุรีเกมส์ตัวแทนนักกีฬาเขต 2 เข้าร่วมกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 43 ณ จังหวัดกระบี่และติดทีมชาติไทย ชิงแชมป์เอเชีย U 18 ปี 65 ติดทีมชาติไทย ชิงแชมป์เอเชีย U 18 ปี “ประเภทเรือแคนู” ติดทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนปัจจุบันติดทีมชาติไทยชิงชนะเลิศเอเชีย ณ ประเทศญี่ปุ่น
/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

ผู้บริหารโบว่ากรุ๊ป พัทยา จัดเลี้ยงอาหาร 50 ครอบครัว ทำบุญอิ่มใจสุขสันต์วันคล้ายวันเกิดลูกชายครบ 11 ปี

มีรายงานว่า นายราชัย ปาทาน หรือฮัจยีอาลี ผู้บริหารโบว่ากรุ๊ป พัทยา ได้จัดทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อครอบครัวและกิจการ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดลูกชาย ด.ช.ชาช่า ปาทาน ครบ 11 ปีเต็มในวันที่ 1 ธันวาคม 2566 
โดยได้ทำการจัดชุดอาหารเพื่อแจกจ่ายให้ชาวบ้านชุมชนต้นกระบก และประชาชนผู้สัญจรผ่านไปมาบริเวณดังกล่าวรวมจำนวน 50 ชุดสำหรับ 50 ครอบครัว เพื่อที่จะได้นำไปรับประทานเพื่อลดร่ายจ่ายในครัวเรือนต่อไป
สำหรับโบว่ากรุ๊ป พัทยา ได้จัดกิจกรรมช่วยเหลือการกุศลมาในทุกโอกาสตามความเหมาะสม กิจกรรมในครั้งนี้นอกจากช่วยให้ความสิริมงคลแก่บุตรชายผู้บริหารที่มีอายุครบ 11 ปีบริบูรณ์แล้ว ยังเป็นกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศลที่ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องด้วย
/เก่ง ณ สงขลา รายงาน/

พิษณุโลก หัวหน้าบ้านเด็กฯ"สุดฮอต" เตรียมจับมือ ศธ."สร้างครอบครัวพลังบวก" ให้ความรู้ปู่-ยา-ตา-ยาย เลี้ยงหลานแทนพ่อ-แม่

วันที่ 1 ธันวาคม 2566  นายเกรียงไกร บุญเทียร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก กล่าวภายหลังที่เดินทางมาเข้ารับตำแหน่ง 1 ธันวาคม ว่า ในปี 2567 บ้านพักเด็กฯ พิษณุโลก จะดำเนินการ “ครอบครัวพลังบวก” เพื่อเสริมพลังให้กับครอบที่มีปู่-ย่า ตา-ยาย เลี้ยงหลาน แทนพ่อแม่ โดยร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ในการดำเนินการ
1. ความรู้ความเข้าใจเรื่องเทคนิคการสร้างวินัยเชิงบวกของพ่อแม่
2. การรับรู้ความสามารถของตนเอง ในการใช้เทคนิคการสร้างวินัยเชิงบวก
3. ทักษะในการใช้เทคนิคการสร้างวินัยเชิงบวกของพ่อแม่
นายเกรียงไกร กล่าวอีกว่า เด็กและเยาวชนคือ อนาคตของประเทศ และแน่นอนเด็กและเยาวชน ดังนั้นการทำงานของบ้านพักเด็กและครอบครัว ต้องขับเคลื่อนงานทั้งเชิงนโยบาย และการคุ้มครองสวัสดิภาพ ทั้งนี้ การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน ส่วนหนึ่งต้องฟังเสียงเด็กและเยาวชน โดยให้พวกเขาเหล่านั้นได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคิด วางแผน และลงมือทำ ในนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และประเทศชาติ 
"การคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเป็นสิ่งสำคัญ บ้านพักเด็กและครอบครัวเป็นสถานแรกรับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก หากพบเห็นเด็กที่ถูกล่วงละเมิดในสวัสดิภาพของตนเอง สามารถแจ้งขอรับการช่วยเหลือได้ที่บ้านพักเด็กฯ หรือ โทร 1300 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง" หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดพิษณุโลก กล่าว

พิษณุโลก"วันดินโลก"เทิดพระเกียรติ รัชกาลที่ 9 มรภ.พิบูลสงคราม จัดงาน ยิ่งใหญ่ 29 พ.ย.-5 ธ.ค.

วันที่ 1 ธันวาคม 2566 เวลา 10.00 น. อาคารทีปวิชญ์ สำนักอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม กำหนดจัดกิจกรรม วันดินโลก ปี 2566 และ ดนตรีในสวน H.M.Song  อว. บรรเลงเพลงของพ่อ ในระหว่างวันที่ 29 พฤศิกายน - 5 ธันวาคม 2566 ณ ลานศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนวันจันทน์)
ภายในงานมีการจัดเทศกาลเทิดพระเกียรติน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ของหน่วยงานต่างๆ อาทิ กรมพัฒนาที่ดินมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 8 คณะการสาธิต ทำบ้านจากดิน การสาธิตผสมมวลสารกับดินเพื่ออัดแบบพระเครื่อง ปลุกเสกแจกฟรี และพิพิธภัณฑ์มิตรชัยบัญชา การจำหน่ายสินค้า และของดีจังหวัดพิษณุโลก การประกวดร้องเพลง คาราโอเกะ การละเล่นไทยโบราณ ดนตรีโฟล์คซอง การเต้นลีลาศ 
สำหรับวันที่ 1 ธันวาคม นี้ เวลา 18.00 น.กำหนดพิธีเปิดงานวันดินโลก จะมีการประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ นักเรียนนักศึกษา ประชาชนทั่วไป การประกวดวาดภาพระบายสีจากดินระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา ประกวดปั้นดินระดับประถมศึกษาและ ระดับมัธยมศึกษา การแสดงดนตรีโฟค์ซองของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
วันที่ 5 ธันวาคม เวลา 17:00 -18.00 น. มีการจัดวิ่งเทิดพระเกียรติ 2 สะพานคือสะพานเอกาทศรถ -สะพานนเรศวร พิธีเปิดงานมีดนตรีในสวน H.M. Song  อว. บรรเลงเพลงของพ่อ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย กล่าวน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในนามจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม กล่าวน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในนามมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
เวลา 19.30 น. 14 จุดเทียนชัยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และเทิดพระเกียรติรัชกาลที่ 9 การมอบรางวัลการประกวดร้องเพลงคาราโอเกะ การประกวดปั้นดิน และการวาดภาพระบายสีจากดิน พร้อมกับมอบรางวัลการประกวดแข่งขัน วาดภาพระบายสีวันดินโลก โดยกลุ่มครูศิลป์ถิ่นสองแคว และร่วมสนุกร้องเพลงคาราโอเกะและเต้นลีลาศ อีกด้วย